Medical AI ไทยต้องพิสูจน์ให้ได้ทั้งผลการใช้งาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และโอกาสสร้างรายได้ จึงจะเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินลงทุน ขณะที่ผู้ให้ทุนและมหาวิทยาลัยต้องช่วยให้งานวิจัยผ่านช่วงทดลองไปถึงลูกค้าจริง ประเด็นจากเวที The Funding Landscape of Thai Medical AI ภายในงาน Global Medical AI Summit 2026 จึงครอบคลุมทั้งเงื่อนไขที่นักลงทุนใช้พิจารณา บทบาทของแหล่งทุนแต่ละช่วง และการเตรียมธุรกิจให้พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ
สำหรับผู้พัฒนา AI ทางการแพทย์ ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนผลงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคนยอมจ่ายเงิน เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีได้สำเร็จกับการสร้างธุรกิจที่เติบโตได้ต้องอาศัยความพร้อมต่างกัน ตั้งแต่หลักฐานจากการทดสอบ ความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ ช่องทางจำหน่าย ไปจนถึงข้อกำหนดของตลาดปลายทาง การสนับสนุนจึงต้องเชื่อมต่อกันตลอดเส้นทาง เพื่อให้แต่ละทีมเข้าถึงทั้งเงินทุนและทรัพยากรที่ตรงกับสิ่งที่ยังขาดอยู
ผลทดสอบและข้อมูล คือเงื่อนไขก่อนลงทุน Medical AI
นฤศันส์ ธันวารชร CEO and Head of Investment, InnoSpace (Thailand) กล่าวว่า การลงทุนในเทคโนโลยีสุขภาพต้องให้ความสำคัญกับหลักฐานจากการทดสอบ เนื่องจากผลลัพธ์ของระบบอาจส่งผลต่อการวินิจฉัยและผู้ป่วยโดยตรง นักลงทุนจึงต้องพิจารณาว่าเทคโนโลยีผ่านการทดสอบมาอย่างไร มีประสิทธิภาพการใช้งาน (Efficacy) ผลการทดสอบทางคลินิก (Clinical Validation) และข้อมูลที่นำมาใช้มีความถูกต้องสมบูรณ์ (Data Integrity) เพียงใด โดยระดับหลักฐานที่ต้องพิจารณาขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และบริการ ในบางกรณียังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีด้วย
InnoSpace ให้ความสำคัญกับสตาร์ตอัปที่มีผู้ก่อตั้งเป็นคนไทย และมีธุรกิจสุขภาพเป็นหนึ่งในสาขาการลงทุน ครอบคลุมตั้งแต่ AI ช่วยวินิจฉัย การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจของเทคโนโลยีต้องมาพร้อมโอกาสขยายธุรกิจ นักลงทุนต้องเห็นว่าผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและเติบโตต่อได้เพียงใด เพราะหากจำกัดการใช้งานอยู่เฉพาะในไทย ขนาดตลาดอาจเป็นข้อจำกัดต่อการลงทุนและการเติบโตระยะต่อไป
มองตลาดโลกตั้งแต่ต้น ใช้ไทยพิสูจน์ธุรกิจ
นฤศันส์เสนอให้ผู้ประกอบการคิดถึงตลาดต่างประเทศตั้งแต่เริ่มต้น โดยเลือกพัฒนาเทคโนโลยีหรือบริการที่ตอบโจทย์ซึ่งมีอยู่ในหลายประเทศ แต่สามารถใช้ตลาดไทยเป็นพื้นที่เรียนรู้และปรับผลิตภัณฑ์ก่อนได้ เขายกตัวอย่างบริษัทที่ InnoSpace ลงทุน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปีแรกทำตลาดในประเทศ เพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรและยอมจ่ายเงินเพราะเหตุใด เมื่อผลิตภัณฑ์ลงตัวจึงเริ่มขยายไปต่างประเทศในปีที่ 3 โดยหนึ่งในบริษัทที่กล่าวถึงมีรายได้เติบโตจากไม่ถึง 10 ล้านบาทเป็น 75 ล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ลงทุน
สำหรับเทคโนโลยีการแพทย์ เขามองว่าไทยมีโอกาสเป็นพื้นที่ทดสอบและศึกษาทางคลินิก โดยเฉพาะโจทย์โรคในเขตร้อนที่สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีไปต่อยอดในประเทศอื่นได้ ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาตั้งแต่ต้นว่าปัญหาที่กำลังแก้มีอยู่ในตลาดใดบ้าง พร้อมกับศึกษากฎระเบียบและเงื่อนไขการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่าย เพื่อให้การพัฒนาในประเทศเชื่อมต่อกับแผนขยายตลาดได้จริง
อีกประเด็นที่ต้องเตรียมคือทรัพย์สินทางปัญญา นฤศันส์ กล่าวว่า การมีสิทธิบัตรของตนเองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเทคโนโลยีไปทำตลาดได้ในทุกประเทศ ผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบว่าเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับสิทธิที่ผู้อื่นถืออยู่ในประเทศปลายทางหรือไม่ และมีสิทธิในการดำเนินธุรกิจในตลาดนั้นเพียงใด การตรวจสอบเรื่องนี้จึงต้องเดินควบคู่กับการวางแผนขยายธุรกิจ เพราะอาจกระทบต่อความเป็นไปได้ในการจำหน่าย แม้จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จแล้วก็ตาม
NIA ชี้โอกาส AI สุขภาพอยู่ที่บริการและรายได้

ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส Deputy Executive Director of Innovation – Finance, NIA กล่าวว่า โอกาสของAI ทางการแพทย์ไม่ได้จำกัดอยู่กับเทคโนโลยีเชิงลึกหรือระบบวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์เท่านั้น ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาพัฒนาบริการในโรงพยาบาล ธุรกิจสุขภาพ และเวลเนส เพื่อแก้ปัญหาหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญคือการต่อยอดจากตัวผลิตภัณฑ์ไปสู่บริการและรูปแบบธุรกิจที่สร้างรายได้ โดยเริ่มจากความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่จริง
ดร.สุรอรรถ มองว่า เทคโนโลยีเชิงลึกต้องใช้เวลาในการพัฒนา และโครงการที่ไปถึงความสำเร็จเชิงธุรกิจยังมีไม่มาก ขณะที่บริการสุขภาพบางประเภทเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานมาตอบโจทย์ตลาดได้ การพัฒนานวัตกรรมจึงควรพิจารณาควบคู่กันทั้งความสามารถของเทคโนโลยี วิธีให้บริการและรูปแบบการหารายได้ เพื่อให้สิ่งที่พัฒนาขึ้นกลายเป็นธุรกิจที่ดำเนินต่อได้
NIA Venture เพิ่มทางเลือกจากทุนสู่การร่วมลงทุน
บทบาทของ NIA อยู่ในช่วงที่งานวิจัยมีความพร้อมจะเข้าสู่ตลาด โดยสนับสนุนตั้งแต่การทดสอบตลาดเพื่อลดความเสี่ยงก่อนขายจริง ไปจนถึงการช่วยธุรกิจที่เริ่มมีรายได้ปรับแนวทางดำเนินงาน เข้าถึงที่ปรึกษา และเตรียมขยายกิจการ ดร.สุรอรรถ กล่าวว่า NIA ยังขยายบทบาทจากผู้ให้ทุนไปสู่การเป็นผู้ร่วมลงทุนผ่าน NIA Venture เพื่อให้มีกลไกสนับสนุนที่สอดคล้องกับความพร้อมของกิจการในแต่ละช่วงมากขึ้น
ดร.สุรอรรถ กล่าวว่า NIA มีแผนร่วมกับพันธมิตรจัดตั้งกองทุนขนาดประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในกิจการที่มีกำไรและมีเป้าหมายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่จำกัดเฉพาะสตาร์ตอัป อีกส่วนคือกลไกร่วมลงทุนกับนักลงทุนสำหรับธุรกิจระยะเริ่มต้นที่เริ่มขายได้แล้ว เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจเข้าลงทุนได้เร็วขึ้น รวมถึงแผนจัดตั้งบริษัทเพื่อเข้าไปลงทุนโดยตรง กลไกเหล่านี้จึงมีเป้าหมายและกลุ่มกิจการต่างกันตามระดับความพร้อมของธุรกิจ
นอกจากนี้ NIA ยังให้ความสำคัญกับบัญชีนวัตกรรมในฐานะช่องทางเข้าถึงตลาดภาครัฐ โดย ดร.สุรอรรถมองว่าควรใช้โอกาสดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นให้ผลิตภัณฑ์ได้ใช้งานและได้รับการยอมรับ ก่อนขยายไปยังตลาดอื่น ผู้ประกอบการจึงต้องมีแผนธุรกิจที่ไปไกลกว่าการขายให้ภาครัฐ ควบคู่กับการแสดงที่มาของเทคโนโลยี ความเป็นนวัตกรรม คุณภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
มหิดลช่วยงานวิจัยหาลูกค้า ก่อนขยายการลงทุน
ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต Dean, Faculty of Information and Communication Technology, Mahidol University กล่าวว่า การทำให้งานวิจัยเข้าสู่ตลาดต้องช่วยให้ผู้พัฒนาได้พบผู้ใช้และเรียนรู้การขายจริง มหิดลจึงพัฒนา AI Technology and Innovation Center โดยได้รับเงินสนับสนุนตั้งต้นจากสภาอุตสาหกรรม เพื่อเชื่อมงานวิจัยกับความต้องการของภาคเอกชน การสนับสนุนเปิดให้ทั้งนักวิจัยของมหิดลและทีมจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วม โดยมีการสนับสนุนการทดสอบแนวคิดและผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าเห็นความสามารถของเทคโนโลยี และให้ผู้พัฒนารู้ว่ายังต้องปรับปรุงส่วนใด
การมีผลงานวิจัยหรือได้รับทุนสนับสนุนยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าธุรกิจจะขายได้ ดร.วรรณรัชจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้วางระบบ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้จัดจำหน่ายที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว พร้อมพัฒนาความเข้าใจด้าน AI ให้พันธมิตรเหล่านี้สามารถนำผลิตภัณฑ์ไปเสนอในตลาดของตนได้ เมื่อเริ่มมีการซื้อขายและเห็นรายได้ นักลงทุนก็จะมีข้อมูลประเมินธุรกิจชัดขึ้น ทั้งความต้องการของลูกค้า ศักยภาพของผลิตภัณฑ์และโอกาสเติบโตในตลาดอื่น
ในมุมของผู้ใช้ ประโยชน์ของ AI ต้องอธิบายได้ว่าช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันหรือทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างไร ศูนย์จึงมีบทบาทให้คำปรึกษาเพื่อช่วยภาคธุรกิจนำ AI ไปใช้ให้เหมาะกับงาน ตลอดจนเชื่อมความร่วมมือกับพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้องการตัวอย่างการใช้งานและลูกค้า แนวทางนี้ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับการนำไปใช้และโอกาสทางธุรกิจของผู้เกี่ยวข้องได้มากขึ้น
โรงพยาบาล 11 แห่ง หนุนโอกาสทดสอบ AI สุขภาพ
สำหรับด้านสุขภาพและการแพทย์ มหิดลอยู่ระหว่างเตรียมการสนับสนุนในสี่ด้าน ได้แก่ AI ทางคลินิก บริการสุขภาพและเวลเนสซึ่งรวมถึงการแพทย์ทางไกล บริการที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการรับบริการของผู้ป่วย และระบบบริหารจัดการภายในโรงพยาบาล ดร.วรรณรัชระบุว่า เครือข่ายโรงพยาบาลของมหิดล 11 แห่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้ทีมพัฒนาเข้าไปทดลองเทคโนโลยีและทำงานร่วมกับผู้ใช้จริง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการยอมรับก่อนขยายการใช้งานต่อไป
นอกเหนือจากเงินทุน มหิดลยังเตรียมทรัพยากร GPU สำหรับการปรับแต่งโมเดล AI รวมถึงพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่ศาลายา ตลอดจนโอกาสจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตร การสนับสนุนเหล่านี้มุ่งช่วยให้ผู้พัฒนาผ่านช่วงที่ต้องพิสูจน์ทั้งเทคโนโลยีและตลาด ก่อนเข้าถึงการลงทุนเพื่อขยายกิจการ โดยข้อมูลจากการทดลองกับผู้ใช้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และรายได้จากลูกค้า จะเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ผู้ให้ทุนและนักลงทุนประเมินโอกาสของ Medical AI ไทยได้ชัดเจนขึ้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AI สุขภาพไทย ขยายการคัดกรองโรค เชื่อมการดูแลถึงบ้าน
Microsoft, SCB 10X, OpenAI เผยวิธีใช้ AI Agent พร้อมบทเรียนที่ต้องระวัง



