Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ 3 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์สายวิ่งและไฮบริดฟิตเนส

Amazfit เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ 3 รุ่นใหม่ ตอบโจทย์สายวิ่งและไฮบริดฟิตเนส

Zepp Health ผู้ผลิตและพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทวอทช์ภายใต้แบรนด์ Amazfit (อเมซฟิต) ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ Amazfit Cheetah 2 Pro, Amazfit Cheetah 2 Ultra และ Amazfit Bip Max ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ครอบคลุมตั้งแต่นักวิ่งมาราธอน นักวิ่งเทรลระยะไกล ไปจนถึงผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายแบบไฮบริด (Hybrid Training)

สำหรับสมาร์ทวอทช์ทั้ง 3 รุ่นที่มีการเปิดตัวมีรายละเอียดดังนี้

Amazfit Cheetah 2 Pro (สำหรับนักวิ่งถนนและมาราธอน)

  • ดีไซน์และโครงสร้าง: ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) น้ำหนัก 45.6 กรัม (ไม่รวมสาย) หน้าจอปกป้องด้วยกระจก Sapphire Glass พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical 4 ปุ่ม
  • หน้าจอ: หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว ให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits
  • แบตเตอรี่: รองรับการใช้งานทั่วไป (Daily Use) สูงสุด 20 วัน และเปิดใช้งานโหมด GPS แม่นยำสูง (Accurate GPS Mode) ได้ต่อเนื่องสูงสุด 31 ชั่วโมง
  • ระบบวิเคราะห์การวิ่ง: รองรับข้อมูลค่า Running Posture (วัดการเด้งตัวและระยะเวลาที่เท้าสัมผัสพื้น) รายงานค่า Lactate Threshold, VO2 Max และ Running Power แบบเรียลไทม์ ทำงานร่วมกับ Zepp Coach™ และรองรับการนำเข้าแผนการซ้อมจาก TrainingPeaks หรือ Intervals.icu
  • ระบบความปลอดภัยและฟีเจอร์อัจฉริยะ: ติดตั้งไฟฉายในตัวแบบสองสี (ขาวและแดง) พร้อมโหมด Safety Light และ SOS รองรับการโทรผ่าน Bluetooth, ระบบสั่งการด้วยเสียง Zepp Flow™ และเซ็นเซอร์ BioTracker™ 6.0 สำหรับวัดค่าสุขภาพและ HRV

Amazfit Bip Max (สำหรับสายสุขภาพและการใช้งานประจำวัน)

  • หน้าจอ: หน้าจอ AMOLED ขนาด 2.07 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 3,000 nits ปรับขนาดตัวอักษรได้ 6 ระดับ
  • แบตเตอรี่: ขนาด 550 mAh ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 20 วัน ใช้งานหนักได้นาน 10 วัน และเปิด GPS ต่อเนื่องได้ยาวนาน 40 ชั่วโมง
  • พื้นที่จัดเก็บข้อมูลและการนำทาง: พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 4GB รองรับฟีเจอร์ Independent Offline Maps (ดาวน์โหลดแผนที่ภูมิประเทศ แผนที่เส้นทางสกี และแผนที่เส้นชั้นความสูงออฟไลน์) รองรับ Offline Music Storage สำหรับเก็บเพลงและพอดแคสต์เพื่อฟังผ่านหูฟัง Bluetooth รวมถึงติดตั้งแอปพลิเคชันเสริม (Mini-apps) ได้มากกว่า 100 รายการ
  • ความแม่นยำของเซ็นเซอร์: เซ็นเซอร์ BioTracker™ 6.0 PPG (5PD + 2LED) วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบวินาทีต่อวินาที พร้อมฟีเจอร์ BioCharge วิเคราะห์พลังงานของร่างกายตลอด 24 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชันการฝึกซ้อม: รองรับโหมดกีฬากว่า 150 ชนิด ทำงานร่วมกับ Zepp Coach™ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริม Stryd (Running Power Meter) และมีระบบจัดการอายุการใช้งานอุปกรณ์ (Equipment Mileage Management) เพื่อแจ้งเตือนการเปลี่ยนรองเท้าวิ่งหรือโซ่จักรยาน

Amazfit Cheetah 2 Ultra (สำหรับนักวิ่งเทรลและผจญภัย)

  • ดีไซน์และโครงสร้าง: ตัวเรือนและขอบหน้าปัดผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร (Military-grade Certification) หน้าจอปกป้องด้วยกระจก Sapphire Glass พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Physical 4 ปุ่ม
  • หน้าจอ: หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.5 นิ้ว
  • แบตเตอรี่: ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานสูงสุด 30 วัน และเปิดใช้งาน GPS ในโหมดแม่นยำสูง (Accurate GPS Mode) ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง
  • ระบบนำทางและหน่วยความจำ: พื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในเครื่อง 64GB รองรับการดาวน์โหลด Full-Color Offline Maps (แผนที่ออฟไลน์แบบสี แผนที่ภูมิประเทศ แผนที่เส้นชั้นความสูง และแผนที่รีสอร์ทสกีทั่วโลก) ทำงานร่วมกับระบบ GPS แบบ Dual-band (6 ดาวเทียม) และเสาอากาศรับสัญญาณโพลาไรซ์แบบวงกลม รองรับการนำทางแบบ Turn-by-turn
  • ฟีเจอร์ความปลอดภัย: ติดตั้งไฟฉาย LED ในตัว ปรับระดับความสว่างได้ มีโหมดแสงสีขาว แสงสีแดง โหมด SOS และโหมดไฟนิรภัย (Safety Light)

ภายในงาน Amazfit Thailand ได้เปิดตัว “Amazfit Team” รุ่นใหม่ เพื่อจัดตั้งคอมมูนิตี้สำหรับนักกีฬาไทยอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมกลุ่ม Road Running, Trail Running และการแข่งขัน HYROX เพื่อสนับสนุนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักกีฬาในประเทศไทย

ในระดับสากล Amazfit ได้ประกาศความร่วมมือกับ HYROX ต่อเนื่องอีก 3 ปี ในฐานะ Global Partner ด้านอุปกรณ์สวมใส่อย่างเป็นทางการ โดยสมาร์ทวอทช์ทั้ง 3 รุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาฟังก์ชันพิเศษเพื่อรองรับการติดตามและวัดผลการแข่งขัน HYROX ในแต่ละสเตชัน

รายละเอียดการวางจำหน่ายและราคา

  • Amazfit Bip Max: มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Silver (เงิน), Dark Blue (น้ำเงินเข้ม) และ Carbon Gray (เทาคาร์บอน) วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ราคา 3,690 บาท
  • Amazfit Cheetah 2 Pro: มาในสี Titanium วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ราคา 16,900 บาท
  • Amazfit Cheetah 2 Ultra: วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ราคา 21,900 บาท

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit บนแพลตฟอร์ม Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองทั่วประเทศ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เหมียวจด เปิดตัวฟีเจอร์ ‘เหมียวดู’ เปลี่ยนรายรับ-รายจ่ายให้เข้าใจง่าย ผ่าน ‘ดูดวงการเงินรายเดือน’

NT ออกแพ็กเกจ ‘Work From Home’ จัดคู่เน็ตบ้าน-ซิมมือถือ เริ่มต้น 79 บาท

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar