บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ท่ามกลางการคาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 1.5 ถึง 2.5 โดยใช้ยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING และแนวคิด AP CODE เป็นกรอบการทำงาน บริษัทตั้งเป้ายอดขายและรายได้ 49,000 ล้านบาท เตรียมเปิด 42 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 55,000 ล้านบาท โดยมีแผนขยายตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบในพื้นที่ต่างจังหวัด การบริหารสัดส่วนทางการเงิน และการศึกษาโอกาสขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่
ชูยุทธศาสตร์ AP Code ขับเคลื่อนธุรกิจ
รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ President (ประธานฝ่ายบริหาร) บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ว่า บริษัทประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจโดยมองเห็นโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง การดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING – Leading with Empathy, Growing with Discipline โดยมี AP CODE เป็นแนวคิดหลักในการวางระบบการทำงานขององค์กร
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ 1) มาตรฐานการพัฒนาที่ขับเคลื่อนจากความเข้าใจชีวิตลูกค้า (Code of Empathy) 2) มาตรฐานวินัยทางการเงิน (Code of Financial Discipline) 3) มาตรฐานความร่วมมือระดับสากล (Code of Global Partnership) ที่ดำเนินมาเป็นปีที่ 13 ผ่านการร่วมทุนกับมิตซูบิชิ เอสเตท จำนวน 32 โครงการ มูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท พร้อมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ 4) มาตรฐานศักยภาพองค์กร (Code of Organization Capability) ด้วยการใช้ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีประกอบการตัดสินใจ และ 5) มาตรฐานความยั่งยืน(Code of Sustainable Impact) ผ่านโครงการหย่อมป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และความร่วมมือกับคิวคอนในโครงการ Never Waste Again เพื่อนำเศษวัสดุก่อสร้างกลับมาผลิตเป็นวัสดุใหม่

สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 42 โครงการ มูลค่ารวม 55,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายและรายได้รวม 49,000 ล้านบาท และตั้งงบประมาณจัดซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท
ใช้แนวคิด ‘Code of Empathy’ พัฒนาโครงการครอบคลุม 18 แบรนด์
คุณรัชต์ชยุตม์ กล่าวว่า Code of Empathy คือการค้นหาความต้องการที่ไม่ได้กล่าวถึง แก้เป็น การค้นหาความต้องการและความรู้สึกที่ลูกค้าไม่เคยสื่อออกมา
ด้าน กมลทิพย์ บำรุงชาติอุดม รองกรรมการ อำนวยการ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) สายงานคอนโดกล่าวว่า บริษัทใช้แนวคิด In-Depth Multi-Persona Customization วิเคราะห์บทบาทชีวิตลูกค้า สำหรับกลุ่มคอนโดมิเนียมได้ศึกษาความต้องการพื้นที่เพื่อพักผ่อนและการเชื่อมต่อสังคมเมือง นำไปสู่การออกแบบ A Living System ที่ประกอบด้วย 5 มิติ ได้แก่ การออกแบบตามการใช้งานจริง การใช้พื้นที่สีเขียวสร้างความเป็นส่วนตัว และการออกแบบผังห้องพักที่มีให้เลือกกว่า 310 รูปแบบ แนวทางดังกล่าวส่งผลให้โครงการแบรนด์ Rhythm และ Life ได้รับรางวัล Good Design Award จากการดำเนินงานรูปแบบนี้
บริษัทจัดแบ่งพอร์ตสินค้าเป็น 18 แบรนด์ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม ระดับราคา 2 ถึง 120 ล้านบาท พร้อมแบบบ้านกว่า 600 ดีไซน์ ในกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ สำหรับตลาดระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไปผ่านแบรนด์ The Palazzo ขณะที่กลุ่มคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติร้อยละ 40 โดยกลุ่มหลักมาจากเมียนมา ไต้หวัน และจีน
แผนรุกแนวราบต่างจังหวัด และเตรียมโอน 5 โครงการคอนโดมิเนียม
เมธา รักธรรม รองกรรมการ ผู้อํานวยการ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) สายงานทาวน์เฮาส์ กล่าวว่าบริษัทเลือกบริหารสัดส่วนตลาดโดยไม่ใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อเร่งระบายสินค้า
กลุ่มธุรกิจแนวราบมีแผนเปิดตัว 35 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 39,400 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 11 โครงการ มูลค่า 14,400 ล้านบาท และทาวน์โฮมกับบ้านแฝด 16 โครงการ มูลค่า 17,000 ล้านบาท บริษัทมีแผนขยายตลาดต่างจังหวัด 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท นำร่องในช่วงครึ่งปีแรกที่หัวหิน สระบุรี และหาดใหญ่ โดยใช้คอนเซปต์ 7 Betters ครอบคลุมระบบรักษาความปลอดภัย การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างจากส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางอเนกประสงค์ และระบบสมาร์ทนิติบุคคล พร้อมปรับรูปแบบบ้านตามบริบทพื้นที่
ขณะที่คุณกมลทิพย์ กล่าวเสริมว่า กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมเตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่า 15,600 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีโครงการ Life รัชดา-พระราม 9 และ Life สุขุมวิท-พระราม 4 ในด้านการรับรู้รายได้ บริษัทมีกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ 5 โครงการ ได้แก่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น GOOD DAY สุขุมวิท 93 RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค LIFE สาทร-นราธิวาส 22 และ LIFE เจริญนคร-สาทร
บริหารสัดส่วนหนี้สินพร้อมศึกษาโอกาสลงทุนธุรกิจใหม่
คุณรัชต์ชยุตม์ กล่าวว่า บริษัทกำหนดมาตรฐานวินัยทางการเงินโดยตรวจสอบสถานะเป็นประจำทุกสัปดาห์และทุกเดือน ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.64 เท่า ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 เท่า ปัจจัยทางการเงินประกอบด้วย วงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้ 18,880 ล้านบาท เงินลงทุนจากมิตซูบิชิ เอสเตท 12,619 ล้านบาท กระแสเงินสดจากการขายโครงการ และการเสนอขายหุ้นกู้ช่วงต้นปีมูลค่า 3,500 ล้านบาท
พร้อมอันดับเครดิตองค์กรระดับ A แนวโน้ม Stable จากทริสเรทติ้ง บริษัทยังได้เตรียมการสำหรับวงเงินกู้ที่ต้องชำระคืนในปีนี้จำนวน 6,500 ล้านบาท สำหรับงบประมาณจัดซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท บริษัทใช้หลักการบริหารจัดการที่ดินแบบพร้อมพัฒนาโครงการทันทีโดยไม่มีนโยบายซื้อที่ดินเก็บสะสมไว้ จากสถานะทางการเงินปัจจุบัน
บริษัทระบุว่า ไม่ได้ปิดโอกาสสำหรับการลงทุนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจไปสู่ธุรกิจอื่น นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมียอดขายสุทธิรวม 46,865 ล้านบาท รายได้รวม 45,994 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 4,316 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีสินค้ารอรับรู้รายได้มูลค่ารวม 35,936 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 15,862 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 20,074 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดทยอยรับรู้เป็นรายได้ถึงปี 2572
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กลยุทธ์ WHA ปี 69 รุกภูมิภาค ลุยพลังงานสะอาด-SMR ดึงดาต้าเซ็นเตอร์
เป๊ปซี่โครีแบรนด์ใหญ่รอบ 25 ปี ชู ‘Food. Drinks. Smiles.’ สู่ผู้นำนวัตกรรมอาหารโลก
MINT รุก Asset-Light ปั้นกอง REIT พันล้านดอลลาร์ จ่อส่งไมเนอร์ ฟู้ด IPO ฮ่องกง



