Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

BOI to IPO ดึง New Economy ปักฐานไทยโตต่อผ่านตลาดทุน

BOI to IPO ดึง New Economy ปักฐานไทยโตต่อผ่านตลาดทุน

ประเทศไทยไม่ได้มีโจทย์เพียงดึงเงินลงทุนและบริษัท New Economy เข้ามา แต่ต้องทำให้การลงทุนเหล่านั้น อยู่และเติบโตต่อในไทย ตั้งแต่การสร้างคน เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain ไปจนถึงการใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งเงินสำหรับขยายธุรกิจ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่เพียงฐานการผลิต

“BOI to IPO” จึงถูกวางเป็นกลไกเชื่อมการส่งเสริมการลงทุนเข้ากับตลาดทุน ผ่านความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งลงนาม MOU เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับการส่งเสริม โดยเฉพาะกลุ่ม New Economy สามารถระดมทุน ขยายกิจการ และเติบโตต่อจากประเทศไทยในระยะยาว

Investment Led Growth ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าไทย

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ประเทศไทยต้องใช้การลงทุนเป็นตัวนำ หรือ Investment Led Growth เพราะการลงทุนไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะระยะสั้น แต่เพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่โลกกำลังเผชิญทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และการกระจาย Supply Chain ซึ่งเปิดโอกาสให้ไทยดึงการลงทุนใหม่เข้าประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม New Economy

ช่วงที่ผ่านมา บีโอไอจึงทำหน้าที่เสมือนผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ ผ่านการปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนด้วย Thailand Fast Track ปีที่ผ่านมามียอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนประมาณ 4 ล้านล้านบาท และในครึ่งแรกของปีนี้เปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริงแล้วประมาณ 530,000 ล้านบาท แต่การมีเม็ดเงินและโรงงานใหม่ยังไม่เพียงพอ หากการลงทุนเหล่านั้นไม่เชื่อมกลับมาสร้างความสามารถใหม่ให้ประเทศไทย

ขั้นต่อมาจึงเป็นการพัฒนาคนและสร้าง Supply Chain ในประเทศ ผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะใหม่ให้แรงงานไทย ในช่วง 2 ไตรมาสมีผู้ผ่านการฝึกประมาณ 70,000 คน รวมถึงการผลักดันให้เกิด R&D และให้ SME ไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ในอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น

จากการดึงการลงทุน พัฒนาคน และเชื่อมผู้ประกอบการไทย โจทย์ถัดไปคือทำให้ธุรกิจเหล่านี้หยั่งรากลึกในไทบ ดร.เอกนิติมองว่า การเงินและตลาดทุน คือกลไกสำคัญ จึงเปรียบ BOI to IPO เป็นปุ๋ยสูตรพิเศษ ที่จะนำบริษัทตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำเข้าสู่ตลาดทุน ให้สามารถระดมเงินเพื่อขยายธุรกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยมีส่วนร่วมในการเติบโตของ New Economy

คลื่นลงทุน 5 ล้านล้านบาทถึงจังหวะระดมทุน

จังหวะของ BOI to IPO เกิดขึ้นพร้อมกับคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่ นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวมมากกว่า 5 ล้านล้านบาท โดยมีบริษัทใหม่ในกลุ่ม New Economy เข้ามาจำนวนมาก ทั้ง Semiconductor และ Electronics โดยเฉพาะ PCB, AI Supply Chain, Digital, ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และชิ้นส่วนอวกาศ หลายโครงการสร้างเสร็จและเริ่มผลิตแล้ว จึงกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องหาเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ

คุณนฤตม์ ชระบุว่า เฉพาะ PCB ในช่วงประมาณ 3 ปี มีผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกเข้ามาลงทุนในไทยไม่น้อยกว่า 50 บริษัท และเริ่มมีผู้ผลิตวัตถุดิบต้นน้ำเข้ามาตามมา ขณะที่ AI Supply Chain ครอบคลุมตั้งแต่ AI Server, Optical Transceiver และ Photonics ไปจนถึงอุปกรณ์ระบบเครือข่ายและระบบจัดการพลังงาน นอกเหนือจาก Electronics ยังมีกลุ่ม EV ทั้งการประกอบรถยนต์ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมถึง Automation, Robotics, Bio-based และ Digital ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ทั้งสามหน่วยงานต้องการดึงเข้าสู่ตลาดทุน

New Economy ภายใต้โครงการครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การเกษตรและอาหารขั้นสูง เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ การแพทย์และสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยานยนต์สมัยใหม่ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัลและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

BOI เพิ่มสิทธิภาษีดึง New Economy เข้า IPO

แรงจูงใจสำคัญอยู่ที่สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากบีโอไอ โดยบอร์ดบีโอไอเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เห็นชอบมาตรการสำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมและเข้าจดทะเบียนในตลาดทุน บริษัทกลุ่ม New Economy ที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไปได้รับยกเว้นเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 3 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ

มาตรการไม่ได้จำกัดเฉพาะนักลงทุนรายใหม่ นายนฤตม์ระบุว่า บริษัทเดิมที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอสามารถเข้ามารับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ หากโครงการยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเหลืออยู่ ขณะที่บีโอไอยังเดินหน้าชวนบริษัทที่ลงทุนในประเทศไทยมานานและธุรกิจเติบโตแล้วให้พิจารณาใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางขยายกิจการ

SET เปิดทาง New Economy เข้าตลาดทุน

ฝั่งกระบวนการเข้าสู่ตลาดทุน พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. กำลังปรับปรุง Streamline IPO Process เพื่อทำให้ขั้นตอนชัดเจน คาดการณ์ได้ และรวดเร็วขึ้น โดยกำหนดกรอบการดำเนินการประมาณ 60–100 วัน เทียบกับระยะเวลาเฉลี่ยที่ผ่านมา 147 วัน

หัวใจไม่ได้อยู่ที่การตัดขั้นตอน แต่เป็นการจัดการประเด็นสำคัญให้ชัดตั้งแต่ก่อนยื่นคำขอ บริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินสามารถหารือกับ ก.ล.ต. ล่วงหน้าในเรื่องลักษณะธุรกิจ โครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ ระบบควบคุมภายใน รายการระหว่างกัน ผลการดำเนินงาน รวมถึงประเด็นด้านบัญชีและรายงานทางการเงิน ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวอยู่ระหว่างทดลองผ่าน Sandbox

ก.ล.ต. ยังอยู่ระหว่างปรับหลักการพิจารณา IPO ไปสู่ Disclosure Based มากขึ้น ลดการใช้ดุลยพินิจในเรื่องที่สามารถกำกับผ่านการเปิดเผยข้อมูล และให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการตัดสินใจ โดยยังต้องรักษาสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกในการระดมทุนกับการคุ้มครองผู้ลงทุน

SET ลดเกณฑ์และต้นทุนเปิดทางธุรกิจใหม่เข้าตลาด

อัสสเดช คงสิริ กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า BOI to IPO จะสร้างโอกาสให้ธุรกิจที่ลงทุนในประเทศไทยเข้าถึงเงินทุน เปิดทางให้นักลงทุนมีส่วนร่วมกับการเติบโตของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตลาดทุน และเชื่อมกลับไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยตลาดหลักทรัพย์ต้องการดึงบริษัทที่มีคุณภาพเข้ามา ไม่ใช่มุ่งเพียงจำนวน IPO

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงปรับเกณฑ์สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ ทั้ง Market Cap และ Track Record บริษัทกลุ่ม Digital Economy ที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอและจะเข้าตลาดหลักทรัพย์หลัก มีเกณฑ์ Market Cap มากกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมการยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียม และมี CMDF สนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในกระบวนการ IPO

ทั้ง 3 หน่วยงานเริ่มพูดคุยกับบริษัทเป้าหมายแล้ว มีบางบริษัทแสดงความสนใจ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้เพราะยังไม่ผ่านกระบวนการตัดสินใจภายในของบริษัท ขณะที่การตัดสินใจ IPO ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความพร้อมของธุรกิจ ความต้องการเงินทุน สภาวะตลาด และจังหวะในการระดมทุน จึงวางมาตรการสนับสนุนไว้ประมาณ 5 ปี เพื่อรองรับระยะเวลาเตรียมตัวที่แตกต่างกันของแต่ละธุรกิจ

คน–Supply Chain–ตลาดทุน 3 แรงยึดธุรกิจไว้กับไทย

เป้าหมายที่ไกลกว่า IPO คือการทำให้บริษัท New Economy ใช้ประเทศไทยเป็นฐานธุรกิจระยะยาว คุณนฤตม์อธิบายว่า มีปัจจัยสำคัญ 3 ตัวที่ช่วยยึดโยงบริษัทไว้กับประเทศไทย ได้แก่ บุคลากรที่มีคุณภาพ Supply Chain ที่แข็งแกร่งตั้งแต่ Tier 1, Tier 2 และ Tier 3 และการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

เมื่อตลาดทุนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ บริษัทไม่ได้มองประเทศไทยเพียงฐานตั้งโรงงาน แต่สามารถใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่น เพิ่มกิจกรรมที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทั้งการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร และการสร้าง Supply Chain นายนฤตม์ยกกรณี Delta Electronics ซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ไต้หวัน แต่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการลงทุนต่อไปยังประเทศอื่น เป็นภาพของสิ่งที่บีโอไอต้องการเห็นจากบริษัท New Economy รุ่นใหม่

จุดสำคัญของ BOI to IPO จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่าจะมีบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์กี่แห่ง แต่คือประเทศไทยจะเปลี่ยนคลื่นเงินลงทุน New Economy ที่เข้ามาในช่วงหลายปีนี้ให้กลายเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ได้มากเพียงใด ตั้งแต่การดึงเงินลงทุน สร้างทักษะให้คนไทย เชื่อม SME เข้าสู่ Supply Chain เกิด R&D ในประเทศ ไปจนถึงเปิดตลาดทุนให้ธุรกิจระดมเงินเพื่อเติบโตต่อจากประเทศไทย

หากการลงทุนคือการนำเมล็ดพันธุ์ใหม่ เข้ามา BOI to IPO ก็คือขั้นที่พยายามทำให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไม่เพียงเติบโต แต่หยั่งรากอยู่กับเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดร.เอกนิติเรียกมาตรการนี้ว่า “ปุ๋ยสูตรพิเศษ BOI to IPO”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บีโอไอรับระเบียบใหม่ Data Center ตั้งเกณฑ์คัดกรองเข้ม ย้ำต้องคุ้มค่า-ไม่กระทบประเทศ

บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ดันผลิต-ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หนุนไทยฐานผลิตโลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar