Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

การบินไทยยกเครื่องห้องโดยสาร 86 ลำ เพิ่ม Premium Class ลำแรกกลางปี 2570

การบินไทยยกเครื่องห้องโดยสาร 86 ลำ เพิ่ม Premium Class ลำแรกกลางปี 2570

การบินไทยเดินหน้าลงทุนยกระดับผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินครั้งใหญ่ เตรียมปรับโฉมห้องโดยสารฝูงบินหลักรวม 86 ลำ ตั้งแต่ที่นั่ง การตกแต่งภายใน ระบบสาระบันเทิง และ Wi-Fi พร้อมเพิ่ม Premium Business Class และ Premium Economy โดยเครื่องบินที่ใช้ห้องโดยสารโฉมใหม่ลำแรกจะเริ่มให้บริการกลางปี 2570 ควบคู่กับการขยายเครือข่ายและเพิ่มเที่ยวบินในตารางบินฤดูหนาว หลังยอดจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงมีนาคม 2570 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งหมด

การประกาศแผนปรับโฉมห้องโดยสารภายในของเครื่องบินครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการบินไทยกลับมามีฐานะทางการเงินที่แข็งแรงขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมการบินจากสถานการณ์โลกและราคาน้ำมัน โดยไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมเพิ่มจำนวนเครื่องบินและปรับโครงสร้างฝูงบินให้เหลือ 4 แบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบิน

จากฟื้นธุรกิจสู่รอบลงทุนใหม่

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจสายการบินต้องวางแผนฝูงบินล่วงหน้าหลายปี เพราะไม่สามารถเพิ่มหรือลดเครื่องบินตามสถานการณ์ระยะสั้นได้ สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้เร็ว โดยในช่วงที่ผ่านมา การบินไทยสามารถบริหารเที่ยวบิน จำนวนที่นั่ง และ Capacity ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงรักษาสภาพคล่องไว้ในระดับสูง จึงไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การลดราคาตั๋วเพื่อเร่งสร้างกระแสเงินสด และสามารถให้ความสำคัญกับกำไรและรายได้ต่อหัวหรือ Yield มากขึ้น

ฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น ทำให้การบินไทยกลับมาลงทุนกับผลิตภัณฑ์ หลังในอดีตเครื่องบินที่รับเข้ามาแทบไม่ได้ปรับปรุงห้องโดยสารตลอดอายุการใช้งาน จนผลิตภัณฑ์แข่งขันกับตลาดได้ยาก คุณชายอธิบายว่า หากผลิตภัณฑ์แข่งขันไม่ได้แล้วต้องลดราคา จนนำไปสู่การขาดทุนและลดการลงทุน ก็จะกลับเข้าสู่วงจรเดิม วันนี้บริษัทจึงนำความแข็งแกร่งทางการเงินกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์แทน

ยกเครื่อง 86 ลำปรับมาตรฐานห้องโดยสาร

หัวใจของแผน คือการปรับปรุงโฉมภายในของฝูงบินหลัก 86 ลำ เพื่อให้ห้องโดยสารมีมาตรฐานเดียวกัน ลดความแตกต่างระหว่างเครื่องบินแต่ละลำ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเปลี่ยนเครื่องกะทันหัน ซึ่งปัจจุบันอาจทำให้ผู้โดยสารได้รับที่นั่งและผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากที่จองไว้

ที่นั่งชั้น Business Class จะเพิ่ม Premium Business Class บริเวณแถวแรก มีพื้นที่เปิดบริเวณปลายเท้ามากขึ้น พร้อมประตูและฉากกั้นที่ปรับเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ส่วนที่นั่ง Business Class แถวอื่นยังคงเป็น Business Class แต่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและใช้ระบบสาระบันเทิงรุ่นใหม่

การบินไทยจะเพิ่มที่นั่ง Premium Economy ประมาณ 28 ที่นั่งต่อลำ พร้อมจอขนาด 16 นิ้ว เพื่อเป็นทางเลือกระหว่าง Business Class และ Economy ขณะที่ห้องโดยสารทั้งหมดจะปรับรูปลักษณ์ใหม่ ใช้โทนสีม่วงเข้ม ปรับระบบแสงภายใน และเพิ่ม Self-Service Counter สำหรับเครื่องดื่มและของว่าง โดยเครื่องบินโฉมใหม่ลำแรกมีกำหนดเริ่มให้บริการกลางปี 2570

แผนปรับห้องโดยสารดำเนินไปพร้อมกับการปรับฝูงบิน โดย Airbus A321neo จะเป็นกำลังสำคัญในเส้นทางระยะสั้น ปัจจุบันมี 9 ลำ และมีเป้าหมายรวม 32 ลำ ส่วนเส้นทางระยะไกลจะมี Boeing 787 เข้ามาเสริมในอนาคต สำหรับ A321neo ที่ให้บริการแล้ว มีที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่ ที่นั่ง Business Class ปรับนอนราบ 180 องศา ระบบ Cabin Mood Lighting ระบบสาระบันเทิง และ Wi-Fi

เปิดดานัง เพิ่มเที่ยวบินรับฤดูหนาว

สำหรับเครือข่ายการบิน การบินไทยเตรียมขยายเที่ยวบินในตารางบินฤดูหนาวปี 2569/2570 ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ถึง 27 มีนาคม 2570 รวม 66 เส้นทาง โดยเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ–ดานัง ประเทศเวียดนาม ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ให้บริการไป-กลับสัปดาห์ละ 14 เที่ยวบิน

เส้นทางยุโรปให้บริการกรุงเทพฯ–อัมสเตอร์ดัม 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมเพิ่มกรุงเทพฯ–มิวนิก เป็น 10 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ–ซูริก 11 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯ–ปารีส 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนเอเชียกลับมาให้บริการกรุงเทพฯ–เสียมราฐ สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ขณะที่กรุงเทพฯ–เวียงจันทน์ และกรุงเทพฯ–ย่างกุ้ง เพิ่มเป็นเส้นทางละ 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
(กลาง) – กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยวางตัวเป็น Network Airline โดยใช้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อผู้โดยสาร ภายใต้ Silk Hub Strategy ซึ่งวางอาเซียนเป็นเครือข่ายป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบ จีนและอินเดียเป็นตลาดที่สร้างปริมาณผู้โดยสาร ส่วนเส้นทางยุโรปและออสเตรเลียสร้างรายได้มูลค่าสูง ก่อนเชื่อมต่อผู้โดยสารผ่านกรุงเทพฯ ไปยังจุดหมายต่าง ๆ

ยอดจองล่วงหน้าสูงขึ้นเน้นรายได้คุณภาพ

สัญญาณที่การบินไทยใช้รองรับการขยายเครือข่าย คือยอดจองล่วงหน้า โดยคุณกิตติพงษ์ระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงมีนาคม 2570 ยอดจองล่วงหน้าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งหมด แม้สถานการณ์โลกและราคาน้ำมันยังมีความไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การทำให้จำนวนผู้โดยสารเต็มเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “Quality Revenue” หรือรายได้ที่มีคุณภาพ ผ่านการบริหารจำนวนที่นั่ง ราคา และสัดส่วนผู้โดยสารให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา เพื่อรักษา Yield และความสามารถในการทำกำไร

อาจกล่าวได้ว่า การปรับโฉมห้องโดยสาร 86 ลำ เป็นการกลับมาลงทุนกับผลิตภัณฑ์หลังการบินไทยสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแรงขึ้น ขณะที่การเพิ่มเครื่องบินและขยายเครือข่ายทำหน้าที่รองรับการเติบโตในระยะต่อไป โดยโจทย์ของการบินไทยไม่ใช่เพียงบินให้มากขึ้น แต่ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐานเดียวกัน และเปลี่ยนเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นให้กลายเป็นรายได้ที่มีคุณภาพ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กทม. ขยาย ‘บ้านใกล้งาน’ สู่ประชาชน ดัน ‘เช่า–ออม’ ทางเลือกคนยังไม่พร้อมซื้อบ้าน

ฮุนได รุกตลาด MPV ไฮบริด 11 ที่นั่ง ชูจุดแข็งภาษี-กลยุทธ์ขายคู่ดีเซล สู้ศึกตลาดรถไทยผลิตล้น

การบินไทย ยกเลิกแผนฟื้นฟู ประกาศเดินหน้าต่อ กลับเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ 4 สิงหานี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar