Share on
×

Share

AI ช่วยรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อ หนุน SMEs เปิดตลาดต่างประเทศ

AI ช่วยรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อ หนุน SMEs เปิดตลาดต่างประเทศ

ข้อมูลการชำระเงิน กำลังมีบทบาทต่อการพิจารณาสินเชื่อของผู้ประกอบการรายย่อย ขณะที่ AI ถูกนำมาใช้ช่วยธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงตลาดต่างประเทศ ทั้ง 2 เรื่องเป็นตัวอย่างสำคัญจากเวที Capital for Growth ที่สะท้อนว่า เทคโนโลยีจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างไร ตั้งแต่การทำให้ธนาคารรู้จักผู้กู้มากกว่ามูลค่าหลักประกัน ไปจนถึงการช่วยผู้ประกอบการรับมือกับอุปสรรคด้านภาษาและหาตลาดใหม่ อย่างไรก็ตาม การขยายโอกาสเหล่านี้ ยังต้องอาศัยกติกาทางการเงินที่สอดคล้องกับความเสี่ยง และเงินลงทุนที่ให้เวลาธุรกิจพัฒนาความสามารถในระยะยาว

ข้อมูลชำระเงินเปิดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ต้นทุนระบบไอทีที่ลดลงทำให้ธนาคารเข้าถึงข้อมูลรายวันของลูกค้าได้มากขึ้น ขณะที่ระบบพร้อมเพย์และการชำระเงินผ่าน QR ช่วยให้รวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาใช้ประกอบการปล่อยสินเชื่อได้ ธนาคารออมสินใช้ข้อมูลทางเลือกในการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าระดับฐานราก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2.4 ล้านราย โดยมุ่งสนับสนุนผู้ที่ขาดหลักประกันหรือไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ได้ การมีข้อมูลเหล่านี้จึงช่วยให้ธนาคารพิจารณาผู้กู้ได้รอบด้านขึ้น นอกเหนือจากทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกัน

เมื่อกล่าวถึงบทบาทของ AI ต่อธุรกิจธนาคาร Songpol มองว่าจะมีบทบาทอย่างแน่นอน เพราะการพิจารณาสินเชื่อจำเป็นต้องดูพฤติกรรม ความสามารถในการทำงาน และวินัยของผู้กู้ประกอบกัน หลังจากที่ผ่านมา ธนาคารให้ความสำคัญกับหลักประกันและสัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าทรัพย์สินเป็นหลัก แนวทางที่เขาอธิบายคือ เริ่มให้กู้ในวงเงินเล็ก แล้วเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดีเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติมได้ ธนาคารออมสินยังเริ่มลดดอกเบี้ยให้ผู้กู้ที่ชำระหนี้ดีแล้ว เพื่อจูงใจให้ลูกค้าชำระคืนและสามารถกลับมากู้เมื่อจำเป็นต้องใช้เงินอีกครั้ง
แต่แม้ธนาคารจะมีข้อมูลผู้กู้มากขึ้น กฎเกณฑ์ทางการเงินก็ยังเป็นข้อจำกัดต่อการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดเล็ก

John W.H. Denton AO เลขาธิการหอการค้านานาชาติ หรือ ICC กล่าวว่า กรอบกำกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นหลังวิกฤตการเงินโลกปี 2008–2009 ยังมีการให้น้ำหนักความเสี่ยงที่ไม่สอดคล้องกับสภาพธุรกิจในปัจจุบัน เขายกตัวอย่างข้อมูลอัตราผิดนัดชำระหนี้ของสินเชื่อเพื่อการค้าที่อยู่ที่ 0.24% แต่กลับถูกให้น้ำหนักความเสี่ยงในระดับเดียวกับตราสารอนุพันธ์ที่ซับซ้อน ส่งผลต่อเงินกองทุนที่ธนาคารต้องถือและต้นทุนการให้สินเชื่อ จนการให้บริการธุรกิจรายเล็กจำนวนมากอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

AI ช่วย SMEs ข้ามอุปสรรคภาษา เข้าถึงตลาดใหม่

อีกด้านหนึ่งของการใช้ AI คือการช่วยให้ SMEs ขายสินค้าและบริการข้ามพรมแดนได้ Denton กล่าวว่า ICC กำลังใช้แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยผู้ประกอบการทำความเข้าใจวิธีเข้าสู่ตลาดและเข้าถึงเครือข่ายในประเทศปลายทาง โดยใช้งานผ่านภาษาของตนเองได้ เขายกตัวอย่างธุรกิจบราซิลที่เผชิญข้อจำกัดจากการใช้ภาษาโปรตุเกส ซึ่ง AI สามารถเข้ามาช่วยลดอุปสรรคในการติดต่อค้าขายได้ แนวทางนี้มุ่งทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อแก้ปัญหาที่ขัดขวางการเข้าสู่ตลาด โดย ICC มีโครงการ Trade Roots Americas ในลาตินอเมริกา มีโครงการลักษณะเดียวกันในแอฟริกา และเตรียมขยายสู่อาเซียนผ่าน Trade Roots ASEAN

เหตุผลที่การเข้าถึงตลาดต่างประเทศมีความสำคัญ ไม่ได้มีเพียงโอกาสเพิ่มยอดขาย Denton ระบุว่า SMEs ที่ค้าขายข้ามพรมแดนได้มีแนวโน้มสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนและดึงดูดเงินทุนได้มากกว่า ขณะที่ Denis Medvedev ผู้อำนวยการระดับโลกด้านการค้า การแข่งขัน และธุรกิจ กลุ่มธนาคารโลก อธิบายว่า ตลาดภายในประเทศอาจมีข้อจำกัดจนธุรกิจขนาดเล็กไม่สามารถขยายกิจการ กระจายตลาด หรือลงทุนยกระดับคุณภาพสินค้าได้ การส่งออกไปยังตลาดเพิ่มเติมจึงเป็นช่องทางสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ และช่วยให้ธุรกิจสามารถจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นแก่แรงงาน

การเชื่อมธุรกิจเหล่านี้เข้าด้วยกันยังต้องอาศัยมาตรฐานและระบบรองรับการค้าดิจิทัล Denton กล่าวว่า ICC กำลังทำงานเพื่อเปลี่ยนการค้าจากระบบเดิมไปสู่ดิจิทัล ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานและพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงตลาด โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคมากขึ้น ตัวอย่างคือการทำงานร่วมกับกลุ่มประเทศในอเมริกากลาง เพื่อเชื่อมตลาดที่แต่ละประเทศมีขนาดไม่ใหญ่พอให้ทำงานร่วมกันได้ แม้ความขัดแย้งทางการเมืองจะเพิ่มความยุ่งยากและต้นทุนให้การค้า แต่เขามองว่ากิจกรรมทางธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ หากระบบการค้าปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

เงินทุนระยะยาวหนุนเทคโนโลยีและทักษะคน

การพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถทางธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนต่อเนื่อง Jeffrey Jaensubhakij ผู้ก่อตั้ง 8W Capital และที่ปรึกษา GIC ชี้ว่า ตลาดทุนมักให้ความสำคัญกับผลตอบแทนในช่วงหนึ่งถึงสองปี จนอาจจัดสรรเงินไม่เพียงพอให้กิจการที่ต้องใช้เวลาสร้างความได้เปรียบ เขายกตัวอย่างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเคยให้ผลตอบแทนไม่น่าดึงดูดจนบริษัทสหรัฐฯ บางแห่งตัดสินใจออกจากธุรกิจ ขณะที่บริษัทในไต้หวันและเกาหลีใต้ยังลงทุนต่อเนื่อง แม้ผลตอบแทนระยะสั้นไม่ดีนัก แต่การสะสมประสบการณ์ตลอดประมาณ 20 ปีทำให้บริษัทเหล่านั้นผลิตสินค้าที่ผู้อื่นทำตามได้ยาก และสร้างผลตอบแทนสูงในเวลาต่อมา

สำหรับประเทศไทย Jeffrey มองว่า การดึงเงินทุนเข้ามาต้องเริ่มจากการมีธุรกิจและโครงการที่สร้างผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง รัฐจึงมีบทบาททั้งการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกในการเริ่มธุรกิจ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบชำระเงินดิจิทัล ซึ่งมีต้นทุนสูงในช่วงเริ่มต้นแต่สร้างประโยชน์ระยะยาว ขณะเดียวกัน การย้ายและกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีนเป็นโอกาสของไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ในการพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นให้เป็นผู้จัดหาสินค้าแก่บริษัทข้ามชาติ ก่อนขยายความสามารถไปสู่ลูกค้าและห่วงโซ่อุปทานอื่นในต่างประเทศ

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ความรู้และประสบการณ์ของคนยังเป็นเงื่อนไขสำคัญ Jeffrey เสนอให้ดึงบุคลากรที่ทำงานในต่างประเทศกลับมาช่วยธุรกิจในประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี วิธีบริหารกิจการ การขยายธุรกิจ และการทำตลาดต่างประเทศ รวมถึงสนับสนุนให้ผู้ที่เคยทำงานในบริษัทขนาดใหญ่และมีประสบการณ์ขยายกิจการออกมาตั้งธุรกิจของตนเองได้ การมีผู้ประกอบการที่พร้อมใช้เงินทุนสร้างกิจการจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีเงินทุนให้ลงทุน เพราะหากธุรกิจยังสร้างผลตอบแทนได้ไม่ดี เงินทุนก็ย่อมไม่ไหลเข้ามาเพียงเพราะอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ

Medvedev กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้และการสร้างนวัตกรรมจะส่งผลต่อเศรษฐกิจได้ ต้องมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษาและทักษะ กฎระเบียบที่ปรับตัวได้ และการลงทุนจากภาคเอกชน ธุรกิจต้องมีโอกาสเริ่มต้น ขยายกิจการ และนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด ภายใต้กติกาที่คุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพสินค้าไปพร้อมกัน สำหรับกลุ่มธนาคารโลก เป้าหมายของการเติบโตจึงอยู่ที่การสร้างงานให้มากขึ้นและมีคุณภาพดีขึ้น ทั้งค่าจ้าง โอกาสก้าวหน้า และความสามารถของแรงงานในการย้ายไปสู่งานที่ให้รายได้ดีกว่าเดิม

ในบริบทไทย Songpol ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศยังผลิตสินค้าต้นน้ำที่มีมูลค่าไม่สูงมาก มีการผลิตด้านไอทีค่อนข้างน้อย และต้องนำเข้าสินค้าหลายประเภทเพื่อบริโภค การเพิ่มปริมาณการผลิตอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ เขามองว่าเทคโนโลยีที่ถูกลงและเข้าถึงได้มากขึ้นเปิดโอกาสให้ทำงานบางอย่างได้ดีขึ้นโดยใช้ต้นทุนน้อยลง ส่วนการสนับสนุนทางการเงินต้องพิจารณาทั้งสิ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้ในวันนี้ และสิ่งที่จะทำให้กิจการอยู่รอดในอีกห้าถึงสิบปี เป้าหมายจึงอยู่ที่การสร้างมูลค่าและทำให้คนเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ต้องพิจารณาควบคู่กับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

OECD ชี้ไทยต้องเร่งผลิตภาพ แก้รายได้โตช้ารับแรงงานลดลง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar