เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ผนึก กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) และบริษัท เอทีพีเซิร์ฟ จำกัด ร่วมลงนามจัดตั้ง “CP IP Center” ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
การผนึกกำลังในครั้งนี้ตอบโจทย์แนวโน้มโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และทรัพย์สินทางปัญญา (IP-based Economy) ข้อมูลจาก WIPO ปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Countries) ด้านการยื่นขอสิทธิบัตร
จากอันดับโลก สู่การสร้างมูลค่าจริงในประเทศ
รายงานจาก WIPO ในปี 2567 ระบุว่า มีการยื่นขอสิทธิบัตรทั่วโลกสูงถึง 3.7 ล้านรายการ โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ 1 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Countries) ด้านการยื่นขอสิทธิบัตร ดร.ปิยาภรณ์ ภาสกานนท์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์นวัตกรรมองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุในงาน DIP x CP IP Forum ว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากร สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา
“การเปิดตัว CP IP Center มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือการให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับงานวิจัยสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ การส่งเสริมการจดทะเบียนและบริหารจัดการ IP อย่างเป็นระบบ และการพัฒนาระบบนิเวศด้าน IP ของไทย” ดร.ปิยาภรณ์ กล่าว
ศูนย์บริการนี้จะตั้งอยู่ที่ True Digital Park ในฐานะส่วนหนึ่งของ CP Innovation Center of Excellence (CPCOE)
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ อธิบายว่า COE เปรียบเสมือน “Future Engine” ของเครือฯ ประกอบด้วย 3 ห้องปฏิบัติการหลัก ได้แก่ Biotech Lab สำหรับงานวิจัยด้านชีวภาพและอาหารเป็นยา, Digital & AI Lab สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และ Data Center & Cloud Lab ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรองรับการทำงานของ Big Data และ AI
ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ประเทศ 2580 ด้วยกลไกความร่วมมือ

การพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญาถูกมองเป็นกลไกสำคัญสำหรับการบรรลุเป้าหมายระยะยาวของประเทศ ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในปาฐกถาพิเศษว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580 ซึ่งจำเป็นต้องสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราสูง
“การจะหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางได้ จำเป็นต้องสร้าง ‘เศรษฐกิจสองขา’ ที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม” ศ.พิเศษ ดร.เอนก กล่าว พร้อมชี้ว่าความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
ความร่วมมือนี้ได้รับการตอกย้ำผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ ฉบับแรก ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และฉบับที่ 2 ระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับบริษัท เอทีพีเซิร์ฟ จำกัด โดยมีอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ พลกฤต กิจวชรโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพีเซิร์ฟ จำกัด ร่วมลงนามกับผู้บริหารเครือซีพีในพิธี
ขยายนิยามและวัฒนธรรมการคุ้มครองนวัตกรรม
การดำเนินงานของศูนย์บริการมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา Dr. Yue Jun Jiang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านขององค์กรจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำว่า เครื่องมือในการคุ้มครองนวัตกรรมมีความหลากหลาย
“ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ซับซ้อน แต่รวมถึงอนุสิทธิบัตร ความลับทางการค้า และการออกแบบ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมภายในองค์กรและช่วยลดต้นทุนในการคุ้มครอง” Dr. Yue Jun Jiang กล่าว
มุมมองนี้สอดคล้องกับแนวคิดในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 ระบุว่า IP ถือเป็นต้นทางของธุรกิจคอนเทนต์ โดยระบบนิเวศที่สมบูรณ์จะเริ่มจากการสร้างสรรค์ไปจนถึงการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ซึ่งศูนย์บริการ IP มีบทบาทในการช่วยผู้สร้างสรรค์บริหารจัดการสิทธิ์เหล่านี้
ภาคเอกชนแสดงบทบาทใหม่ สนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมผ่านผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยในปี 2567 มีสิทธิบัตรที่ได้รับการจดทะเบียนและรับรองแล้วกว่า 4,592 รายการ แบ่งเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 69% และสิทธิบัตรการออกแบบ 31% ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 12.9%
ดร.ไพรัช ศรีชนะ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักวิชาการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ทรัพย์สินทางปัญญาเปรียบเสมือนรางวัลและความภาคภูมิใจของนักวิจัย และเป็นขั้นตอนที่จำเป็นในการแปลงองค์ความรู้ให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่า “การมีระบบจัดการ IP ที่ดีจะช่วยให้นักวิจัยมั่นใจได้ว่างานของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองและสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกต้อง” ดร.ไพรัช กล่าว
ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา เครือเจริญโภคภัณฑ์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกสนับสนุนนักวิจัย ผู้ประกอบการ และนวัตกรทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนผลงานจาก ‘หิ้ง’ วิจัยไปสู่ ‘ห้าง’ หรือการใช้งานจริงในตลาด สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
MTL ปักธงปี 2569 ชู ‘Go Together’ ผนึกพันธมิตร-AI เจาะ Silver Age ดันเบี้ยโตเหนือตลาด
Omnichannel at Scale: เชื่อมด้วย Data ชู ‘Speed’ ครองใจลูกค้ายุคใหม่





