Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เตรียมนับถอยหลัง! Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค. นี้

เตรียมนับถอยหลัง! Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค. นี้

Happitat (แฮปปี้แทท) ประกาศเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นำเสนอประสบการณ์แลนด์มาร์กแห่งใหม่ภายใต้แนวคิด “New Global Landmark of Happiness” หรือจุดหมายปลายทางแห่งความสุขที่ออกแบบให้เกิดขึ้นได้ในทุกวัน เพื่อเปลี่ยนบทบาทของจุดหมายปลายทางจากพื้นที่ที่ผู้คนเพียงเดินทางมาเยือน สู่พื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนความสุขและสร้างประสบการณ์เชิงบวก

อรดา เกิดหงษ์ President บริษัท แอ็กซ์ตร้า แฮปปี้แทท จำกัด เปิดเผยว่า โครงการนี้มีเป้าหมายในการสร้างมาตรฐานใหม่ของการพัฒนาจุดหมายปลายทางระดับสากล โดยเน้นการขับเคลื่อนด้วยความสุข (Happiness-Led Destination) ผ่านการสร้างคุณค่าทางความรู้สึก ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน และความทรงจำที่มีความหมาย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวถือเป็นรากฐานและ DNA ของโครงการมาตั้งแต่วันแรก โดยได้รังสรรค์องค์ประกอบสำคัญ 7 ด้าน เพื่อหลอมรวมเป็นประสบการณ์ในแบบฉบับของ Happitat ดังนี้

1. สร้างกระบวนทัศน์ใหม่แห่งความสุข (Happiness as a New Paradigm for Destination Design)

Happitat นำเสนอโมเดลจุดหมายปลายทางรูปแบบใหม่ที่มีความสุขเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการสร้างเพียงพื้นที่ (Space) สู่การสร้างช่วงเวลาที่น่าประทับใจ (Moments) จากการเน้นด้านการซื้อขายเชิงธุรกิจ (Transactions) สู่การสร้างความสัมพันธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Connections) และจากการเป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนมาเยือน (Visitation) สู่การเป็นพื้นที่สร้างความทรงจำ (Memories) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการใช้เวลาเรียนรู้ร่วมกัน

2. ธรรมชาติโอบล้อมความสุข (Happiness Through Nature)

โครงการได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกและระดับประเทศ ได้แก่ สตูดิโอ Foster + Partners (ผ่านความร่วมมือกับบริษัท เอฟแอนด์พี ประเทศไทย), TK Studio และ Atelier Ten เพื่อออกแบบสถาปัตยกรรมที่หลอมรวมพื้นที่สีเขียวเข้ากับตัวอาคารอย่างไร้รอยต่อ ทั้งในแนวราบและแนวดิ่งในรูปแบบสวนหย่อม (Pocket Garden) ทุกชั้น พร้อมทั้งคัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศระดับจุลภาค (Microclimate) นอกจากนี้ ตัวโครงการยังทำหน้าที่เป็นประตูเชื่อมต่อสู่ผืนป่าขนาด 30 ไร่ ซึ่งเป็นระบบนิเวศป่ากลางเมืองของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก หรือ “ปอดของบางนา” (Bangna’s Urban Lung)

3. ที่สุดแห่งโลกแห่งจินตนาการ (Happiness Through Imagination)

Happitat ร่วมมือกับ ITEC Entertainment อดีตที่ปรึกษาสวนสนุกระดับโลก และ BUG Studio เพื่อร่วมออกแบบพื้นที่ให้เรื่องราวและจินตนาการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย:

  • Whimsical Market: พื้นที่แฟนตาซีสำหรับครอบครัว รวบรวมคาเฟ่และร้านอาหารกว่า 60 ร้าน พร้อมตัวละครสัตว์มหัศจรรย์เคลื่อนไหวได้ (Exclusive Characters) โดยมีแลนด์มาร์กสำคัญคือ ต้นไม้แห่งจินตนาการความสูงเท่าตึก 3 ชั้น และหุ่นจำลองยีราฟขนาดใหญ่ พร้อมการจัดแสดงโชว์พิเศษประจำทุกวัน
  • Lumis Theater Hall: ฮอลล์อเนกประสงค์ที่รองรับการจัดโชว์ การแสดง นิทรรศการ และประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Experiences) โดยผสานการออกแบบ สถาปัตยกรรม และเทคโนโลยีแสงเข้าด้วยกัน

4. โลกดิจิทัลและประสบการณ์คอนเทนต์ระดับโลก (Happiness Through Immersive World)

สร้างประสบการณ์เชื่อมต่อไร้รอยต่อระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล (Phygital Experience) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ จอ LED บริเวณบันไดกลาง (Grand Stairs) ซึ่งเป็นหนึ่งในจอดิจิทัลภายในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการเตรียมจัดแสดงผลงาน Immersive ระดับโลกที่เปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรก ผ่านความร่วมมือกับสตูดิโอชั้นนำ ได้แก่:

  • Pixel Artworks: สตูดิโอออกแบบประสบการณ์จากสหราชอาณาจักร
  • BoraBora Studios: สตูดิโอเทคโนโลยีสร้างสรรค์จากเยอรมนี เจ้าของรางวัล Gold – Best Immersive Experience จากเวที Mondo-DR Awards 2026
  • Idyllias: ผู้เชี่ยวชาญด้านประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟ เทคโนโลยี AI และ Gamification
  • Yellaban: สตูดิโอสร้างสรรค์จากประเทศไทย ผู้มีผลงานในงาน World Expo Osaka 2025 มาร่วมพัฒนาคอนเทนต์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดทั้งปี

5. ประสบการณ์จากเชฟมิชลินและเซเลบริตี้เชฟ (Happiness Through Culinary Excellence)

มุ่งสู่การเป็นศูนย์รวมอาหารชั้นนำ (Finest Culinary Destination) ที่รวบรวมร้านอาหารจากเชฟมิชลินและเชฟชื่อดัง อาทิ ร้าน Vuur by Jacob Jan Boerma โดยเชฟมิชลิน 3 ดาวจากเนเธอร์แลนด์, ร้านในเครือ Chim โดยเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน รวมถึงโซน Lotus’s Eatery ที่รวบรวมร้านอาหารระดับบิบ กูร์มองด์ และร้านจากเซเลบริตี้เชฟ

นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่รวมกว่า 100 แบรนด์ เช่น CHAGEE คอนเซ็ปต์ Pet-Friendly แห่งแรกในไทย, Sostare Gelato เจลาโตพรีเมียมจากอิตาลีสาขาแรกในศูนย์การค้า, Forist Delight คอนเซ็ปต์ “The Edible Forest”, ร้านอาหารญี่ปุ่น UORIKI (Hokkaido Izakaya) โดย CP-Uoriki, ร้านชาตรามือสูตรพรีเมียม CTM สาขาที่ 4 ของประเทศ, เกี๊ยวหยวนจี เกี๊ยวปั้นสดจากจีน และร้านชื่อดังอื่นๆ อาทิ Ahjou Tea, Dairy Queen, GAGA, Good Cha, Greek’s Cup, 1:2 Coffee, Paul, White Story, เกศเตี๋ยว และร้านสตรีทฟู้ดระดับตำนาน

6. รวมพลังพันธมิตรร่วมสร้างความสุข (Happiness Through Curated Partnerships)

โครงการได้คัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศแห่งความสุข โดยมีการเปิดตัวคอนเซ็ปต์เอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่:

  • Axtra Club: ศูนย์รวมสินค้าคัดสรรจากทั่วโลก พร้อมร้านอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดย Chef Willment Leong ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของ Worldchefs
  • 7-Eleven: คอนเซ็ปต์ร้านรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน
  • Lotus’s PRIVÉ Market: พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตแนวคิด ‘Premium Fresh & Lifestyle Hub’ พื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ดีไซน์สไตล์บูติก พร้อมโซนเนื้อวากิว ผักผลไม้ออร์แกนิก ไวน์เซลลาร์ และ Healthy Bar
  • True Branding Shop & TrueSphere: ไลฟ์สไตล์ฮับพรีเมียมและการบริการระดับ Super First Class จาก TrueSphere ควบคู่กับพื้นที่รีเทล
  • อาณาจักรของเล่นและเทคโนโลยี: พื้นที่รวมของเล่น เทคโนโลยี AI ของสะสม Art Toy หายาก และสินค้า IP Character ชื่อดัง

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เฉพาะ (Exclusive Destination Concept) เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในมิติต่าง ๆ:

  • สถาบันเสริมทักษะและศูนย์การเรียนรู้: แหล่งรวมสถาบันการศึกษาชั้นนำย่านบางนากว่า 15 แห่ง อาทิ Bagel Swings Social Club, Cymath School, Dinos Drum, Phonic 1st, Top One, The D.T x Math Logik, Yamaha Music School, Chinese Hub Language School และ NEXT GEN Success School
  • แบรนด์ดูแลสุขภาพและความงาม: พื้นที่ดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม พร้อมฟิตเนสรูปแบบใหม่ สระว่ายน้ำ และสนาม Pickleball Court ลอยฟ้าวิวเมือง ร่วมด้วยพันธมิตร เช่น Kaew Pilates Studio, Flex Rehab, Setai Exclusive, Sarang Hair, HANA STUDIO และ THE LOFT CLINIC
  • แบรนด์ไลฟ์สไตล์: ร้านค้าและบริการตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน อาทิ Eco Ring Japan, OWNDAYS, LAB PHARMACY, Studio 7, BANANA และ IT CITY | CSC
  • บริการสำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร: ร่วมมือกับแบรนด์ Jerhigh สร้างบริการ Pet Service ควบคู่กับพื้นที่ Pet-Friendly และมี Pet Park ขนาดกว่า 150 ตารางเมตร สำหรับกิจกรรมและการสร้างคอมมูนิตี้คนรักสัตว์

7. เชื่อมโยงความสุขเพื่อทุกวัยในครอบครัว (Happiness for Multigenerational Joy)

Happitat ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนทุกเจเนอเรชัน ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง ผ่านโปรแกรมเวิร์กช็อป กิจกรรมพิเศษ และเทศกาลตลอดทั้งปี เช่น ขบวนพาเหรด การแสดง และการพบปะของคอมมูนิตี้ โดยประสบการณ์ทั้งหมดจะเชื่อมต่อผ่าน Happitat Application บนแพลตฟอร์ม Amaze Super App ของเครือซีพีกรุ๊ป เพื่อผสานบริการ สิทธิประโยชน์ และระบบสะสมคะแนนในระบบนิเวศดิจิทัล (Seamless Ecosystem) ร่วมกับธุรกิจในเครือและพันธมิตร

คุณอรดากล่าวปิดท้ายว่า การให้ความสุขเป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบนี้ มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายและส่งเสริมให้ความสุข รวมถึงธรรมชาติและสุขภาวะ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาจุดหมายปลายทางต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสอาณาจักรแห่งความสุขรูปแบบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Happitat Thailand และเว็บไซต์ www.happitatthailand.com

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

วีซ่ากางอินไซต์ ‘เศรษฐีใหม่เทคฯ’ เที่ยวซ้ำ-เวลเนสพุ่ง ชูไทยโมเดลประเทศแรกเปิด ‘Visa Destinations’

ศุภาลัยปั้น ‘Supalai PARC เอกมัย-พัฒนาการ’ ชูเทรนด์ Ready to Move ให้เห็นห้องจริงก่อนซื้อ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar