Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Human First, AI Second: เมื่อโลกฉลาดขึ้น มนุษย์ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

Human First, AI Second: เมื่อโลกฉลาดขึ้นมนุษย์ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

คำถามสำคัญในวันที่ AI พัฒนาเร็วขึ้น อาจไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีจะฉลาดไปได้ไกลแค่ไหน หรือมนุษย์จะทำอย่างไรให้ใช้ AI ได้เก่งกว่าเดิม แต่อยู่ที่ว่า เมื่อมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำงานมากขึ้น มนุษย์ยังเหลือความสามารถอะไรที่เป็นของตัวเอง และจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร

กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้ก่อตั้งเพจ DataRockie และที่ปรึกษา บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด มองว่า หากต้องเลือกระหว่างการมี AI ที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ กับการที่มนุษย์กลายเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น ช่วยเหลือกัน และสร้างธุรกิจที่ดี สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือการพัฒนามนุษย์ ภายใต้แนวคิด Human First

เพราะ AI ไม่ได้มีคุณค่าหรือจริยธรรมอยู่ในตัวเอง แต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำงานอยู่บนระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่มนุษย์จะนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างไร รวมถึงการที่กลุ่มทุนเทคโนโลยีอาจมุ่งแข่งขันและสร้างกำไรสูงสุดจนละเลยคุณค่าทางสังคม

โจทย์ของมนุษย์ในยุค AI จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะใช้เครื่องมือได้มากกว่า แต่คือการพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถเพียงพอที่จะเลือก ควบคุม และกำหนดว่าเทคโนโลยีควรถูกนำไปใช้เพื่ออะไร

เมื่อ AI ทำให้เราเก่งขึ้นหรือแค่รู้สึกว่าเก่งขึ้น

ปัญหาหนึ่งของการใช้ AI คือภาพลวงตาว่า เมื่อผลงานที่ได้ดีขึ้น หมายความว่าความสามารถของผู้ใช้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งที่สองเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

คุณกษิดิศยกตัวอย่างนักเรียนนักศึกษาที่สามารถใช้ AI ทำรายงานออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องสอบและไม่มี AI ช่วย กลับไม่สามารถคิดวิเคราะห์หรือแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องมือ แต่เป็นคำถามว่าทักษะที่ควรอยู่กับมนุษย์กำลังถูกพัฒนา หรือกำลังถูกปล่อยให้ลดลงเพราะมีเทคโนโลยีทำแทน

คำถามพื้นฐานตามหลัก First Principle จึงไม่ควรเริ่มจาก “AI ทำอะไรให้เราได้บ้าง” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องย้อนกลับมาถามว่า ถ้าวันนี้ไม่มี AI เราทำอะไรได้ด้วยตัวเองบ้าง

คำถามนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องปฏิเสธ AI แต่เป็นการแยกให้ออกระหว่างความสามารถของเครื่องมือกับความสามารถของผู้ใช้ เพราะหากทุกครั้งที่ต้องคิด วิเคราะห์ เขียน หรือแก้ปัญหา เราต้องรอให้ AI เริ่มต้นให้ก่อน ความสามารถที่ดูเหมือนเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยีอาจไม่ได้กลายเป็นความสามารถที่ติดตัวเราไปจริง ๆ

เทคโนโลยีเก่งขึ้น ไม่ได้แปลว่าชีวิตดีขึ้น

ความท้าทายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับการทำงานหรือการเรียนรู้ แต่รวมถึงวิธีที่มนุษย์ใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยี คุณกษิดิศกล่าวถึงข้อมูลที่ระบุว่าคนไทยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง หรือประมาณ 76 วันต่อปี

เวลาจำนวนมากถูกใช้ไปกับการรับข้อมูลและคอนเทนต์บนหน้าจอ ขณะที่ AI ถูกนำมาใช้สร้างสิ่งที่เรียกว่า AI Slot Content ซึ่งเป็นคอนเทนต์ตื้นเขินที่สามารถดึงดูดความสนใจ แต่ไม่ได้ช่วยสร้างคุณค่าหรือทำให้ชีวิตของผู้รับสารดีขึ้น

เมื่อเครื่องมือสามารถผลิตเนื้อหาได้มากขึ้นและเร็วขึ้น คำถามจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่ว่าเราสร้างคอนเทนต์ได้มากเพียงใด แต่ต้องกลับมาดูด้วยว่าสิ่งที่ผลิตออกมามีคุณค่ากับคนที่รับมันหรือไม่ เพราะเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่ได้ทำให้ชีวิตของมนุษย์ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ หากมนุษย์ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้มันกับอะไรและใช้มากน้อยเพียงใด

Human Flourishing พัฒนาคนให้ดีขึ้น

แนวคิด Human First ของคุณกษิดิศเชื่อมโยงกับปรัชญาของอริสโตเติลเรื่อง Eudaimonia หรือ Human Flourishing ซึ่งมองการเติบโตของมนุษย์ในฐานะการพัฒนาตัวเองไปสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุด การเรียนรู้จึงไม่ควรถูกจำกัดไว้เพียงการทำคะแนนหรือการได้เกรด แต่ควรทำให้คนพัฒนาความคิดและใช้ชีวิตได้ดีขึ้น

การเติบโตในความหมายนี้ตั้งอยู่บนคุณธรรม 4 มิติ ได้แก่ ปัญญา (Wisdom) จากการขวนขวายหาความรู้ อ่าน และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ความกล้าหาญ (Courage) ที่ทำให้คนเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อส่วนรวม แม้ต้องยอมรับความเจ็บปวดในระยะสั้น ความยุติธรรม (Justice) ซึ่งเชื่อมความสามารถของตัวเองเข้ากับการช่วยเหลือผู้อื่น และ ความมีวินัยและการรู้จักพอ (Moderation) ที่ทำให้มนุษย์สามารถเอาชนะใจตัวเองและไม่ปล่อยให้ความโลภเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจ

คุณธรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้เพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คุณกษิดิศเสนอวิธีที่เริ่มได้จากชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การตื่นมาอ่านหนังสือที่ชอบ ลงมือเขียน ไปจนถึงนำความรู้ที่มีไปแบ่งปันให้ผู้อื่น เมื่อทำต่อเนื่อง เวลาและการฝึกฝนจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้คนพัฒนาขึ้น

Agency คือคิดเองเลือกเองและลงมือทำ

อีกหนึ่งความสามารถที่คุณกษิดิศมองว่าสำคัญในยุค AI คือ Agency หรือความสามารถในการคิด ตัดสินใจ และลงมือทำด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้คนอื่นบอกว่าควรทำอะไร หรือปล่อยให้เทคโนโลยีเป็นฝ่ายกำหนดคำตอบให้ทั้งหมด

เมื่อ AI สามารถช่วยคิด ช่วยค้นข้อมูล และทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น การมี Agency จึงหมายถึงการที่เรายังรู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร สามารถพิจารณาทางเลือกและตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ แทนที่จะรับคำตอบจาก AI แล้วทำตามทันที คนที่มี Agency จึงใช้ AI เป็นเครื่องมือ แต่ยังเป็นคนกำหนดเป้าหมายและตัดสินใจด้วยตัวเอง

ความสามารถในการเลือกยังเชื่อมโยงกับคุณธรรมที่คุณกษิดิศพูดถึงก่อนหน้านี้ เพราะมนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจจากประสิทธิภาพหรือผลตอบแทนสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเลือกทำสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น แม้ต้องยอมเสียผลประโยชน์บางอย่างในระยะสั้น

คุณกษิดิศยกกรณี Costco ภายใต้การนำของ Jim Sinegal ซึ่งยืนหยัดขายฮอตดอกในราคา 1.5 ดอลลาร์สหรัฐมานานกว่า 40 ปีโดยไม่ขึ้นราคา พร้อมให้สวัสดิการพนักงานสูงกว่าคู่แข่ง เพื่อสร้างประโยชน์ให้ลูกค้าและพนักงานมากกว่ามุ่งหากำไรสูงสุดในระยะสั้น

กรณีนี้ทำให้แนวคิด Human First ชัดขึ้นว่า สิ่งที่มนุษย์ต้องรักษาไว้ในวันที่ AI เก่งขึ้น ไม่ใช่เพียงความสามารถในการทำงาน แต่คือความสามารถในการคิด เลือก และตัดสินใจด้วยตัวเอง รวมถึงการเลือกบนพื้นฐานของคุณค่าและผลกระทบที่มีต่อผู้อื่น

AI ยิ่งเก่งมนุษย์ยิ่งต้องรู้ว่าจะใช้มันเพื่ออะไร

การเตรียมตัวสำหรับโลกที่ AI ฉลาดขึ้นจึงไม่ได้หมายถึงการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ให้ทันทุกตัว เพราะเทคโนโลยีย่อมเปลี่ยนแปลงต่อไป สิ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกันคือความสามารถในการคิดด้วยตัวเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง คุณธรรม ความเห็นอกเห็นใจ วินัย และ Agency ที่ทำให้มนุษย์ยังสามารถกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองได้

AI สามารถช่วยมนุษย์ทำงานได้มากขึ้นและเร็วขึ้น แต่การตัดสินใจว่าจะใช้ความสามารถนั้นไปสร้างอะไร ช่วยใคร หรือสร้างสังคมแบบไหน ยังเป็นเรื่องที่มนุษย์ต้องเลือกเอง

ดังนั้น ในโลกที่เทคโนโลยีกำลังฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ โจทย์อาจไม่ใช่การทำให้มนุษย์แข่งขันกับ AI ให้ชนะ แต่คือการทำให้มนุษย์ไม่หยุดพัฒนาความสามารถที่ควรเป็นของตัวเอง และใช้เทคโนโลยีโดยไม่ยอมให้เทคโนโลยีกลายเป็นผู้กำหนดว่าเราจะคิด ทำงาน หรือใช้ชีวิตอย่างไร

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Industry 5.0 เปลี่ยนโรงงานไทยเริ่มจาก ‘ปัญหาข้อมูลและคน’ ไม่ใช่เทคโนโลยี

AI เปลี่ยนอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย จาก Cloud–Data Center ถึงโจทย์ Talent

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar