Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

InnovestX ประเมินปี 69 แนะกระจายหุ้นโลกนอกสหรัฐฯ เสริมตราสารหนี้และทองคำ

InnovestX ประเมินปี 69 แนะกระจายหุ้นโลกนอกสหรัฐฯ เสริมตราสารหนี้และทองคำ

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ประเมินภาพรวมการลงทุนปี 2569 ภายใต้ธีม “Riding the Wild Horse” มองว่าตลาดการเงินโลกยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทน แม้เศรษฐกิจชะลอตัวแต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยนโยบายการเงินของหลายประเทศยังอยู่ในทิศทางผ่อนคลายในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านนโยบายเศรษฐกิจและการต่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงระดับมูลค่าตลาดที่ตึงตัวมากขึ้น

InnovestX แนะนำให้นักลงทุนเน้นการคัดเลือกสินทรัพย์อย่างรอบคอบและกระจายความเสี่ยง โดยให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ (Rest of the World) หุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็ก และตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่มูลค่ายังอยู่ในระดับเหมาะสม ควบคู่กับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน พร้อมเสริมพอร์ตด้วยตราสารหนี้คุณภาพดีและทองคำ

สำหรับตลาดหุ้นไทย InnovestX ประเมินกรอบเป้าหมายดัชนี SET Index ที่ระดับ 1,350–1,400 จุด โดยคาดว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสแรก จากปัจจัยด้านการเลือกตั้งและนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มที่มีรายได้จากในประเทศเป็นหลักและมีลักษณะเชิงรับ อาทิ กลุ่มการแพทย์ พาณิชย์ และสื่อสาร

สุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Research Department บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า “การลงทุนในปี 2569 ที่คาดจะยังให้ผลตอบแทนที่ดี จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตได้ แม้จะชะลอตัวลงบ้างแต่ไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แรงส่งจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐยังเป็นบวกต่อมาในช่วงต้นปี แต่มีความผันผวนของตลาดสูงขึ้น โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงกลางปีที่ความกังวลเงินเฟ้ออาจเพิ่มกลับขึ้นมา

ดังนั้น การลงทุนในปี 2569 ต้องคัดสรรและกระจายตัวมากขึ้น จากความเสี่ยงการลงทุนที่เกิดจาก Valuation สูงขึ้นมากในหลายตลาด อาจนำไปสู่การปรับตัวลดลงหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สงครามการค้าที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้นจากบุคลิกของ ประธานาธิบดีทรัมป์ที่คาดเดาได้ยาก ทำให้ตลาดการเงินผันผวน เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สูง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจีน-ญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวัน ความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงความขัดแย้งของสหรัฐฯ กับจีน และชาติยุโรปที่เคยเป็นพันธมิตรมายาวนาน”

ด้าน ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “เศรษฐกิจโลกในปี 2569 มีแนวโน้มเป็นลักษณะ Year of Two Halves โดยชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกจากผลของสงครามการค้าและความล่าช้าของนโยบาย ก่อนฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ขณะเดียวกัน การรวมกลุ่มของประเทศฝั่ง Global South โดยเฉพาะกลุ่ม BRIC จะมีบทบาทมากขึ้น ท่ามกลางการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจอย่างแพร่หลาย รวมถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศจากโอกาสเกิดลานีญา (La Niña) ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนต่อเศรษฐกิจโลก

สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังคงเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง และการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้า โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 1.4% ลดลงจากปีก่อน อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี เศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐและการเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ในส่วนของการเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ โดยหากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ราบรื่นและคณะรัฐมนตรีใหม่สามารถอนุมัติผ่านงบประมาณปี 2570 ภายในไตรมาส 2 ก่อนจะนำเข้าสู่สภาฯ จะทำให้การบังคับใช้งบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้ามากนัก ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคการเมืองต่าง ๆ หากทำได้จริง

รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ Head of Investment Strategy & Head of Trading Product Specialist บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “กลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ในปี 2569 ควรเน้นความสมดุลระหว่างการอยู่ในตลาดและการคัดเลือกความเสี่ยงอย่างมีวินัย ภายใต้แนวคิด Stay Invested, Stay Selective โดยหุ้นโลก (Global Equity) ยังคงเป็นแกนหลักของพอร์ต เน้นกระจายการลงทุนไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ ที่ Valuation ยังเหมาะสม พร้อมให้น้ำหนักกับธีม AI, Digital Transformation และหุ้นขนาดกลาง–เล็กที่กำไรเริ่มฟื้นตัว

InnovestX ประเมินปี 69 แนะกระจายหุ้นโลกนอกสหรัฐฯ เสริมตราสารหนี้และทองคำ

นักลงทุนสามารถลงทุนตามกลยุทธ์ดังกล่าวได้ผ่านกองทุนที่สะท้อนธีมการลงทุน เช่น SCBRS2000(A), KFCHINA-T10PLUS-A และ K-INDX รวมถึงทางเลือกอย่าง DR23 ของ InnovestX ที่ช่วยให้เข้าถึง ETF หรือหุ้นต่างประเทศรายตัวผ่านตลาดหุ้นไทย อาทิ หุ้นจีน CHNXT5023, HSHD23, BABA23, SMIC23 และหุ้นญี่ปุ่น SOFTBANK23, SUSHI23, TEL23  เพื่อเสริมการกระจายพอร์ตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

สำหรับตราสารหนี้ แนะนำเน้นตราสารหนี้คุณภาพดี อายุปานกลางราว 3–5 ปี เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ขณะที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin เหมาะลงทุนในสัดส่วนจำกัด และ ทองคำ ยังมีบทบาทช่วยกระจายความเสี่ยง แนะนำกองทุน UOBSG-H”

ขณะที่ สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศ InnovestX แนะนำเน้นการลงทุนแบบ Selective โดยให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีคุณภาพและกำไรเติบโตชัดเจน โดยตลาดสหรัฐฯ ยังเด่นในกลุ่มเทคโนโลยีแพลตฟอร์มและสุขภาพ เช่น Amazon, Google, Meta และ Eli Lilly ขณะที่ยุโรปน่าสนใจในกลุ่มแบรนด์พรีเมียมและพลังงานสะอาด เช่น LVMH และ Orsted ส่วนจีนเน้นหุ้นเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากนโยบายรัฐ อาทิ Tencent และ CATL

สำหรับตลาดหุ้นไทย แนะนำคัดเลือกหุ้นตามธีมการลงทุน โดยเน้นหุ้นปันผลคุณภาพเพื่อสร้างกระแสเงินสด เช่น AP และ KTB ขณะที่หุ้นเติบโตที่กำไรเริ่มฟื้นตัวเหมาะกับการลงทุนเชิงรุก เช่น MTC และ TRUE ส่วนหุ้นฟื้นตัวและหุ้นที่มูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานยังน่าสนใจในกลุ่มท่องเที่ยว อาหาร และค้าปลีก เช่น CENTEL, TU, CPALL และ OR”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เอสซีจีคุมเข้มการเงิน-การลงทุน นำองค์กรฝ่าคลื่นเศรษฐกิจปี 69

The NEXT Real ผนึก 3 บิ๊กเอเจนท์ ชี้เป้าอสังหาฯ ปี 69 พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ ‘ReDev’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar