Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เอสซีจีคุมเข้มการเงิน-การลงทุน นำองค์กรฝ่าคลื่นเศรษฐกิจปี 69

เอสซีจีคุมเข้มการเงินการลงทุน นำองค์กรฝ่าคลื่นเศรษฐกิจปี69

เอสซีจี ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 หนักกว่าปีที่ผ่านมา หากยังเห็นโอกาสทางธุรกิจ แต่เข้มงวดนโยบายการเงินการลงทุนในวงเงิน 30,000 ล้านบาท เน้นงานบำรุงรักษา และลงทุนต่อเนื่องในโครงการที่มีอนาคต พร้อมออกแผนรับมือ 4 ด้าน ‘เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง และเอาอยู่’

ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี บอกว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ ‘เหนื่อยกว่าปีที่แล้ว’ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งภายนอกและภายในที่บีบคั้นหลายด้าน คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย จากภาพรวม GDP โลกมีแนวโน้มลดลง และ GDP ของประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะลดลงอย่างน่ากังวล จากปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 2.4-2.5% แต่ปีนี้อาจเหลือเพียง 1.6% ถือเป็นสถานการณ์ที่บีบรัดมาก

ตลอดจนค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 7% (ประมาณ 2.4 บาท) และหากปีนี้ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องอีกก็จะยิ่งทำให้การดำเนินธุรกิจและการส่งออกเป็นไปอย่างยากลำบาก

“ทิศทางเศรษฐกิจปีนี้ ไม่ใช่แค่ต้องฝ่าคลื่นสูง 3 เมตร แต่น่าจะเกิน 20 เมตร นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราต้องคุมเข้มด้านการเงินการลงทุน” คุณธรรมศักดิ์ เปรียบเทียบ          

ยังมีสัญญาณบวก

คุณธรรมศักดิ์ บอกด้วยว่า แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมปี 2569 จะไม่ดี แต่บริษัทยังเห็นโอกาสจากสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลล์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว ทั้งคาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีอย่างต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ส่วนธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง ยังเติบโตต่อเนื่องจากความต้องกรบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่มีภาพรวมเศรษฐกิจโจ และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตดีต่อเนื่องเอื้อต่อการลงทุนและการขยายตลาด

เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง เอาอยู่

ดังนั้น เอสซีจี วางแผนการดำเนินงานปี 2569 โดยเน้นความต่อเนื่องจากแผนงานปีปัจจุบัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนผ่านกลยุทธ์ “เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง และเอาอยู่” ด้วยความ ‘เข้มข้น’ ด้านวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดที่มีอยู่ 55,012 ล้านบาทให้มั่นคง ลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics

จันทนิดา สาริกะภูติ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน เอสซีจี ขยายความว่า เราต้องมีวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวดต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมูลค่าการลงทุนปีนี้จะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วตั้งงบลงทุนไว้ 30,000-35,000 ล้านบาท แต่ใช้จริง 30,737 ล้านบาท

แผนการใช้เงินลงทุนปีนี้จะเน้นไปที่การสร้างความเข้มแข็งและการเพิ่มประสิทธิภาพเป็นหลัก คือ การบำรุงรักษาเครื่องจักร (Maintenance) ในโรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณส่วนใหญ่ เกือบ 1 ใน 3 หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายประจำทุกปี นอกนั้นเป็นการลงทุนต่อเนื่องในโครงการ LSP ที่เวียดนามและโครงการด้านการประหยัดพลังงานต่างๆ

 คุณธรรมศักดิ์ อธิบายกลยุทธ์ต่อไปว่า ‘เข้มแข็ง’ ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เดินหน้ากลยุทธ์ Regional Optimization ชูเวียดนามเป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลย การลงทุนคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมเอสซีจีปัจจุบัน รองรับการเติบโตในประเทศ และส่งออกตลาดโลก จากที่คาดว่า ปีนี้ GDP เวียดนามจะโต 7.0% และปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่ม Smart Value Product (SVP), HVA และ Green Product

‘เสริมแกร่ง’ หรือการสร้าง ‘Six-Pack’ ผ่านโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ในเวียดนาม ซึ่งจะช่วยพลิกโฉมธุรกิจเคมิคอลส์ให้มีต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลงและแข่งกับตลาดโลกได้ และ ‘เอาอยู่’ สู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินโอกาสและความท้าทายรอบด้านเสมอ เพื่อพร้อมสู้ทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ

สุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ระบุถึงแนวทางการนำ AI มาใช้และประโยชน์ที่ได้รับไว้อย่างชัดเจนว่า ได้นำ AI มาใช้ในโรงงานเพื่อควบคุมกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยติดตั้งเครื่องจักรและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถใช้เชื้อเพลิงทางเลือกที่ “ใช้ยาก” (แต่ราคาถูก) ได้มากขึ้น

หลังจากประสบความสำเร็จด้านการใช้ AI และ Automation ทุกโรงงานในประเทศไทยแล้ว ปีนี้มีแผนจะขยายการใช้งานไปสู่โรงงานในต่างประเทศด้วยเพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต อีกทั้งยังใช้ AI ในด้านการดูแลรักษาเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ขณะเดียวกัน ยังปรับปรุงโครงสร้างการผลิตโดยการควบรวมศูนย์การผลิตให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขยายขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

ลงทุน 60 ล้าน ผลตอบแทน 500 ล้าน

วิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล เสริมว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง มีโครงการ AI กว่า 80 โครงการ ลงทุนไป 50 – 60 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลตอบแทนกลับมาเกือบ 500 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก

โครงการที่ทำคือ นำ AI เข้าไปในกระบวนการผลิต และการให้บริการ รวมถึงใช้ช่วยเฟ้นหาลูกค้าที่มีความต้องการซื้อ และนำทางลูกค้าผ่านกระบวนการต่างๆ จนกระทั่งเกิดการจ่ายเงินซื้อสินค้าได้จริง

ปี 68 บริหารกระแสเงินสดดี

คุณธรรมศักดิ์ เล่าถึงปี 2568 ว่า เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน ซึ่งกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมโดยเฉพาะปิโตรเคมี แต่เอสซีจีบริหารกระแสเงินสด ที่เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจได้ดี โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6%

ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน สะท้อนการรักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างการดำเนินงาน ตัดธุรกิจไม่ทำกำไรไปประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี “ตัวใหญ่ๆ ที่ต้องปิด จัดการไปหมดแล้ว” และจะจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท หรือ 43% ของกำไรปี 2568

ผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นยังได้บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

3 ชาติแนะไทยใช้ AI-ธรรมชาติ รื้อแผนรับมือวิกฤติน้ำ

Haier เปิดแผนปี 2569 เมินสงครามราคาชูนวัตกรรม-ผนึกลิเวอร์พูล ย้ำผู้นำโลก

Global Marketing Outlook 2026: ฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ

×

Share

ผู้เขียน

มรกต รอดพึ่งครุฑ Avatar