ในเวทีประชุมวิชาการประจำปี สวทช. หรือ NAC 2026 Dr.Jane Zhang, Business & Technology Leader จาก Breakthrough Energy Fellows ได้นำเสนอประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทิศทางเทคโนโลยีสะอาดหรือ Climate Tech โดยเน้นย้ำว่านวัตกรรมไม่ใช่เพียงเครื่องมือเพื่อความยั่งยืนเท่านั้น แต่คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
“งานวิจัยและนวัตกรรมคือฟันเฟืองสำคัญที่ไม่เพียงแต่นำพาเราไปสู่ความยั่งยืน แต่ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว”
แก้โจทย์ Energy Trilemma ด้วยนวัตกรรมข้ามขีดจำกัด
ประเด็นที่แหลมคมที่สุดคือการเผชิญหน้ากับ “สามมุมแห่งพลังงาน” (Energy Trilemma) ซึ่งประกอบด้วยความสามารถในการจ่าย ความยั่งยืน และความมั่นคง Dr. Jane Zhang ระบุว่าโลกกำลังเผชิญโจทย์ยากจากประชากรที่เพิ่มขึ้นและความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงจากการขยายตัวของเมืองและเทคโนโลยี AI นวัตกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้พลังงานสะอาดมีราคาที่จับต้องได้และมีความเสถียร
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือความสำเร็จของพลังงานหมุนเวียนในปี 2025 ที่กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก แซงหน้าถ่านหินด้วยสัดส่วนร้อยละ 38 ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP โลกถึง 3.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปที่พลังงานสะอาดช่วยขับเคลื่อน GDP ถึงหนึ่งในสามของภูมิภาค
รากฐานนวัตกรรมจากงานวิจัยระดับโลก
ความก้าวหน้าเหล่านี้มีรากฐานมาจากงานวิจัยพื้นฐานที่เข้มข้น Dr. Jane Zhang ได้เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ระดับโลกกับแนวทางการแก้ปัญหาในปัจจุบัน เช่น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีปี 2019 ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานเกิดขึ้นได้จริงในระดับใหญ่
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยเรื่อง Quantum Dots ที่ได้รับรางวัลโนเบลปี 2023 ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเซลล์แสงอาทิตย์ยุคใหม่ รวมถึงวัสดุโครงข่ายโลหะ-ออร์แกนิก (Metal Organic Frameworks) ที่มีศักยภาพสูงในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการกักเก็บไฮโดรเจน
ไทย: ยุทธศาสตร์การผลิตและทดสอบนวัตกรรมภูมิภาค
สำหรับประเทศไทย Dr.Jane Zhang มองเห็นศักยภาพในฐานะฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ซึ่งเอื้อต่อการทดสอบนวัตกรรมและการขยายผลสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว ไทยมีจุดแข็งจากการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 47 ภายในปี 2035 เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 และมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเปิดตัวสถานจัดเก็บความร้อนในภาคอุตสาหกรรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเอสซีจีและ Rondo Energy นอกจากนี้ ไทยยังมีทรัพยากรชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือพลังสำคัญของระบบพลังงานโลก ท่ามกลางความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นทั้งบททดสอบที่ท้าทายและโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นต่อวิกฤติสิ่งแวดล้อม”
ปั้น Deep Tech สตาร์ตอัปสู่ตลาดโลก
Breakthrough Energy Fellows ได้สนับสนุนสตาร์ตอัปในภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น TerraOils จากไทยที่ใช้กระบวนการหมักแม่นยำสูงผลิตไขมันและน้ำมันทดแทนอุตสาหกรรมเดิม CarboTech ที่พัฒนาสารเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง Serotype และ Green Hub ที่มุ่งเปลี่ยนของเสียจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและขยะเกษตรให้เป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ยังมี Linkore ที่รีไซเคิลโลหะจากแบตเตอรี่ Deep Cycle Eco ที่รีไซเคิลพลาสติกและสิ่งทอทางเคมี และ Entropy Lab ที่พัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนในอาคาร
เกณฑ์การลงทุนและความร่วมมือครบวงจร
การเปลี่ยนงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ตลาดจริงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน Dr. Jane Zhang ระบุว่านักลงทุนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีแตกต่าง มีความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจ มีแผนการค้าที่น่าเชื่อถือ และมีศักยภาพในการลดก๊าซคาร์บอนในระดับนัยสำคัญ
“การเดินทางจากห้องปฏิบัติการสู่ตลาดจริงให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่ภารกิจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการประสานพลังระหว่างภาครัฐที่เป็นผู้วางยุทธศาสตร์ สถาบันการศึกษาที่เป็นต้นกำเนิดความรู้ สตาร์ทอัพที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว และภาคอุตสาหกรรมที่จะเป็นผู้ขยายผลนวัตกรรมเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริงในสังคม”
เรียบเรียงจากการบรรยายของ: Dr.Jane Zhang, Business & Technology Leader, Breakthrough Energy Fellow ในงาน NAC 2026
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ส่อง 4 ฉากทัศน์ไทย บนทางแยก Net Zero
‘ยศชนัน’ ดันนวัตกรรมปลดล็อกเศรษฐกิจเขียวทางรอดไทยสู่ประเทศรายได้สูง



