Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

แอลจี เปิดเกมรุกเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ชู ‘Zero Labor Home’ ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 22%

แอลจี รุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ชูแนวคิด 'Zero Labor Home' ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 22%

เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้ถูกพัฒนาเพียงเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการทำงาน แต่ถูกออกแบบให้เข้าใจเสียงเรียกของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว รู้ว่าแต่ละคนชอบดูคอนเทนต์ประเภทใด และสามารถปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เหมาะกับจังหวะชีวิตพวกเขา นั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คำว่า “บ้านอัจฉริยะ” มีความหมายมากกว่าการเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าด้วยกัน

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You” ภายใต้วิสัยทัศน์ AI in Action เผยโฉมไลน์อัปเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งเป้าพลิกโฉมประสบการณ์การใช้ชีวิตของคนไทยให้มีเวลาเพื่อตัวเองมากขึ้น พร้อมปลดล็อกอิสระจากการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

สู่เป้าหมาย ‘Zero Labor Home’ เมื่อบ้านไม่ใช่แค่ที่พัก แต่คือผู้ช่วยที่เข้าใจคุณ

ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงทิศทางสำคัญขององค์กรว่า “แอลจีมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็น ‘บริษัทผู้ให้บริการโซลูชันเพื่อชีวิตอัจฉริยะ (Smart Life Solution Company)’ อย่างเต็มตัว ด้วยกลยุทธ์ Dual Transformation ภายใต้แนวทาง AI in Action พัฒนา AI ในผลิตภัณฑ์ให้เข้าใจผู้ใช้งาน ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำความเข้าใจ ปรับตัว และทำให้ชีวิตง่ายขึ้นในทุกมิติ การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์และบริการของแอลจี จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ดีขึ้น”

หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าว คือการก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวในการพัฒนา “Zero Labor Home” หรือบ้านอัจฉริยะที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอย ต่อผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ เพื่อช่วยลดภาระงานบ้านและคืนเวลาให้แก่ผู้ใช้งาน สะท้อนให้เห็นว่าแอลจีไม่ได้มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคเป็นแกนหลัก

เบื้องหลังตัวเลข 22% เมื่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ามูลค่า 8.2 หมื่นล้านบาทกำลังเปลี่ยนผ่าน

ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว แอลจีวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่ชัดเจนเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย

อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในปีนี้ เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญภายใต้กลยุทธ์ Dual Transformation ที่มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านผลิตภัณฑ์ (Product Transformation) อย่างเป็นรูปธรรม แอลจีมุ่งนำเทคโนโลยี AI เข้าสู่ทุกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและสร้างคุณค่าที่ก้าวข้ามประสิทธิภาพทางเทคนิค แต่เป็นการ ‘ปลดล็อกอิสระในการใช้ชีวิต’”

จากข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดของแอลจี พบว่าในปี 2569 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่ใน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้า ทีวี ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% หรือมีมูลค่ารวมราว 82,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในการขยายศักยภาพทางธุรกิจ แอลจีจึงตั้งเป้าหมายที่จะครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 22% ในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวในการพัฒนา “Zero Labor Home” อย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อทีวีจำเสียงคุณได้ ‘AI Voice ID’ จุดเริ่มต้นของโลกความบันเทิงส่วนบุคคล

LG เครื่องใช้ไฟฟ้า AI

หนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในงาน คือการเปิดตัวทีวีรุ่นเรือธงภายใต้คอนเซ็ปต์ The Next OLED TV นำโดย LG OLED evo W6 ดีไซน์วอลเปเปอร์ไร้สาย และ LG OLED evo G6 ดีไซน์แนบผนัง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยซิปประมวลผล α11 AI Processor Gen3

ไฮไลต์สำคัญคือฟีเจอร์ ‘AI Voice ID’ ภายใต้นิยาม “Your voice is the key” ที่ไม่เพียงรับคำสั่งด้วยเสียง แต่สามารถระบุตัวตนของผู้พูดได้แม่นยำ และนำผู้ใช้งานเข้าสู่หน้า My Page พื้นที่ส่วนตัวที่รวบรวมคอนเทนต์และการตั้งค่าเฉพาะบุคคลไว้เรียบร้อยแล้ว เทคโนโลยีนี้ทำงานภายใต้แนวคิด Optimized for Every Me ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานแต่ละคนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทีวียังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน LG ThinQ พร้อมแสดงผลบนหน้า Home Hub เพื่อควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ ภายในบ้านได้อย่างสะดวก ผ่าน LG Magic Remote ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับฟังก์ชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ง่ายในที่เดียว สร้างระบบนิเวศอัจฉริยะที่เชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เมื่อแอร์เรียนรู้พฤติกรรมคุณ ‘LG DUALCOOLAI Air ArtCool’ กับโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ปรับตามชีวิตจริง

ในกลุ่มธุรกิจโซลูชันเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Solution) แอลจีมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้าน ผ่านการเปิดตัว ‘LG DUALCOOL™ AI Air ArtCool’ เครื่องปรับอากาศที่ส่งมอบความเย็นสบายด้วยระบบ Perfect Comfort AI สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในห้อง เพื่อปรับอุณหภูมิและแรงลมให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งานโดยเฉพาะ

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ระบบฟอกอากาศ Total Air Care ที่กรองฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับเทคโนโลยี Plasmaster Ionizer ที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียในอากาศ และระบบทำความสะอาดตัวเอง Freeze Cleaning ที่ช่วยให้อากาศเย็นสบายและสะอาดอย่างแท้จริง ตัวเครื่องมาในดีไซน์รูปโฉมใหม่ด้วยกระจกสีดำเงา Black Shiny Mirror ที่เรียบหรูและทันสมัย ลงตัวกับทุกดีไซน์ของห้อง

แอลจียังเสริมฟีเจอร์ AI kW Manager ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดและบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ขณะเดียวกัน เครื่องฟอกอากาศ LG Puricare ก็สามารถปรับการทำงานของตัวเครื่องแบบอัตโนมัติตามคุณภาพอากาศ หรือตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ได้เช่นกัน

‘FIT-MAX-AI’ เมื่อพื้นที่ในบ้านมีจำกัด แต่ความต้องการไม่มีสิ้นสุด

ในกลุ่มธุรกิจโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (Home Appliance Solution) แอลจีนำเสนอแนวคิด FIT-MAX-AI ประกอบด้วยการออกแบบให้ติดตั้งและจัดวางได้ลงตัวในทุกพื้นที่ของบ้าน (FIT) การเพิ่มความจุทั้งในถังซักและช่องแช่เย็นโดยที่ขนาดตัวเครื่องภายนอกเท่าเดิม (MAX) และการใช้ AI ที่เข้ามาช่วยให้งานบ้านง่ายขึ้นและเข้าใจการใช้งานของผู้บริโภคมากกว่าเดิม

ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในกลุ่มนี้คือเครื่องซักผ้าและอบผ้า WashTower Gen 2 มาพร้อมเทคโนโลยี AI DD™ 2.0 ระบบสามารถตรวจจับได้ทั้งน้ำหนัก ความนุ่มของผ้า ไปจนถึงระดับความสกปรก เพื่อคำนวณและเลือกรูปแบบการซักที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ พร้อมระบบ Auto Dose ที่จ่ายน้ำยาซักผ้าในปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่ต้องตวงด้วยตนเอง

ขณะที่ตู้เย็นอัจฉริยะรุ่นใหม่มาพร้อม Ice Solution ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI FRESH ช่วยบริหารจัดการพลังงานและรักษาความสดใหม่ของอาหารได้ โดย AI จะเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน เช่น หากผู้ใช้ไม่อยู่บ้านในช่วงเวลา 08.00-18.00 น. คอมเพรสเซอร์จะลดการทำงานลงในช่วงเวลากลางวัน และจะเร่งทำความเย็นเตรียมพร้อมก่อนเวลาที่ผู้ใช้จะกลับมาเปิดตู้เย็น เพื่อรักษาความสดของอาหารและประหยัดพลังงาน

เมื่อซุปตาร์พิสูจน์ของจริง ‘พุฒ-จุ๋ย’ กับชีวิตจริงที่เปลี่ยนไปเพราะ AI

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของเทคโนโลยีที่จับต้องได้ แอลจีได้จำลองสถานการณ์การใช้งานจริงผ่านครอบครัวคู่รักซุปตาร์อย่าง พุฒ-พุฒิชัย และ จุ๋ย-วรัทยา ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์ในบ้านอัจฉริยะที่เข้าใจสมาชิกทุกคน

จากการจำลองสถานการณ์ คุณวรัทยาได้สาธิตการสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ก่อนกลับถึงบ้าน ทำให้เมื่อคุณพุฒิชัยอุ้มลูกเข้าบ้านในสภาพอากาศร้อน ก็พบกับบ้านที่เย็นสบายและอากาศที่สะอาดทันที สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมว 3 ตัว มีการใช้งาน LG AeroPet เครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ รวมถึงการใช้เครื่องลดความชื้นเพื่อปรับสภาพอากาศในบ้านไม่ให้เหนียวเหนอะหนะ ซึ่งส่งผลดีต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็ก

คุณวรัทยากล่าวถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่มีต่อครอบครัวว่า การมีลูก 2 คนซึ่งอยู่ในวัย 0-6 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยทองของการพัฒนาการ ทำให้เวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก เทคโนโลยี AI ช่วยลดความกังวลในงานบ้านจุกจิก และ “คืนเวลา” ให้พ่อแม่นำไปดูแลและใส่ใจพัฒนาการของลูก ๆ ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ คุณวรัทยายังกล่าวถึงฟีเจอร์ของตู้เย็น LG InstaView ที่เพียงแค่เคาะ 2 ครั้ง ก็สามารถมองเห็นของข้างในได้โดยไม่ต้องเปิดประตูตู้เย็นบ่อย ๆ ซึ่งช่วยประหยัดไฟและช่วยให้เด็ก ๆ สนุกไปกับการใช้งาน ขณะที่เครื่องปรับอากาศ AI สามารถตั้งเวลาเปิดแอร์ล่วงหน้า 15 นาทีก่อนพาลูกเข้านอนได้ และเมื่อห้องเย็นแล้ว AI จะปรับโหมดเป็น Soft Air อัตโนมัติ เพื่อให้ลมไม่ปะทะตัวเด็กโดยตรง ทำให้ลูกนอนหลับสบายขึ้น

ก้าวข้ามขอบเขตบ้าน สู่ความยั่งยืนทางธุรกิจ ‘Beyond the Home’

นอกเหนือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับที่พักอาศัยแล้ว แอลจียังได้ขยายขอบเขตของโซลูชัน AI สู่ภาคธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘Beyond the Home: AI-Driven B2B Solutions’ ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมสำหรับโซลูชันเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) โดยมี LG Multi V 5 Pro II ที่โดดเด่นด้านความยืดหยุ่นในการติดตั้ง ประหยัดพื้นที่ มาพร้อมระบบควบคุมแบบรวมศูนย์ (Central Control) และเซ็นเซอร์คู่ (Dual Sensing) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

ไฮไลต์สำคัญคือ LG Multi V i ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Engine สามารถเรียนรู้สภาพแวดล้อม (AI Smart Care) บริหารจัดการความเย็นระหว่างเครื่องปรับอากาศหลายตัวอัตโนมัติ (AI Indoor Space Care) และควบคุมการใช้พลังงานตามเป้าหมาย (AI Energy Management) เพื่อมอบความเย็นที่แม่นยำและประหยัดสูงสุด โดยจากการทดสอบร่วมกับมหาวิทยาลัย พบว่าสามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 15.5%

ในด้านของกลุ่มโซลูชันจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ หรือ Information Displays (ID) แอลจีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ เช่น Digital Signage, LED Signage, Monitor Signage และทีวีเชิงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังมุ่งต่อยอดธุรกิจด้วยการพัฒนาระบบการจัดการจอภาพแบบครบวงจร (Non-Hardware Solutions) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดการเนื้อหา การควบคุมการใช้งาน การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าภาคธุรกิจสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อนวัตกรรมที่มีค่าที่สุดคือ “เวลา”

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และโซลูชันครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เข้าใจและใส่ใจผู้ใช้งาน ภายใต้แนวคิดที่ว่าเทคโนโลยีไม่ควรเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่ควรเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยคืนเวลาให้มนุษย์ได้นำไปใช้กับสิ่งที่สำคัญกว่าในชีวิต

คำถามสำคัญสำหรับผู้บริโภคยุคนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงว่าต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ฉลาดแค่ไหน แต่คือหากมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกวันในแต่ละสัปดาห์ พวกเขาจะเลือกใช้มันเพื่อเติมเต็มคุณภาพชีวิตในด้านใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว นวัตกรรมที่ทรงค่าที่สุดอาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า แต่คือ “เวลา” ที่มันมอบกลับคืนให้เรา

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Thaiware ผนึก Canva เป็นตัวแทนจำหน่ายรายแรกในไทย ชูจุดแข็งบริการหลังการขายเจาะกลุ่มองค์กร

ไทยยูเนี่ยน ปี 68 กวาดรายได้ 1.32 แสนล้าน ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 3–4%

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar