Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

แอลจี เปิดกลยุทธ์ปี 69 รุก B2B-Subscription ตั้งเป้าโต 10%

แอลจี เปิดกลยุทธ์ปี 69 รุก B2B-Subscription ตั้งเป้าโต 10%

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Dual Transformation” เพื่อรองรับวิสัยทัศน์ระดับโลก และขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้จริงในรูปแบบ “AI in Action” พร้อมตั้งเป้าการเติบโตทางธุรกิจที่ 18,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน โดยมุ่งขยายธุรกิจ B2B เสริมความแข็งแกร่งช่องทางออนไลน์ และผลักดันบริการ Subscription

ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กลยุทธ์ของแอลจีในปี 2569 ยึดตามวิสัยทัศน์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ 3 แกนหลัก ได้แก่ การเสริมความสามารถพื้นฐานและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การเร่งปรับพอร์ตธุรกิจสู่กลุ่มที่มีศักยภาพสูง และการสร้างโครงสร้างการเติบโตบนพื้นฐานความสามารถในการทำกำไร โดยนำมาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Smart Life Solution Company

Dual Transformation: ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจและผลิตภัณฑ์

ด้าน อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์ “Dual Transformation” ประกอบด้วย 2 มิติสำคัญ ได้แก่

  1. การปรับโมเดลธุรกิจสู่การเติบโตที่ยั่งยืน (Business Model Transformation) – ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B และ D2C รวมเป็นร้อยละ 35 ของรายได้ทั้งหมด โดยธุรกิจ B2B จะมุ่งเน้นกลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display) ซึ่งตั้งเป้าสัดส่วนรายได้รวมไว้ที่ร้อยละ 15 พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ขณะที่ธุรกิจ D2C มีสัดส่วนรายได้ร้อยละ 20 โดยเน้นการพัฒนาบริการ LG Subscribe ซึ่งตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 25 ในปี 2569

    นอกจากนี้ แอลจียังเร่งขยายช่องทาง Online Brand Shop ทั้งบนเว็บไซต์ LG.com และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตร้อยละ 20 ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ B2C ผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดและดีลเลอร์ ซึ่งยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท
  2. การปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI ที่ลงมือทำได้จริง (Product Transformation)  – ผลักดันแนวคิด “AI in Action” โดยนำ AI จากบทบาทผู้ช่วยสู่การปฏิบัติงานจริง ผ่าน 3 รากฐานหลัก ได้แก่
    • AI Core-Tech เทคโนโลยีฮาร์ดแวรที่พัฒนาจากความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของแอลจีกว่า 67 ปี ผสานอยู่ในผลิตภัณฑ์หลัก อาทิ เทคโนโลยี Inverter Direct Drive ในเครื่องซักผ้า เทคโนโลยี Dual Inverter Compressor ในเครื่องปรับอากาศ และเทคโนโลยีจอภาพ OLED ที่มอบภาพคมชัดทุกรายละเอียด พร้อมสีสันที่สมจริง
    • AI Feature คุณสมบัติ AI ในซอฟต์แวร์ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบถนอมผ้าอัจฉริยะ AI DD™ ระบบปรับอากาศ AI Air ที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับอุณหภูมิและทิศทางลมให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ รวมถึงโปรเซสเซอร์ α (alpha) AI สำหรับทีวี ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของภาพและเสียง
    • ThinQ AI แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์อัจฉริยะของแอลจี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อและบริหารจัดการอุปกรณ์ต่าง ๆ ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการใช้งานจริง เพื่อให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเรียนรู้และปรับการทำงานให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ครอบคลุมอุปกรณ์หลากหลายประเภท เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ทีวี เครื่องปรับอากาศ และเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งสามารถควบคุม ตรวจสอบ และจัดการได้ผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ ช่วยยกระดับประสบการณ์ Smart Life ให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เป้าหมายของการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว คือการสร้างแนวคิด “Zero Labor Home” เพื่อช่วยลดภาระงานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน

LG Best care

ทั้งนี้ ในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 37 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แอลจีมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจมากกว่าร้อยละ 7 และเตรียมยกระดับบริการหลังการขาย “LG Best Care” ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการดูแลผลิตภัณฑ์ในระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้บริโภค

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

WASH ทุ่ม 400 ล้าน ปูพรมสาขาทั่วไทยดันรายได้ปี 69 โต 25%

‘PRAKAAN’: การขยับตัวของซิงเกิลมอลต์วิสกี้ไทยในแผนที่วิสกี้โลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar