การมีชีวิตยืนยาวอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด หากช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้นต้องอยู่กับความเจ็บป่วย คำถามสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงว่าเราจะมีอายุถึงเท่าไร แต่รวมถึงจะมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพนานเพียงใดด้วย การดูแลตัวเองก่อนเจ็บป่วยและการเตรียมพร้อมรับผลกระทบจากโรคร้ายแรงจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดควบคู่กัน ทั้งสุขภาพ จิตใจ การเงิน และครอบครัว ประเด็นเหล่านี้เป็นสาระจากเวที “Long Life Fest, The Rise of Longevity Era” ในงาน Long Life Fest เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งชวนทบทวนว่า ความต้องการมีอายุยืนควรนำไปสู่การเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง
นพ.พณะ จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และผู้อำนวยการโรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวบนเวทีว่า ระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่ หรือ Life Span เป็นคนละเรื่องกับช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงอายุขัย แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าก่อนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต เราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกกี่ปี ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีตั้งแต่การออกกำลังกาย การนอนหลับ อาหารและสารพิษ ไปจนถึงอารมณ์และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การมองเรื่องอายุยืนจึงต้องครอบคลุมการใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วย
อย่างไรก็ตาม โรคร้ายแรงอาจเข้ามากระทบคุณภาพชีวิต แม้ในช่วงวัยที่ยังคิดว่าตนเองแข็งแรง นพ.พณะยกตัวอย่างแพทย์ที่เผชิญโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงแพทย์ในโรงพยาบาลของตนที่เคยรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และปัจจุบันกลับมาแข็งแรง เพื่อสะท้อนว่าโรคอาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ความเชื่อว่าโรคร้ายคงไม่เกิดขึ้นกับตนเองอาจทำให้ยังไม่ได้ตรวจหรือเตรียมพร้อม ขณะที่เมื่อเจ็บป่วยแล้ว สิ่งที่ต้องรับมือไม่ได้มีเพียงการรักษา แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อครอบครัว การเงิน สังคม และหน้าที่การงาน
“เราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนป่วยเข้าโรงพยาบาล เราต้องการให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงด้วยการป้องกัน” นพ.พณะกล่าว พร้อมอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรอง เพื่อค้นหาโรคในระยะแรกและรักษาได้อย่างทันท่วงที มุมมองนี้เชื่อมโยงกับการเตรียมตัวก่อนเกิดโรค เพราะหากมีความพร้อมก็จะรับมือได้ดีขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพและด้านอื่นของชีวิต การเรียนรู้เรื่องโรคร้ายจึงมีเป้าหมายให้เข้าใจสิ่งที่อาจต้องเผชิญ และกลับมาพิจารณาว่ามีเรื่องใดที่ควรจัดการไว้ล่วงหน้า
เตรียมรับมือโรคร้าย ตั้งแต่ยังแข็งแรง
โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อัลลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เป็นอีกคนที่เคยมองว่าโรคร้ายแรงยังอยู่ห่างจากชีวิต เขาเล่าว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยความมั่นใจของคนหนุ่มที่ยังแข็งแรง เขาคิดว่าความเจ็บป่วยคงไม่เกิดขึ้นกับตนเอง หรือหากเกิดก็คงเป็นเรื่องในอนาคตอีกไกล จึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตรียมตัว แต่ความคิดนั้นเปลี่ยนไปหลังสูญเสียคุณพ่อ และต่อมาตนเองมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล ประสบการณ์ทั้งสองทำให้เรื่องที่เคยคิดว่าไกลตัวกลายเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญด้วยตนเอง
โทมัสกล่าวว่า การผ่านประสบการณ์โรคร้ายแรงด้วยตัวเอง หรือผ่านคนที่รักเป็นเรื่องที่เตรียมใจรับได้ยาก เขาจึงเห็นความสำคัญของการเริ่มเตรียมพร้อมตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งด้านจิตใจ อารมณ์ และการเงิน โดยไม่ต้องรอจนถึงวัย 65 ปี เขายังสะท้อนว่า หากมีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจผลกระทบของโรคตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน ก็คงเป็นประโยชน์กับตนเอง ความตั้งใจในการร่วมจัดงานครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนความพร้อม และเตรียมตัวได้ดีกว่าที่เขาเคยเป็นมา
กิน เคลื่อนไหว นอน จุดเริ่มต้นของสุขภาพดี
สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO and Founder at RGB72 and CREATIVE TALK กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ Long Life Fest ว่า จากประสบการณ์จัดงานด้านธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ และการตลาด เขาพบผู้คนจำนวนมากที่ทำงานหนักและเริ่มสนใจว่าจะทำอย่างไรให้มีอายุยืนและสุขภาพดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือ การมีชีวิตยาวขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีตลอดช่วงเวลานั้น ความแตกต่างระหว่างอายุขัยกับช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีจึงเป็นประเด็นสำคัญของงาน ซึ่ง CREATIVE TALK ร่วมกับอัลลิอันซ์ อยุธยา และพันธมิตร จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนที่ผ่านมา
แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านโซนโรคร้ายแรงภายใน “น้องนอน” หุ่นขนาดใหญ่ที่ให้ผู้เข้าร่วมเดินเข้าไปสัมผัสสถานการณ์จำลองของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง สิทธิพงศ์อธิบายว่า ความท้าทายคือการออกแบบประสบการณ์ให้เกิดความสมดุล ผู้เข้าร่วมต้องเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบของโรค โดยไม่รู้สึกกลัวจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สนุกจนมองข้ามสิ่งที่กิจกรรมต้องการสื่อ ประสบการณ์จำลองจึงทำหน้าที่ชวนให้คิดต่อว่า หากความเจ็บป่วยเกิดขึ้นกับตนเอง จะต้องพบกับอะไรและควรเตรียมพร้อมเรื่องใดบ้าง
อีกส่วนของงานคือ Long Life Land ซึ่งนำเสนอแนวคิด Eat, Move และ Sleep หรือการกิน การเคลื่อนไหว และการนอน เพื่อเชื่อมความเข้าใจเรื่องโรคเข้ากับการดูแลตัวเอง ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องการเลือกอาหาร ทดลองกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อประเมินความแข็งแรง รวมถึงเรียนรู้เรื่องการหายใจและการนอนหลับ เนื้อหาส่วนนี้ทำให้การพูดถึงอายุยืนกลับมาอยู่กับพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และสอดคล้องกับมุมมองของ นพ.พณะที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพหลายด้านควบคู่กัน
แม้งาน Long Life Fest จะผ่านไปแล้ว ประเด็นจากเวทียังเป็นคำถามที่นำกลับมาทบทวนได้ว่า เรากำลังเตรียมตัวเพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างไร การดูแลอาหาร การเคลื่อนไหว การพักผ่อน อารมณ์ และความสัมพันธ์ เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณภาพชีวิต ขณะที่การป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเตรียมพร้อมด้านการเงินกับครอบครัว เป็นเรื่องที่ผู้พูดชวนให้เริ่มคิดก่อนเผชิญความเจ็บป่วย เพราะเป้าหมายของการมีอายุยืนย่อมเกี่ยวข้องกับทั้งสุขภาพในวันที่ยังแข็งแรงและความพร้อมในวันที่ชีวิตเปลี่ยนไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Wealthspan เปลี่ยนโจทย์เกษียณ เมื่ออายุยืนขึ้น เงินต้องพอตลอดชีวิต
รพ.วิมุต ชี้โรคหัวใจไม่ได้เริ่มที่หัวใจ จับ 5 สัญญาณเสี่ยงก่อนมีอาการ
Longevity Food ตลาด 3.2 หมื่นล้าน โอกาสยกระดับอาหารไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง



