Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Wealthspan เปลี่ยนโจทย์เกษียณ เมื่ออายุยืนขึ้น เงินต้องพอตลอดชีวิต

Wealthspan เปลี่ยนโจทย์เกษียณ เมื่ออายุยืนขึ้น เงินต้องพอตลอดชีวิต

การวางแผนเกษียณด้วยสูตรเดิมที่กำหนดอายุ 60 ปีเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงาน สะสมเงินให้ได้ก้อนหนึ่ง แล้วคำนวณให้เพียงพอใช้ถึงอายุประมาณ 80 ปี กำลังเผชิญตัวแปรสำคัญ เมื่อคนมีโอกาสอายุยืนขึ้นและมีช่วงชีวิตหลังเกษียณยาวนานกว่าเดิม เงินที่เคยคิดว่า “พอ” จึงอาจไม่พออีกต่อไป

ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงว่าต้องเก็บเงินให้มากขึ้น แต่หมายถึงวิธีคิดเรื่องการเงินหลังเกษียณต้องเปลี่ยน จากการสะสมเงินก้อนก่อนหยุดทำงาน ไปสู่การบริหารให้เงินยังทำงานและรองรับชีวิตได้ตลอดช่วงเวลาที่เหลือ เพราะหากเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี แต่มีชีวิตถึง 90 ปี เท่ากับต้องมีเงินรองรับชีวิตอีกประมาณ 30 ปี โดยไม่มีรายได้ประจำเหมือนช่วงวัยทำงาน

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO, Jitta Wealth อธิบายว่า ความเสี่ยงนี้เรียกว่า Longevity Risk หรือ ความเสี่ยงจากการมีชีวิตยืนยาวกว่าระยะเวลาที่เงินสามารถรองรับได้ และเป็นเหตุผลที่การวางแผน Wealthspan ต้องเดินไปพร้อมกับ Lifespan และ Healthspan เพราะการมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดีจะไม่มีความหมายมากนัก หากสุดท้ายไม่มีเงินเพียงพอให้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

Wealthspan ต้องยาวให้ทัน Lifespan

เมื่อระยะเวลาหลังเกษียณยาวขึ้น จุดที่ต้องเปลี่ยนไม่ได้มีเพียงจำนวนเงิน แต่รวมถึงวิธีคำนวณด้วย เพราะการนำค่าใช้จ่ายปัจจุบันต่อเดือนมาคูณจำนวนปี แล้วบวกเงินเฟ้อ อาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงตลอดชีวิต

เจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ Senior Director- Consumer Marketing และที่ปรึกษาทางการเงิน CFP บริษัทอลิอันซ์อยุธยาประกันชีวิตจำกัด (มหาชน) ชี้ว่า ชีวิตหลังเกษียณมีค่าใช้จ่ายที่มักไม่ถูกนำมาคิดตั้งแต่แรก ทั้งการมีชีวิตยืนกว่าที่คาด การใช้เงินในช่วงต้นของการเกษียณมากกว่าที่วางแผน รวมถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน

หากเลือกอยู่บ้านเดิมไปจนถึงวัยสูงอายุ บ้านอาจต้องปรับให้เหมาะกับสภาพร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น ตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องนอน ไปจนถึงพื้นที่ใช้ชีวิต หรืออาจต้องเตรียมเงินสำหรับปรับปรุงบ้านในอีก 10-15 ปีข้างหน้า ขณะที่รถยนต์ที่มีอยู่ในวันเกษียณก็อาจไม่ใช่รถคันสุดท้ายสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่

ภาพของชีวิตหลังเกษียณจึงต้องมาก่อนตัวเลขว่า “ต้องมีเงินเท่าไร” เพราะการอยู่บ้านตัวเอง อยู่กับลูกหลาน หรือย้ายไปอยู่บ้านพักสำหรับผู้สูงอายุ นำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน รวมถึงบางคนอาจยังมีพ่อแม่ ลูก หรือญาติที่ต้องดูแล ทำให้เงินเกษียณไม่ได้ถูกใช้เพื่อตัวเองเพียงคนเดียว

เกษียณแล้วเงินยังต้องทำงานต่อ

เมื่อคนอาจต้องใช้เงินหลังเกษียณอีก 20-30 ปี วิธีคิดที่ว่าเมื่อถึงวัยเกษียณแล้วต้องหยุดลงทุนและนำเงินทั้งหมดไปอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ จึงอาจไม่สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยาวขึ้น

ตราวุทธิ์ มองว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นในยุคที่ผลตอบแทนจากเงินฝากอยู่ในระดับสูง แต่ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน คนที่เกษียณแล้วยังจำเป็นต้องลงทุน เพียงแต่ต้องจัดระดับความเสี่ยงให้เหมาะกับช่วงวัย เพื่อให้เงินบางส่วนยังเติบโต ขณะที่ทยอยนำเงินออกมาใช้

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการวางแผนเกษียณ เพราะเป้าหมายไม่ได้จบลงในวันที่สะสมเงินได้ตามจำนวนที่ต้องการ แต่ต้องคิดต่อว่า หลังจากวันนั้นเงินจะสร้างกระแสเงินสำหรับใช้ชีวิตอย่างไร และจะรักษาเงินก้อนให้รองรับช่วงชีวิตที่อาจยาวถึง 30 ปีได้อย่างไร

การลงทุนจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ “สร้างเงินก่อนเกษียณ” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “การบริหารเงินหลังเกษียณ” ด้วย

ยิ่งเริ่มช้ายิ่งต้องเพิ่มเงินไม่ใช่เพิ่มความเสี่ยง

ระยะเวลาที่กลายเป็นตัวแปรสำคัญของ Wealthspan ยังทำให้คนที่เริ่มวางแผนช้าต้องเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น เพราะสมการสร้างความมั่งคั่งประกอบด้วยเงินต้น ผลตอบแทน และเวลา เมื่อเวลาเหลือน้อยลง สิ่งที่ต้องเพิ่มจึงควรเป็นจำนวนเงินลงทุนหรือระยะเวลาที่ยังสามารถสร้างรายได้ ไม่ใช่เร่งหาผลตอบแทนด้วยการรับความเสี่ยงสูงขึ้น

ตราวุทธิ์ ชี้ว่า คนที่เริ่มลงทุนเมื่ออายุมากมักพยายามชดเชยเวลาที่เสียไปด้วยการเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ผลตอบแทนสูงมาพร้อมความผันผวน และเมื่อเหลือเวลาน้อย ความผิดพลาดยิ่งส่งผลต่อแผนเกษียณมากขึ้น หากเพิ่มเงินลงทุนไม่ได้ อีกทางเลือกคือยืดระยะเวลาการสร้างรายได้ออกไป

ในมุมนี้ Healthspan กับ Wealthspan จึงเชื่อมโยงกันโดยตรง หากหลังอายุ 60 ปียังมีสุขภาพแข็งแรง การออกจากงานประจำไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหยุดหารายได้ทั้งหมด อาจยังรับงานหรือทำงานในรูปแบบอื่นเพื่อรองรับค่าใช้จ่าย ทำให้ยังไม่ต้องถอนเงินจากพอร์ตเต็มจำนวน และเปิดเวลาให้เงินลงทุนเติบโตต่อไป

เงินต้องโตแต่แผนต้องไม่พังระหว่างทาง

การทำให้เงินอยู่ได้ตลอดชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนเพียงด้านเดียว เพราะต่อให้สะสมเงินและลงทุนได้ตามแผน หากเกิดเหตุที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่โดยไม่มีการป้องกัน เงินที่สร้างมาหลายปีอาจต้องถูกนำออกมาใช้ก่อนเวลา

เจตน์เมริน กล่าวว่า หน้าที่หลักของประกันคือการปกป้องความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทำลายแผนการเงินระยะยาว หากเกิดปัญหาสุขภาพหรือเหตุที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในช่วงที่เงินลงทุนกำลังขาดทุน การไม่มีเงินสำรองหรือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจบังคับให้ต้องขายสินทรัพย์ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม

ประกันกับการลงทุนจึงไม่ได้ทำหน้าที่แทนกัน เงินส่วนหนึ่งมีไว้รับความเสี่ยง ขณะที่เงินอีกส่วนมีหน้าที่สร้างการเติบโตในระยะยาว การนำเงินทั้งหมดไปไว้ในประกันเพราะไม่ต้องการรับความผันผวน หรือกลับกัน นำเงินทั้งหมดไปลงทุนโดยไม่เหลือส่วนป้องกันความเสี่ยง ต่างมีโอกาสทำให้โครงสร้างการเงินไม่สมดุล

ตราวุทธิ์ อธิบายแนวคิดนี้ว่า การวางแผนการเงินควรทำทั้งสองด้านควบคู่กัน ทั้งการป้องกันความเสี่ยงและการทำให้เงินเติบโต ไม่จำเป็นต้องรอให้ด้านใดด้านหนึ่งเสร็จก่อนจึงค่อยเริ่มอีกด้าน

 เพราะเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่การได้ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่เป็นการทำให้แผนการเงินเดินต่อไปได้ตลอดระยะเวลาที่ต้องใช้เงินจริง

จาก Retirement Planning สู่การวางแผน Wealthspan

สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อคนมีชีวิตยืนยาวขึ้น จึงไม่ใช่เพียงการขยับตัวเลขเงินเกษียณให้สูงกว่าเดิม แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดทั้งระบบ

การวางแผนแบบเดิมมักมองวันเกษียณเป็นเส้นชัย สะสมเงินในช่วงทำงาน เมื่อถึงอายุ 60 ปีจึงหยุดทำงานและทยอยใช้เงินที่สะสมไว้ แต่เมื่อชีวิตหลังจากนั้นอาจยาวอีก 30 ปี วันเกษียณกลับไม่ใช่เส้นชัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารเงินอีกช่วงหนึ่งที่ยาวไม่แพ้ช่วงชีวิตการทำงาน

คำถามจึงไม่ควรมีเพียงว่าเกษียณต้องมีเงินกี่ล้านบาท แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ต้องการใช้ชีวิตแบบไหน เงินก้อนนั้นต้องรองรับใครบ้าง มีค่าใช้จ่ายอะไรที่อาจเกิดขึ้น เงินส่วนใดต้องปกป้องความเสี่ยง และเงินส่วนใดต้องทำงานต่อเพื่อสร้างรายได้ตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ

เมื่อ Lifespan ยาวขึ้น การวางแผนเกษียณจึงต้องขยับจากการสร้างเงินก้อนวันเกษียณ ไปสู่การสร้าง Wealthspan ที่ยาวพอกับชีวิต เพราะความเสี่ยงที่แท้จริงอาจไม่ใช่การเกษียณโดยมีเงินน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่คือ มีชีวิตยืนยาวกว่าเงินที่เตรียมไว้

ข่าวอื่น ๆ น่าสนใจ

เวอร์จิ้นแอ็คทีฟ ชี้ ‘Recovery Gap’ คนไทยออกกำลังกายหนัก แต่ฟื้นฟูยังไม่พอ

เมืองไทยประกันชีวิตปั้น Longevity Ecosystem เชื่อมเงินบำนาญสู่การดูแล ‘วัยอิสระ’

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar