ลอรีอัล ประเทศไทย มอบทุน “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ประจำปี 2569 แก่นักวิจัยสตรี 4 คน ผู้พัฒนางานด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง ระบบนำส่งยา และเซนเซอร์สุขภาพ พร้อมขยายความร่วมมือกับมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเข้าร่วมเป็นพันธมิตรโครงการในประเทศไทยเป็นปีแรก การดำเนินงานในปีที่ 24 ยังปรับเกณฑ์อายุผู้สมัครจากไม่เกิน 40 ปี เป็นไม่เกิน 45 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยสตรีได้รับการสนับสนุนในช่วงสำคัญของอาชีพ ทั้งเงินทุน การยอมรับผลงาน และการสร้างความร่วมมือเพื่อต่อยอดงานวิจัย
4 นักวิจัยสตรีไทย ผู้ได้รับทุนปี 2569
ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ได้แก่ รศ.ดร.เมธิจิต วัฒนพานิช จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้พัฒนาต้นแบบเซลล์ภูมิคุ้มกันพร้อมใช้จากเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อศึกษาการรักษามะเร็งและลดข้อจำกัดของการผลิตเซลล์เฉพาะผู้ป่วยแต่ละราย และ รศ.ดร.อุษรา ปัญญา จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้พัฒนาโปรตีน TriKE-CD47 เพื่อช่วยให้เซลล์เพชฌฆาตธรรมชาติ หรือ NK cells กำจัดเซลล์มะเร็งมัลติเพิลไมอีโลมาได้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยเตรียมศึกษาต่อกับเซลล์มะเร็งที่นำออกมาจากผู้ป่วย
ส่วนสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ ได้แก่ รศ.ดร.ดวงกมล เบ้าวัน จากภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์และอัลกอริทึมศึกษาการดูดซับยาต้านมะเร็งบนวัสดุนาโนคาร์บอน เพื่อช่วยคัดกรองระบบนำส่งยาก่อนทดลองจริง และ รศ.ดร.กมลวัช งามเชื้อ จากสาขาวิชาเคมี สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผู้ใช้เคมีไฟฟ้าเพิ่มมูลค่าชีวมวลของไทยและพัฒนาเซนเซอร์พกพาสำหรับตรวจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผลงานทั้ง 4 โครงการสะท้อนการนำความรู้ต่างสาขามาพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การรักษา การตรวจวิเคราะห์ ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์มากขึ้น
นักวิจัยทั้ง 4 คนได้รับทุนคนละ 250,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 89 ผลงาน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ 12 คน เกณฑ์คัดเลือกครอบคลุมศักยภาพในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ความเหมาะสมของกระบวนการวิจัย จริยธรรมในการทำงาน และการเป็นที่ยอมรับในแวดวงวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ นักวิจัยที่เคยได้รับทุนยังเข้ามาร่วมประเมินผลงานผ่านกระบวนการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ ช่วยนำประสบการณ์ของนักวิจัยรุ่นก่อนมาสนับสนุนโอกาสของรุ่นถัดไป
ลอรีอัลผนึกยูเนสโกและมูลนิธิฯ ต่อยอดวิทยาศาสตร์ไทย
โครงการ “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” หรือ For Women in Science ริเริ่มในระดับโลกเมื่อปี 2541 โดยมูลนิธิลอรีอัล ร่วมกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก เพื่อสนับสนุนและเชิดชูผลงานนักวิจัยสตรี สำหรับประเทศไทย ลอรีอัลดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 24 มุ่งให้ผลงานนักวิทยาศาสตร์สตรีเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสนับสนุนให้นักวิจัยสตรีไทยได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ ปีนี้มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์เข้าร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อขยายความร่วมมือในการสนับสนุนและยกย่องนักวิจัยสตรีในประเทศ
ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์โครงการฯ กล่าวว่า การสนับสนุนของลอรีอัลยังครอบคลุมถึงเงินสนับสนุนมูลนิธิฯ สำหรับการยกย่องผลงานเทคโนโลยีดีเด่น ความร่วมมือจึงส่งเสริมทั้งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ความรู้เป็นเทคโนโลยีที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม ขณะที่ทุน “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” มีบทบาททั้งสร้างกำลังใจ ทำให้ผลงานเป็นที่รู้จัก และเปิดโอกาสสร้างเครือข่าย โดยโจทย์ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยความรู้หลายสาขาและมุมมองที่หลากหลาย การสนับสนุนนักวิจัยสตรีจึงมีความสำคัญต่อคุณภาพและความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์โดยตรง
แพทริค จีโร กรรมการผู้จัดการลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา กล่าวว่า ผลงานที่ได้รับทุนปีนี้มีศักยภาพนำองค์ความรู้ไปพัฒนาแนวทางแก้ปัญหา ตั้งแต่การรักษามะเร็งและเทคโนโลยีสุขภาพ ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าทรัพยากร การสนับสนุนนักวิจัยสตรีอย่างต่อเนื่องจึงมุ่งให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ และผลักดันงานวิจัยที่ตอบโจทย์สังคม พร้อมเปิดโอกาสให้ความคิดที่หลากหลายมีส่วนพัฒนาวิทยาศาสตร์ และทำให้ผู้หญิงรุ่นใหม่เห็นว่าตนเองสามารถเติบโตในเส้นทางนี้ได้
ขยายอายุรับทุนเป็น 45 ปี เพิ่มโอกาสนักวิจัยสตรี
ปี 2569 เป็นปีแรกที่โครงการปรับเกณฑ์อายุผู้สมัครจากไม่เกิน 40 ปี เป็นไม่เกิน 45 ปี ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า เส้นทางอาชีพของนักวิทยาศาสตร์แต่ละคนไม่ได้ดำเนินไปตามกรอบเวลาเดียวกัน การปรับเกณฑ์จึงเปิดโอกาสให้นักวิจัยสตรีเข้าถึงการสนับสนุนในช่วงสำคัญของการทำงานได้มากขึ้น เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลา การตรวจสอบอย่างรอบคอบ ความร่วมมือ และความพยายามเรียนรู้จากผลที่อาจไม่เป็นไปตามคาด การให้ทุนควบคู่กับการยอมรับผลงานจึงช่วยให้นักวิจัยเดินหน้าต่อ และส่งต่อให้เยาวชนเห็นว่าผู้หญิงมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของวิทยาศาสตร์ได้ทุกสาขา
ยูเนสโกชี้ ต้องเปิดทางผู้หญิงสู่ผู้นำวิทยาศาสตร์
ซูฮย็อน คิม (Soohyun Kim) ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานประสานงานสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า การสร้างโอกาสต้องเริ่มตั้งแต่วัยเรียน เพราะประสบการณ์ในห้องเรียน ความเชื่อว่าเด็กผู้ชายเก่งคณิตศาสตร์กว่า และการขาดนักวิทยาศาสตร์สตรีให้เห็นเป็นตัวอย่าง อาจกระทบความมั่นใจและทางเลือกของเด็กผู้หญิง เธอยกข้อมูลรายงานของยูเนสโกและพันธมิตรว่า ในปี 2558 ระบบการศึกษาที่เด็กชายมีผลคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สูงกว่าเด็กหญิงอย่างมีนัยสำคัญมีประมาณ 4 ใน 10 ของระบบที่ศึกษา ก่อนเพิ่มเป็น 8 ใน 10 ในปี 2566 โรงเรียน ครู และครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้และความมั่นใจให้เด็กกล้าตั้งคำถาม ทดลอง และเรียนรู้จากความผิดพลาด
สำหรับบทบาทในวงการวิจัย ซูฮย็อนยกการศึกษางานวิจัยปัญญาประดิษฐ์ใน 6 ประเทศเอเชียใต้ว่า เกือบ 72% ของสิ่งพิมพ์ที่ศึกษามีผู้หญิงร่วมเป็นผู้เขียนอย่างน้อย 1 คน แต่มีเพียงประมาณ 25% ที่ผู้หญิงเป็นผู้เขียนหลัก สะท้อนว่าการเพิ่มจำนวนผู้หญิงต้องดำเนินควบคู่กับการเปิดโอกาสให้เป็นผู้นำ กำหนดโจทย์ และเลือกว่าปัญหาใดควรได้รับความสำคัญ การยอมรับผลงานจึงควรนำไปสู่โอกาสที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่ห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงบทบาทกำหนดทิศทางวิทยาศาสตร์ โดยนักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนในวันนี้สามารถเป็นตัวอย่างให้เด็กผู้หญิงเชื่อว่าตนเองก้าวไปถึงเส้นทางเดียวกันได้
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ลงทุน AI การแพทย์ต้องพิสูจน์รายได้ และการใช้งานจริง
นวัตกรรมไทยติดอะไร จบวิทยาศาสตร์อันดับ 7 แต่สิทธิบัตรยังต่ำ



