Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

LPP เปิดตัวแบรนด์ ‘UP’ รุกระบบนิเวศอสังหาฯ ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ 2.2 พันล้าน

LPP เปิดตัวแบรนด์ 'UP' รุกระบบนิเวศอสังหาฯ ครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ 2.2 พันล้าน

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP ผู้ให้บริการที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 34 ปี จึงสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการสลัดภาพจำของการให้บริการแบบเดิม สู่การสร้างระบบนิเวศการบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร (Integrated Property Service Ecosystem) ผ่านการเปิดตัวมาสเตอร์แบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “UP” พร้อมประกาศเป้าหมายรายได้ที่ 2,200 ล้านบาท และตัดสินใจชะลอแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยออกไปก่อนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม ถือเป็นการขยับตัวเชิงรุกที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งถึงทิศทางการเติบโตในอนาคต

ก้าวสู่ Ecosystem อสังหาฯ ด้วยกลยุทธ์ Economic Shield

บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ประกาศปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนผ่านจากการเป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการแบบดั้งเดิม สู่การเป็น Integrated Property Service Ecosystem เต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ขับเคลื่อนผ่านการเปิดตัวมาสเตอร์แบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “UP” เพื่อรวบรวมบริการทั้งหมดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “เราไม่ได้มองแค่การให้บริการเพียงเฉพาะหน้า แต่เรามองการณ์ไกลไปถึงระยะยาว ว่าจะทำอย่างไรให้สินทรัพย์ของลูกค้ามีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วย” ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับการวางกลยุทธ์ให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น (Resilient) และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจ (Economic Shield) ที่สามารถรักษามูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าให้เติบโตชนะเงินเฟ้อได้ แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

ถอดรหัสแบรนด์ “UP” และการรุกตลาดงานวิศวกรรม

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด
สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด

แนวคิดของแบรนด์ “UP” ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นแบรนด์บริการหลัก คล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อตระกูลเดียวกัน คุณสุรวุฒิ กล่าวว่า UP คือแนวทางในการยกระดับ ทั้งความเป็นมืออาชีพ เป็นมาตรฐานสากล และยกประสบการณ์ในการใช้ชีวิตที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ปลอดภัยขึ้น

สัญลักษณ์ของแบรนด์ใช้รูปใบโคลเวอร์ 4 แฉก ที่ซ่อนตัวอักษร L, P, U, T และรูปหัวใจ 4 ดวงไว้ภายใน เพื่อสื่อถึงความตั้งใจในการส่งมอบความราบรื่น ความสบายใจ และความโชคดีให้กับลูกค้า

ภายใต้แบรนด์นี้ LPP ได้แบ่งบริการออกเป็น 9 บริการหลัก ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มงานบริหารจัดการ กลุ่มงานบริการทั่วไปอย่างการทำความสะอาดและรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงกลุ่มงานวิศวกรรม โดยงานวิศวกรรมถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่จะเข้าไปตอบโจทย์การซ่อมบำรุงและอัปเกรดอาคารเก่าในกรุงเทพฯ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 10-50 ล้านตารางเมตร ให้มีความทันสมัยและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตั้งเป้า 2.2 พันล้าน มุ่งลดการพึ่งพาบริษัทแม่

ในมิติของการเติบโตทางธุรกิจ LPP สามารถขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ Spin-off ออกมาจากบริษัทแม่เมื่อ 5 ปีก่อน โดยไม่มีการก่อหนี้เพิ่ม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 2,200 ล้านบาท

กลยุทธ์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้คือการลดการพึ่งพารายได้จากโครงการของบริษัทแม่ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้านอกเครือให้ขึ้นไปถึงระดับ 65% ในปี 2569

พร้อมกันนี้จะมีการปรับโครงสร้างรายได้ภายใน โดยลดสัดส่วนรายได้จากงานบริหารนิติบุคคลลงให้เหลือประมาณ 40-50% เพื่อเปิดพื้นที่ให้กลุ่มธุรกิจงานวิศวกรรมและบริการอื่นๆ ก้าวขึ้นมาเป็นสัดส่วนรายได้หลักที่ผลักดันการเติบโต

ชะลอแผน IPO รอจังหวะตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว

แม้จะมีผลประกอบการที่ขยายตัว แต่ LPP ตัดสินใจชะลอแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยออกไปก่อน สาเหตุหลักมาจากสภาวะตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่ประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้ไว้ค่อนข้างต่ำ (Undervalue) โดยมีการซื้อขายกันที่ค่า P/E ประมาณ 12-14 เท่า ในขณะที่ธุรกิจลักษณะเดียวกันในต่างประเทศมีค่า P/E สูงถึง 20-35 เท่า

บริษัทรอดูทิศทางของตลาดและอาจกลับมาพิจารณาอีกครั้งหากดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปอยู่ในกรอบ 1,550 ถึง 1,700 จุด ปัจจุบันทางบริษัทแม่ยังคงถือหุ้น LPP อยู่ในสัดส่วนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เปิดกว้างสำหรับการเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) หากมีข้อเสนอที่เหมาะสม

ผสาน AI สู่หลังบ้าน แต่คงหัวใจ Human Touch

สำหรับการพัฒนาระบบหลังบ้านและการให้บริการ LPP ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า ประเมินต้นทุน และคำนวณระยะเวลาในการซ่อมบำรุงอาคาร เพื่อให้พนักงานสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

พร้อมกับให้มุมมองที่น่าสนใจถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า “ทุกคนต้องเข้าใจว่าต่อให้เทคโนโลยี AI จะก้าวล้ำแค่ไหน สุดท้ายแล้วลูกค้าก็ยังต้องการการพูดคุยกับคนจริง ๆ อยู่ดี สิ่งที่เราทำคือการติดอาวุธให้พนักงานที่ต้องดูแลลูกค้า มีข้อมูลที่พร้อมให้บริการอยู่ในมือ” ซึ่งเป็นการยืนยันว่า AI จะไม่เข้ามาแทนที่จุดเชื่อมต่อระหว่างบุคคล และพนักงานหน้าบ้านกว่า 1,500-1,600 คน จากพนักงานทั้งสิ้น 2,300 คนยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมปรับเปลี่ยนระบบการรับชำระเงินของนิติบุคคลให้เข้าสู่ระบบไร้เงินสด (Cashless) อย่างเต็มรูปแบบภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ถูกต้อง และตรวจสอบได้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

DRT เปิดเกมรุกปีที่ 41 ดัน ‘One-Stop Solution’ ตั้งเป้าสู่ Regional Player ในปี 2571

วิชาข่าวร้าย: เมื่อความไม่รู้น่ากลัวกว่าความตาย ให้ ‘ความจริง’ นำทาง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar