Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

มาสด้าเปิดตัว CX-6e รถ SUV ไฟฟ้าราคาเริ่ม 1,259,000 บาท วิ่งไกล 555 กม.

มาสด้าเปิดตัว CX-6e รถ SUV ไฟฟ้าราคาเริ่ม 1,259,000 บาท วิ่งไกล 555 กม.

มาสด้าเดินหน้าขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e รถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้น 1,259,000 บาท ชูจุดเด่นด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองต่อจาก Mazda 6e และเป็นรถ SUV ไฟฟ้าที่เข้ามาเสริมกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX Series ของมาสด้า

การเปิดตัว CX-6e สะท้อนทิศทางธุรกิจของมาสด้า ภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution ที่มุ่งนำเสนอรถยนต์และระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยยังคงให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบ และความสนุกในการขับขี่ ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง

CX-6e ยังสะท้อนรูปแบบการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้า ผ่านความร่วมมือกับฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) พันธมิตรจากประเทศจีน ที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยนำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และการปรับแต่งสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้า เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่รักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้

ใช้ความร่วมมือกับฉางอันเร่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า

โทรุ นากาจิม่า Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค มาสด้าจึงเดินหน้ากลยุทธ์ Multi-solution เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานและระบบขับเคลื่อน โดยยังคงรักษาความสุขในการขับขี่และเอกลักษณ์ของแบรนด์เป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับ CX-6e มาสด้าพัฒนาบนแพลตฟอร์มที่ออกแบบสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ และผลิตที่โรงงานฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ในประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และฉางอัน ออโตโมบิล โดยอาศัยความร่วมมือด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะ ควบคู่กับการออกแบบและการปรับแต่งรถ ให้มีลักษณะการขับขี่ตามแนวคิด Jinba-Ittai หรือความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ

แม้ CX-6e จะผลิตในประเทศจีน แต่มาสด้ายืนยันว่า จะยังคงให้ความสำคัญกับประเทศไทยทั้งในฐานะตลาดและฐานการผลิตรถยนต์ โดยโทรุระบุว่า การเดินหน้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้ทำให้บริษัทลดความสำคัญของการผลิตในประเทศไทย และมาสด้ายังคงมีพันธกิจที่จะสนับสนุนการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง

การนำ CX-6e เข้ามาทำตลาด จึงเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยมาสด้ายังดำเนินธุรกิจ ภายใต้แนวทางที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกใช้รถยนต์ และเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเอง

CX-6e เจาะตลาด SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมียม

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า CX-6e ได้รับการวางตำแหน่ง เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบ ที่ตอบสนองการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งด้านความสะดวกสบาย เทคโนโลยี ความปลอดภัย และสมรรถนะการขับขี่

มาสด้าใช้แนวคิด Crafted to Move You ในการสื่อสารการตลาด โดยมุ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและรายละเอียดของรถ กลุ่มที่มีรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ต้องการสมรรถนะและความคล่องตัว รวมถึงกลุ่มครอบครัว ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง

CX-6e มีขนาดตัวถังยาว 4,850 มิลลิเมตร กว้าง 1,935 มิลลิเมตร สูง 1,620 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,902 มิลลิเมตร รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายสูงสุด 468 ลิตรเมื่อใช้งานเบาะทุกตำแหน่ง และเพิ่มเป็น 1,434 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง พร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านหน้าขนาด 80 ลิตร

การออกแบบยังคงใช้แนวคิด Kodo Design หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า โดยนำมาปรับให้เข้ากับรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แนวคิด Soulful Futuristic Modern ที่ผสานความงามของรูปทรงเข้ากับการออกแบบสมัยใหม่

เออิจิ คิโมโตะ Chief Designer ของ Mazda Motor Corporation กล่าวว่า มาสด้ายังคงให้ความสำคัญกับการออกแบบรถยนต์ ให้มีความงดงามและสะท้อนความรู้สึกของการเคลื่อนไหว แม้เทคโนโลยีการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์จะพัฒนาไปมากแล้ว แต่บริษัทก็ยังคงใช้ทักษะของช่างฝีมือ ในการสร้างรูปทรงและพื้นผิวตัวถัง เพื่อรักษาคุณค่าของงานออกแบบแบบญี่ปุ่น

CX-6e จึงได้รับการออกแบบให้มีตัวถังเพรียวยาว เส้นสายที่สะท้อนความสปอร์ต และองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ โดยเฉพาะการจัดการกระแสอากาศรอบตัวรถ ซึ่งมีผลต่อการใช้พลังงานของรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง

แบตเตอรี่ 77.9 kWh วิ่งไกลสูงสุด 555 กิโลเมตร

ด้านสมรรถนะ CX-6e ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประเภท LFP ความจุ 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถรุ่น Premium ซึ่งใช้ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว สามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุด 555 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ขณะที่รุ่น Premium Sports ซึ่งใช้ล้อขนาด 21 นิ้ว มีระยะทางขับขี่สูงสุด 524 กิโลเมตรตามมาตรฐานเดียวกัน โดยระยะทางใช้งานจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพการขับขี่และปัจจัยแวดล้อม

CX-6e รองรับการชาร์จเร็ว DC กำลังสูงสุด 194 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 30% เป็น 80% ได้ภายใน 15 นาที หรือจาก 10% เป็น 80% ภายใน 24 นาที ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด ส่วนการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC รองรับกำลังสูงสุด 11 กิโลวัตต์

มาสด้ายังให้ความสำคัญกับการปรับแต่งระบบช่วงล่าง และการควบคุมรถ เพื่อรักษาลักษณะการขับขี่ตามแนวคิด Jinba-Ittai โดยวิศวกรของบริษัท ได้ปรับแต่งระบบพวงมาลัย ช่วงล่าง ระบบเบรก และการตอบสนองของคันเร่ง ให้มีความสมดุลและตอบสนองต่อผู้ขับขี่อย่างเป็นธรรมชาติ

รถรุ่นนี้ใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ พร้อมการกระจายน้ำหนักหน้าและหลังในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Sport และ Individual ซึ่งสามารถปรับลักษณะการตอบสนองของรถให้เหมาะสมกับความต้องการได้

ชูห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัย

จุดเด่นด้านเทคโนโลยีของ CX-6e อยู่ที่ห้องโดยสารอัจฉริยะซึ่งออกแบบตามแนวคิด Human-centric หรือการให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง โดยติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 26.45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่สามารถแบ่งพื้นที่แสดงผลให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าใช้งานได้อย่างอิสระ พร้อมระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ AR Head-Up Display

รถยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงและท่าทาง ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบเสียงพร้อมลำโพง 23 ตัว และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับได้ 256 สี รวมถึงหลังคากระจก Panoramic Glass Roof ขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า

สำหรับรุ่น Premium Sports มาสด้าติดตั้งกระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยเพิ่มมุมมองและทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ โดยกระจกมองข้างดิจิทัลใช้กล้องภายนอกส่งภาพมายังหน้าจอภายในห้องโดยสาร และสามารถเพิ่มมุมมองได้กว้างขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับกระจกมองข้างแบบเดิมตามข้อมูลของบริษัท

ด้านความปลอดภัย CX-6e มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง อาทิ ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการถูกชนขณะเปิดประตู พร้อมถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น

เปิดราคา 2 รุ่นพร้อมรับประกัน 8 ปี

มาสด้าประกาศราคาจำหน่าย CX-6e ในประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ Premium ราคา 1,259,000 บาท และ Premium Sports ราคา 1,299,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขนาดเดียวกัน แต่แตกต่างกันในรายละเอียดอุปกรณ์และการตกแต่ง

รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และห้องโดยสารตกแต่งด้วยผ้าและหนังสีดำ ส่วนรุ่น Premium Sports ใช้ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ห้องโดยสารหนังสีม่วง-ขาว พร้อมกระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล รวมถึงระบบระบายอากาศเบาะนั่งและระบบอุ่นเบาะนั่งด้านหลัง

เพื่อสนับสนุนการทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มาสด้าจัดข้อเสนอสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% ภายใต้เงื่อนไขการจัดไฟแนนซ์ ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance เป็นเวลา 1 ปี และเครื่องชาร์จไฟฟ้าภายในบ้านจาก ABB พร้อมบริการติดตั้งตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

บริษัทรับประกันคุณภาพรถยนต์และแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงตามระยะเวลาหรือระยะทางที่กำหนด และให้บริการ Mazda Connectivity ฟรี 5 ปี

ธีร์ กล่าวว่า มาสด้าให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถ โดยใช้เครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสี บุคลากรช่างเทคนิค และระบบบริหารจัดการอะไหล่ เพื่อรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ลูกค้าสามารถเข้าชม CX-6e ได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ รวมถึง Mazda Virtual Showroom ซึ่งรองรับการชมรถแบบ 360 องศาและการจองรถผ่านช่องทางออนไลน์

การเปิดตัว CX-6e จึงเป็นการขยายผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในตลาดไทย โดยใช้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับพันธมิตรควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่ของบริษัท ภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution ที่ยังคงเปิดทางให้มาสด้าพัฒนารถยนต์และระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดมหกรรมบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก รับผู้ชมหลายล้านคน

เซ็นทรัล รีเทล เร่งปั้น Specialist รับโจทย์แรงงานค้าปลีกหายาก ชี้ AI ต้องเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่แทนคน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar