Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

NIA จับมือ จุฬาฯ พลิกโฉมเวลเนสไทยสู่ Precision Hospitality ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

NIA จับมือ จุฬาฯ พลิกโฉมเวลเนสไทยสู่ Precision Hospitality ด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศยกระดับอุตสาหกรรมเวลเนสไทยสู่เวทีโลกในงานสัมมนา “Beyond Relaxation” มุ่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจสุขภาพจากการบริการที่เน้นเพียงความผ่อนคลาย ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ด้วยการพิสูจน์ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Validation) ที่สามารถวัดผลได้จริง

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสุขภาพและอายุยืน (Health & Longevity Economy) ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (New Growth Engine) ที่สำคัญของหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจยาสมุนไพรและบริการด้าน Health & Wellness ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและต้นทุนที่สูงมาก ทั้งในด้านการบริการทางการแพทย์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจเวลเนสไทยก้าวสู่ธุรกิจบริการมูลค่าสูง และสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่แข็งแกร่งในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมเวลเนสไทยคือ “เพดานราคา” เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากยังคงแข่งขันกันด้วยรูปแบบเดิมๆ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ แนวทางแก้ไขคือการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุน โดยการต่อยอดจากทุนทางวัฒนธรรมเดิม เช่น สมุนไพรไทย ศาสตร์การดูแลสุขภาพดั้งเดิม หรือภูมิปัญญาพื้นบ้าน มาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อสร้างความแตกต่าง

ปัจจุบันคำว่า Relaxation ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพักผ่อนอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงไปถึงกระแส Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยืนยาว ซึ่งเป็นตลาดมูลค่าสูงและเติบโตเร็วทั่วโลก หากประเทศไทยสามารถยกระดับอุตสาหกรรมให้ตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคบริการและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างมหาศาล

ตลาดเวลเนสไทยรั้งอันดับ 24 โลก NIA กางกลยุทธ์ 4 ด้าน หนุนครบวงจร

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เปิดเผยข้อมูลสถิติว่า อุตสาหกรรมเศรษฐกิจสุขภาวะหรือ Wellness เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและขยายตัวสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 6.32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.32 ต่อปี โดยปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของตลาด Wellness ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก ด้วยมูลค่ารวมกว่า 40.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยมีจุดแข็งที่ชัดเจนในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism), การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและโภชนาการ (Healthy Eating & Nutrition) รวมไปถึงการดูแลส่วนบุคคลและความงาม (Personal Care & Beauty) จากความได้เปรียบด้านทรัพยากรและภูมิปัญญา

ที่ผ่านมา NIA ดำเนินงานในบทบาท “ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม” (Focal Conductor) เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ มุ่งขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของไทยให้เข้มแข็งเป็นระบบที่เปิดกว้าง (Open Ecosystem) ผ่าน 4 กลไกหลัก คือ Groom, Grant, Growth และ Global นอกจากนี้ยังได้มุ่งเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรม Wellness ไทยอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทรัพยากรและเครือข่าย เกิดการสร้างงานและรายได้ใหม่ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:

  1. การเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรม
  2. การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการและทักษะแรงงานด้านเวลเนส
  3. การขับเคลื่อนผ่าน Thailand Innovation Hubs
  4. การขยายผลและสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างบริการที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสร้างความแตกต่างที่มีมูลค่าสูง

จุฬาฯ ชูแนวคิด From Bench to Bedside to Business พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยวิทยาศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่อุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมและเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่านระบบการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเวลเนสของไทยมาถึง “จุดเปลี่ยน” สำคัญ แม้เราจะได้รับการยอมรับระดับโลกในเรื่อง Hospitality และการบริการด้าน Relaxation แต่การจะก้าวไปสู่ตลาด Medical & Longevity Wellness ที่มีมูลค่าสูงกว่าหลายเท่าตัวนั้น ไม่สามารถใช้เพียงแค่ “ความรู้สึก” เป็นจุดขายได้อีกต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ายุคใหม่และกลุ่ม High-Net-Worth ที่ต้องการเห็นผลตอบแทนด้านสุขภาพที่ชัดเจนและจับต้องได้เป็นวิทยาศาสตร์ (Wellness ROI)

จุฬาฯ มีความพร้อมในการเป็นพันธมิตรด้านงานวิจัยให้กับภาคเอกชน โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ห้องปฏิบัติการสู่การทดสอบทางคลินิก และผลักดันสู่ความสำเร็จทางธุรกิจภายใต้แนวคิด From Bench to Bedside to Business ผ่านการทำ Fast-Track Scientific Validation เพื่อเปลี่ยนจากคำว่า “รู้สึกดีขึ้น” ให้กลายเป็น “ผลลัพธ์ทางคลินิกที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์” ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ร่วมสมัยในรูปแบบ High-Touch meets High-Tech ที่ผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าร่วมกางพิมพ์เขียว ชี้กุญแจความยั่งยืนดัน GDP ประเทศ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้ามาร่วมให้ข้อมูลและแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเวลเนสไทย เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันใหม่ในเวทีโลก โดยชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งของไทยในการเป็นผู้นำด้านบริการเวลเนสในภูมิภาค ความพร้อมของระบบสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ตลอดจนทิศทางการจัดสรรงบประมาณและนโยบายระดับชาติที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล การบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้อุตสาหกรรม Wellness ของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ GDP ของประเทศได้อย่างมหาศาล ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นวิทยากร ได้แก่:

  • ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • กรด โรจนเสถียร ที่ปรึกษาประธานบริหาร บริษัท ชีวาศรม อินเตอร์เนชั่นแนล เฮลท์ รีสอร์ท จำกัด
  • นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

หมุดหมายใหม่ธุรกิจสุขภาพ ขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจฐานคุณค่า

ในช่วงท้าย ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวเน้นย้ำว่า งานสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเครือข่ายนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และร่วมขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานคุณค่าอย่างยั่งยืน งานนี้จึงเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญที่ส่งสัญญาณไปยังวงการธุรกิจสุขภาพและกลุ่มนักลงทุนทั่วโลกว่า อุตสาหกรรมเวลเนสของประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวทะยานสู่ยุคใหม่ ยุคที่นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างผลกำไรระดับสูงรวมถึงความสำเร็จที่ยั่งยืนบนเวทีโลก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Medical AI: หัวเจาะเศรษฐกิจใหม่ พลิกโฉมไทยสู่ฮับ Wellness โลก

อายุยืนแต่ป่วยนาน: เจาะวิกฤติสุขภาพคนไทย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar