Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SCBX กางแผนรับมือ ‘ควอนตัม’ จุดเปลี่ยนความปลอดภัยโลกการเงิน

SCBX กางแผนรับมือ ‘ควอนตัม’ จุดเปลี่ยนความปลอดภัยโลกการเงิน

ในวันที่โลกเทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าเข็มนาฬิกา การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือทางรอดของธุรกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) ที่ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูลคือหัวใจสำคัญ ล่าสุดในงานสัมมนา “SCBX Quantum Outlook: Post-Quantum Cryptography” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณัฎฐ์ ชูกำแพง นักวิจัยอาวุโส จาก SCBX ได้ร่วมสะท้อนภาพให้เห็นถึงคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่าง “เทคโนโลยีควอนตัม” (Quantum Technology) ซึ่งแม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือความเสี่ยงระดับวิกฤตที่ต้องเร่งจัดการ เพราะเทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการทำลายระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ที่โลกการเงินใช้อยู่ในปัจจุบันได้อย่างสิ้นเชิง

SCBX – QTFT เปิดรายงานพิเศษ ย้ำความสำคัญการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม

สัญญาณเตือนจากอนาคต: เมื่อรหัสลับอาจไม่ลับอีกต่อไป

ณัฎฐ์ ได้ชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวลของสถานการณ์นี้ โดยเปรียบเทียบกับการส่งจดหมายหรือข้อมูลที่เข้ารหัสเป็นความลับไว้ในวันนี้ แม้ปัจจุบันจะดูปลอดภัย แต่ในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า เมื่อผู้ไม่หวังดีมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงอย่าง “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” (Quantum Computer) พวกเขาจะสามารถถอดรหัสข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ยาก ซึ่งสำหรับสถาบันการเงินที่ถือครองข้อมูลความลับทางการค้าและธุรกรรมสำคัญ การปล่อยให้ข้อมูลเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะถูกเปิดเผยในอนาคตเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ หากประเมินในแง่ดีว่าเทคโนโลยีนี้จะสมบูรณ์พร้อมใช้งานจริงในช่วงปี 2030 นั่นหมายความว่าองค์กรธุรกิจมีเวลาเหลือเพียงประมาณ 5 ปีในการตรวจสอบธุรกิจและผลิตภัณฑ์ของตนเองว่ามีความพร้อมหรือไม่ หรือต้องมีการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย (Final Testing) อย่างไร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาวเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ความปลอดภัยระดับควอนตัม (Quantum Safe) ให้ทันท่วงที

กลยุทธ์ ตู้เซฟซ้อนตู้เซฟทางรอดในยุคเปลี่ยนผ่าน

สำหรับแนวทางการรับมือทางเทคนิค นักวิจัยอาวุโสจาก SCBX ได้ยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน โดยเปรียบเทียบระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในระหว่างการส่ง (Transport Layer Security) กับการขนส่งเงินสด หากเราต้องการส่งเงิน 100,000 บาทในวันนี้ เราอาจเลือกใส่ตู้เซฟเหล็กที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป วิธีการเดิมอาจไม่เพียงพอ คำแนะนำของเขาไม่ใช่การทิ้งระบบเดิมทันที แต่เป็นการใช้กลยุทธ์ “ตู้เซฟซ้อนตู้เซฟ” กล่าวคือ การนำระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานใหม่มาครอบทับระบบเดิมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ยังคงใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ แต่เพิ่มเกราะป้องกันที่แน่นหนาขึ้นสำหรับอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีความเปราะบางในเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และระบบคลาวด์ (Cloud) โดยบล็อกเชนนั้นมีจุดอ่อนสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลกุญแจสาธารณะ (Public Key) ไว้บนเครือข่าย ซึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจใช้ข้อมูลนี้ย้อนกลับไปหากุญแจส่วนตัว (Private Key) ได้ การแก้เกมในจุดนี้จึงต้องอาศัยอัลกอริทึมคริปโท (Crypto Algorithm) และลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) เข้ามาช่วยยืนยันความถูกต้อง ส่วนในฝั่งของคลาวด์ ผู้ใช้บริการต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการ (Cloud Provider) มีมาตรการปกป้องข้อมูลที่เข้มแข็งพอที่จะต้านทานขีดจำกัดการประมวลผลรูปแบบใหม่นี้ได้

ฉีกกรอบ Credit Scoring ด้วย AI และQuantum ร่วมกับTMIC

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ SCBX นำเสนอในงานนี้คือ การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับระบบการให้คะแนนเครดิต (Credit Scoring) รูปแบบใหม่ที่ทำร่วมกับพันธมิตรอย่าง TMIC โจทย์ยากของธนาคารคือการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ให้แม่นยำขึ้นโดยใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น สัญญาณโทรศัพท์มือถือ หรือพฤติกรรมการซื้อของ แต่ติดขัดเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) และการขอความยินยอม (Consent) จากเจ้าของข้อมูล

ทางออกที่ทีมวิจัยค้นพบคือแนวคิดที่ไม่นำข้อมูลมากองรวมกัน แต่ใช้วิธีส่งโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกไปทำหน้าที่เสมือน “พนักงานฝึกหัด” (Intern) เดินทางไปเรียนรู้ข้อมูลจากแต่ละหน่วยงาน แล้วนำเพียงองค์ความรู้ที่ได้กลับมาประมวลผล โดยผสานการใช้งานระหว่างการเข้ารหัสควอนตัม (Quantum Cryptography) และ AI เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลยังคงปลอดภัย ไม่มีการรั่วไหล แต่ระบบสามารถประเมินเครดิตสกอร์ได้อย่างแม่นยำและเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบ (Audit) เพื่อยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้ถูกบิดเบือน

จาก ผู้สำรวจสู่ ผู้กำหนดมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ยุค Post-Quantum Cryptography ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ณัฐยอมรับว่าความท้าทายสำคัญคือเรื่องทรัพยากร เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีต้องใช้หน่วยความจำ (Memory) และทรัพยากรการประมวลผลที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาจากระบบดั้งเดิม (Legacy Systems) ที่ให้บริการลูกค้ามานานนับ 10 ปี การจะจัดการข้อมูลย้อนหลังเหล่านั้นให้ปลอดภัยเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง

ในช่วงท้ายของการบรรยาย นักวิจัยอาวุโสจาก SCBX เน้นย้ำว่า การเตรียมความพร้อมนี้ไม่ใช่วาระของฝ่ายไอทีเพียงลำพัง แต่เป็นเรื่องระดับองค์กรที่ต้องอาศัยงบประมาณและการวางแผนกลยุทธ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเริ่มจากการสำรวจสิ่งที่องค์กรมีอยู่ (Inventory Check) เพื่อให้รู้ว่าเรามีปัญหาตรงไหนก่อน จากนั้นจึงเริ่มปรับปรุงในส่วนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง

ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของ SCBX ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัวภายในองค์กร แต่ต้องการเป็นผู้นำที่จะสร้างรากฐานและกำหนดแนวทางปฏิบัติ (Guideline) ให้กับอุตสาหกรรมการเงินของไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบนิเวศการเงินของประเทศจะพร้อมยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ในวันที่คลื่นลูกใหม่แห่งโลกควอนตัมมาถึง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เทรนด์ปี 2026: ยุค Agentic AI และโอกาสข้อมูลไทยในเวทีโลก

สุขภาพจิตยุคใหม่…เริ่มง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว เช็กสุขภาพใจ ได้ตลอดเวลา ผ่าน LINE HEALTH

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar