สหฟาร์ม หรือ Saha Farms ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่รายใหญ่ของไทย ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 นำเสนอผลิตภัณฑ์ไก่สด ไก่แปรรูป ไก่ปรุงสุก และผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง
ในปีนี้ สหฟาร์มเปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ พร้อมระบุว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่บริษัททำยอดขาย รายได้ กำไร และยอดส่งออกได้สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยยอดส่งออกเพิ่มจาก 110,000 ตันในปี 2565 เป็น 220,000 ตันในปีที่ผ่านมา หรือเติบโต 100% ภายใน 3 ปี
ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้สิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายสายพันธุ์ไก่ Cobb กลับคืนมา หลังจากเคยสูญเสียสิทธิ์ดังกล่าวในช่วงที่บริษัทเผชิญมรสุมและเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ โดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ใช้เวลาเจรจากับ Cobb นานกว่า 3 ปี
จากแผนฟื้นฟู สู่ยอดส่งออก 220,000 ตัน
ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า สหฟาร์มวางโครงสร้างธุรกิจไก่ครบวงจรมาตลอด 50 ปี ตั้งแต่ปู่-ย่าพันธุ์ พ่อแม่พันธุ์ โรงฟัก โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มไก่เนื้อ ไปจนถึงโรงงานผลิตเนื้อไก่
ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเกิดจากการทำงานของหลายฝ่าย ทั้งโรงงานที่ผลิตเนื้อไก่คุณภาพ ทีมการตลาดต่างประเทศ และลูกค้าที่ให้การสนับสนุนจนบริษัทขายสินค้าได้เกินเป้าหมาย
“ในรอบ 50 ปี เราไม่เคยทำผลประกอบการได้ดีที่สุดอย่างปีที่แล้ว ปีที่แล้วถือว่าเป็นปีแรกที่เราทำผลประกอบการได้เป็นอย่างนี้” ดร.มนูญศรีกล่าว
ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี และการเงิน บริษัท สหฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา สหฟาร์มมียอดส่งออก 220,000 ตัน เทียบกับปีแรกที่ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการในปี 2565 ซึ่งมียอดส่งออก 110,000 ตัน หรือเติบโตขึ้น 100%
สำหรับปี 2569 ยอดส่งออกน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน ประมาณ 200,000 กว่าตัน โดยปีนี้มีปัจจัยภายนอกหลายด้านที่ควบคุมไม่ได้ ทั้งสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน ต้นทุนขนส่ง พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ และต้นทุนอาหารสัตว์
ดร. มนูญศรี ส่งไม้ต่อ Next Gen
ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 สหฟาร์มเปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ นำโดย ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายการตลาดต่างประเทศ บัญชี การเงิน และเลขานุการประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด สิรวิชญ์ โชติเทวัญ ประธานฝ่ายการขายและการจำหน่ายต่างประเทศ ดูแลโรงงานทั้ง 5 แห่ง และกำลังพลกว่า 20,000 คน
ดร.มนูญศรีกล่าวว่า ปัจจุบันยังคงดูแลนโยบายของบริษัทและบริษัทในเครือ พร้อมประชุมผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยมีผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 100 คนเข้าร่วมรับนโยบาย
“ดิฉันก็อายุมากแล้ว ปีนี้ 78 ปีแล้ว ก็อยากจะวางมือให้ลูก ๆ หลาน ๆ แล้วก็ให้ทีมผู้บริหารทุกท่านได้รับต่อยอดในการทำงานต่อไป”
ดร.มนูญศรี ย้ำว่า ธุรกิจอาหารยังเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และสหฟาร์มต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอันดับแรก
“เรื่องคุณภาพ สหฟาร์มถือว่าคุณภาพต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ราคาเป็นอันดับสอง”
Cobb ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Tyson Foods แสดงความเชื่อมั่นต่อความลึกของทีมบริหาร หรือ Depth in leadership ของทายาทรุ่นที่ 2 และทีมงานมืออาชีพของสหฟาร์ม
ได้สิทธิ์ Cobb กลับคืน หลังเจรจา 3 ปี
สหฟาร์มเปิดเผยว่า ในช่วงที่บริษัทเผชิญมรสุมและเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทเคยสูญเสียสิทธิ์การเป็นตัวแทนจำหน่าย หรือ Distributorship ของ Cobb ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้พัฒนาสายพันธุ์ไก่ระดับโลก
ดร.จารุวรรณใช้เวลาเจรจากับ Cobb นานกว่า 3 ปี ก่อนที่สหฟาร์มจะได้สิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายกลับคืนมาอีกครั้ง
สายพันธุ์ Cobb มีจุดเด่นด้านความแข็งแรง โตเร็ว และอัตราแลกเนื้อ หรือ FCR ที่ดี เหมาะกับสภาพอากาศของไทย ช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพด้านต้นทุนการผลิต และการส่งมอบสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ
“การกลับมาร่วมมือกับ Cobb ช่วยเสริมธุรกิจส่งออกไก่ของบริษัท โดยเฉพาะตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น ยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง”
ตลาดโลกยังต้องการไก่ แต่ต้นทุนสูงขึ้น
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า สินค้ากลุ่มไก่ปรุงสุกและไก่แช่แข็งของสหฟาร์มได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศ โดยหลายช่วงมีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกำลังการผลิต ขณะที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร คุณภาพการผลิต และระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น
“วันนี้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านราคา แต่เรื่องคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความปลอดภัยทางอาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก” ดร.จารุวรรณ กล่าว
ปัจจุบัน ตลาดส่งออกของสหฟาร์มครอบคลุมหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการส่งออก เนื่องจากบางช่วงท่าเรือในพื้นที่ปิด ทำให้สินค้าที่เตรียมขนส่งต้องถูกลากกลับ ขณะเดียวกัน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นชัดเจนคือราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งเกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตเม็ดพลาสติก
ด้านโลจิสติกส์ ลูกค้าบางรายปรับรูปแบบการซื้อเป็น FOB หรือ Free On Board เพื่อจัดการขนส่งเอง หลังจากได้รับผลกระทบจากการปิดท่าเรือ
“ต่อให้เกิดสงครามภาวะสงคราม คนก็ยังต้องบริโภคเนื้อไก่ คนก็ยังต้องกินต้องใช้ เพราะฉะนั้น If there is a will, there is a way เมื่อมีคนอยากได้ มันก็มีทางไป” ดร.จารุวรรณ กล่าว
ใช้พลังงานสะอาดและ EV ลดผลกระทบต้นทุน
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า สหฟาร์มเริ่มปรับการใช้พลังงานตั้งแต่ปีก่อน ทั้ง Solar Farm, Solar Roof และ Solar Floating เพื่อลดต้นทุนพลังงาน
นอกจากนี้ บริษัทนำเข้ารถไฟฟ้า หรือ EV เข้ามาใช้ในระบบขนส่งบางส่วน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมัน แม้ยังไม่ได้ทดแทนทั้งหมด แต่เริ่มเข้ามาช่วยลดต้นทุนในบางส่วนแล้ว
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า ความท้าทายจากต้นทุนไม่ได้กระทบเฉพาะสหฟาร์ม แต่กระทบผู้ประกอบการในประเทศไทยหลายรายเช่นกัน
เริ่มทำตลาดในประเทศจริงจังหลังทำ OEM มานาน 50 ปี
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา สหฟาร์มทำธุรกิจในลักษณะ OEM เป็นหลัก โดยผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ แต่ยังไม่ได้มุ่งทำตลาดในประเทศไทยอย่างจริงจัง ปีนี้บริษัทจึงเริ่มนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทดลองตลาดในประเทศมากขึ้น รวมถึงสินค้าปรุงสุก ไก่สดอนามัย ไก่อารมณ์ดี และ Product Hero หลายรายการ เช่น ไก่ติดโบว์น้ำพริกหนุ่ม และอกไก่น้ำมันงา
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า ไก่หนึ่งตัวไม่สามารถส่งออกได้ทั้งหมด โดยชิ้นส่วนหลักที่ส่งออกได้ เช่น อก น่อง และปีก คิดเป็นประมาณ 40% ของตัวไก่ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 60% เป็นสินค้าที่จำหน่ายในประเทศ
การขยายตลาดในประเทศจึงต้องจัดสรรชิ้นส่วนบางส่วนที่เคยส่งออกกลับมาผลิตสินค้าในประเทศ โดยเบื้องต้นบริษัทมองสัดส่วนประมาณ 5–10%
“คนไทยก็อยากให้ทานของดี” ดร.จารุวรรณ กล่าว
ธุรกิจประมงเริ่มจากปลาดุก ขยายสู่ปลานิล และปลาสลิด

ภายในงาน THAIFEX ปีนี้ สหฟาร์มนำเสนอผลิตภัณฑ์จากกลุ่มธุรกิจประมง ทั้งปลาดุกฟิเล ปลาดุกแล่ ปลานิล และปลาสลิดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า ธุรกิจปลาน้ำจืดเริ่มจากปลาดุก ก่อนขยายไปสู่ปลานิลและปลาสลิด เนื่องจากบริษัทมีบ่อปลาหลายร้อยบ่อ และต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวเลี้ยงปลาชนิดอื่นเพิ่มเติม
สหฟาร์มได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการเพาะเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลา ทำให้บริษัทเริ่มพัฒนาปลานิลและปลาสลิด โดยปลาสลิดอยู่ระหว่างการเพาะตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์ และคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 3–4 เดือนก่อนนำลูกพันธุ์ไปเลี้ยงต่อได้
สำหรับปลานิล ปัจจุบันยังเป็นตลาดภายในประเทศ ขณะที่ปลาดุกได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
สหฟาร์มระบุว่า ช่วงนี้ยังต้องการเลี้ยงปลาในระบบปิดของบริษัทก่อน หากจะหาพันธมิตร จะเน้นโรงงานที่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้ ส่วนการทำ Contract Farming จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อระบบการผลิตและโรงงานพร้อมส่งออกแล้ว โดยอาจเริ่มจากการรับจ้างผลิต หรือ OEM ก่อน
สำหรับผลิตภัณฑ์ปลานิล กลุ่มธุรกิจประมงให้ความสำคัญกับกระบวนการเพาะเลี้ยง การคัดสายพันธุ์ การควบคุมมาตรฐานการผลิต ระบบการเลี้ยง การควบคุมคุณภาพน้ำ อาหารสัตว์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง และสินค้าแปรรูปเพิ่มมูลค่า
ตั้งเป้าขยายตลาดเดิม มากกว่าเปิดตลาดใหม่
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า ปีนี้สหฟาร์มอาจมีตลาดใหม่บ้าง แต่ไม่ได้มากนัก บริษัทจะเน้นเพิ่มปริมาณการส่งออกในตลาดที่มีอยู่แล้วมากกว่า
ในภาพรวมของธุรกิจไก่ ยอดส่งออกคิดเป็นประมาณ 35% ของปริมาณรวมทั้งหมด แต่เมื่อคิดเป็นรายได้ ยอดส่งออกคิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ผู้ผลิตไก่รายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในด้านคุณภาพ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตไก่ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง
“ถ้าพูดถึงคุณภาพ ประเทศไทยถือว่าเป็นผู้ผลิตไก่ที่ผลิตสินค้าไก่ได้ดีที่สุดในโลก” ดร.จารุวรรณกล่าว
ฝากถึงผู้บริโภคและเกษตรกร
ดร.จารุวรรณกล่าวว่า สหฟาร์มต้องการผลิตสินค้าไก่ที่ดี มีคุณภาพ ปลอดโรค และปลอดภัย เพื่อส่งมอบให้ผู้บริโภค
“เรารู้ว่า You are what you eat. การที่ผู้บริโภคหรือว่าทุก ๆ ท่านจะมีสุขภาพแข็งแรง มันก็มาจากสิ่งที่ท่านทานเข้าไป” ดร.จารุวรรณกล่าว
ดร.จารุวรรณยังฝากกำลังใจถึงเกษตรกร ผู้เลี้ยงไก่ และผู้เลี้ยงปลา โดยระบุว่าสภาวะตลาดช่วงนี้อาจมีความท้าทายหลายอย่าง แต่ทุกอย่างมีวัฏจักรของขึ้นและลง
การเข้าร่วม THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ของสหฟาร์มปีนี้จึงมีทั้งการเปิดตัวสินค้า การแสดงผลประกอบการ การส่งต่อผู้บริหารรุ่นใหม่ การกลับมาได้สิทธิ์ Cobb และการเริ่มขยายตลาดในประเทศควบคู่กับธุรกิจประมงที่กำลังพัฒนา
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
SUPALAI Presents CTC 2026: เมื่อ Futuristic Mind กลายเป็นทักษะของผู้รอด
‘ทิพย์สมัย’ เปลี่ยนร้านผัดไทย 87 ปี สู่แบรนด์อาหารไทยระดับโลก



