Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

‘ทิพย์สมัย’ เปลี่ยนร้านผัดไทย 87 ปี สู่แบรนด์อาหารไทยระดับโลก

'ทิพย์สมัย' เปลี่ยนร้านผัดไทย 87 ปี สู่แบรนด์อาหารไทยระดับโลก

จากร้านผัดไทยประตูผีที่ผู้คนคุ้นชินกับภาพการต่อคิวหน้าร้าน วันนี้ทิพย์สมัยกำลังขยับสู่โจทย์ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม คือการทำให้อาหารไทยรสชาติต้นตำรับเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือบนเส้นทางบินระหว่างประเทศ

บริษัทในเครือ ทิพย์สมัย กรุ๊ป และบริษัท สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานมากกว่า 50 เมนูเป็นครั้งแรก ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ EE15 ฮอลล์ 9 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ความร่วมมือ THIPSAMAI x BRAND THAI และแนวคิด True Authentic Thai Taste to The World

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแตกไลน์สินค้าใหม่ของร้านอาหารชื่อดัง แต่คือความพยายามของทายาทรุ่นที่ 3 ในการเปลี่ยนแบรนด์สตรีทฟู้ดอายุ 87 ปี ให้กลายเป็นระบบธุรกิจอาหารที่ขยายตัวได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยยังต้องรักษารสชาติ เอกลักษณ์ และจิตวิญญาณของอาหารไทยไว้ให้ได้มากที่สุด

จากร้านที่คนต่อคิว สู่โจทย์ทำให้อาหารไทยเข้าถึงได้ทุกวัน

ทิพย์สมัย ผัดไทยประตูผี เริ่มต้นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการขายก๋วยเตี๋ยวผัดแบบไทย ก่อนพัฒนาสู่ยุคของคุณพ่อคุณแม่ที่ริเริ่มสูตรซอสมันกุ้ง จนกลายเป็นสตรีทฟู้ดระดับตำนานที่ผู้คนรู้จักในชื่อผัดไทยประตูผี

ตลอด 87 ปีที่ผ่านมา ภาพจำสำคัญของทิพย์สมัยคือร้านผัดไทยที่ลูกค้าหลายรุ่นต้องเดินทางมารับประทานที่หน้าร้าน บางคนเริ่มจากการมากินตั้งแต่ช่วงเดท จนกลับมาอีกครั้งพร้อมลูกหลาน แต่เมื่อแบรนด์เติบโตมาถึงยุคทายาทรุ่นที่ 3 คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะรักษาความนิยมของร้านไว้อย่างไร แต่คือจะทำให้รสชาติของทิพย์สมัยอยู่ต่อ และไปไกลกว่าเดิมได้อย่างไร

แนวคิด Yesterday, Today and Everyday จึงกลายเป็นกรอบสำคัญของการขยายธุรกิจ

Yesterday คืออดีตที่ลูกค้าต่อคิวรับประทานจากรุ่นสู่รุ่น Today คือปัจจุบันที่ทิพย์สมัยยังเป็นจุดหมายของทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางและการรอคิว ส่วน Everyday คือเป้าหมายใหม่ในการทำให้อาหารของทิพย์สมัยสามารถหยิบจากตู้เย็นมาอุ่นรับประทานได้ทุกวัน

ดร.ศีขรเชษฐ์ ใบสมุทร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือ ทิพย์สมัย กรุ๊ป และบริษัท สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ทิพย์สมัยตั้งใจเป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์และวัฒนธรรมอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านรสชาติอาหารไทยแท้ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘True Authentic Thai Taste to The World’ ด้วยผลิตภัณฑ์ Frozen Food และ Ready Meal เสมือนยกครัวทิพย์สมัยมาไว้ที่บ้านคุณ”

ความยากของการทำให้รสชาติร้านอาหาร กลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม

หัวใจของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การนำเมนูเดิมไปแช่แข็งเท่านั้น แต่อยู่ที่การแปลงอาหารที่เคยพึ่งพาฝีมือเชฟ จังหวะไฟ เทคนิคการผัด และคุณภาพวัตถุดิบ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษามาตรฐานได้สม่ำเสมอ

ในมุมของทิพย์สมัย ผัดไทยไม่ใช่อาหารที่ทำง่าย แม้จะดูเป็นเมนูที่คุ้นเคย เพราะมีรายละเอียดตั้งแต่เส้นที่ต้องเหนียวนุ่ม ไม่หัก ไม่ขาด เทคนิคการผัด กำลังไฟ การสาวเส้น ไปจนถึงวัตถุดิบสำคัญอย่างมันกุ้ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพวัตถุดิบในแต่ละช่วงเวลา

หนึ่งในโจทย์สำคัญของทายาทรุ่นที่ 3 คือการทำให้รสชาติออกมาใกล้เคียงกันทุกจาน โดยไม่ปล่อยให้ความสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือความเห็นของเชฟในแต่ละวัน จึงนำไปสู่การตั้งโรงงานผลิตซอสเพื่อควบคุมมาตรฐานรสชาติ ผ่านมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรือ SOP ขณะเดียวกันยังคงต้องฝึกเชฟให้รักษาเทคนิคการผัดแบบดั้งเดิมไว้

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทิพย์สมัย จากร้านอาหารที่มีเสน่ห์จากงานคราฟต์และฝีมือคน สู่ระบบการผลิตที่ต้องรักษาคุณภาพให้ได้ในระดับที่ขยายออกไปสู่ตลาดกว้างขึ้น

3 ยุคของผัดไทย และการต่อยอดสู่เมนูยุคใหม่

การขยายผลิตภัณฑ์ของทิพย์สมัยยังสะท้อนวิวัฒนาการของแบรนด์ผ่าน 3 ยุคของผัดไทย

  • ยุคแรก คือผัดไทยสยามรอยัล ซึ่งใช้ซอสมะขามหรือ Tamarind Sauce
  • ยุคที่สองคือผัดไทยมันกุ้ง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของร้าน
  • และยุคที่สามคือผัดไทยศรีสมร ที่ต่อยอดออกมาเป็นผัดไทยแซ่บและผัดไทยโบราณ โดยผัดไทยแซ่บเป็นหนึ่งในเมนูที่ถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แช่แข็ง และนำขึ้นเสิร์ฟบนการบินไทย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์แช่แข็งจึงไม่ใช่การละทิ้งต้นตำรับ แต่เป็นความพยายามในการรักษาและต่อยอดรสชาติของแต่ละยุคให้อยู่ในรูปแบบที่ผู้บริโภคยุคใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

Street to Sky: เมื่อผัดไทยประตูผีขึ้นสู่สายการบินไทย

ก่อนขยับเข้าสู่ตลาดอาหารพร้อมทานในระดับกว้าง ทิพย์สมัยได้ขยายการรับรู้แบรนด์ในระดับนานาชาติผ่านโมเดล Street to Sky ด้วยความร่วมมือกับการบินไทย นำเมนูของทิพย์สมัยขึ้นเสิร์ฟบนเครื่องบิน ตั้งแต่ชั้นประหยัด ชั้นธุรกิจ ไปจนถึงชั้นหนึ่ง ในฐานะเมนู Premium Asian Noodles

เมนูที่ให้บริการประกอบด้วย ผัดไทยไก่ ผัดไทยกุ้ง ผัดไทยแซ่บ หรือผัดไทยอร่อยเหาะ ผัดไทยปูก้อน ผัดไทยเป๋าฮื้อ และข้าวผัดเศรษฐี หรือ Millionaire Fried Rice ที่มีส่วนผสมของกุนเชียง ปลา และกุ้ง ซึ่งได้รับผลตอบรับดีในเส้นทางบินเอเชียและจีน

การนำผัดไทยขึ้นสู่สายการบินแห่งชาติ จึงไม่ใช่เพียงช่องทางการตลาด แต่ยังเป็นการพิสูจน์ว่าอาหารริมทางของไทยสามารถยกระดับไปสู่มาตรฐานสากลได้ โดยยังคงรสชาติและคุณภาพที่ทำให้ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งติดตามกลับมารับประทานที่ร้านเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

“การนำผัดไทยขึ้นไปเสิร์ฟบนสายการบินแห่งชาติ ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางการตลาด แต่คือการพิสูจน์ว่าอาหารริมทางของไทยมีมาตรฐานและคุณภาพสูงพอที่จะยืนหยัดบนเวทีสากลได้อย่างภาคภูมิ” ดร.ศีขรเชษฐ์กล่าว

เปิดตัวกว่า 50 เมนูใน THAIFEX 2026

เปิดตัวกว่า 50 เมนูใน THAIFEX 2026

การร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ภายใต้ความร่วมมือ THIPSAMAI x BRAND THAI เป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานครั้งแรกมากกว่า 50 เมนู ครอบคลุมทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก เมนูเส้น เมนูข้าว กับข้าว ของหวาน ซอส และชุดทำอาหารสำเร็จรูป

กลุ่มอาหารเรียกน้ำย่อยประกอบด้วยปอเปี๊ยะหลายประเภท เช่น ปอเปี๊ยะกุ้ง ปอเปี๊ยะไก่ ปอเปี๊ยะผัก และปอเปี๊ยะผัดไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูเด่นของร้าน รวมถึงติ่มซำหลากหลายชนิด เช่น ขนมจีบหมู ขนมจีบไก่ ขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋า และซาลาเปาหลายไส้ ได้แก่ เผือกลาวา ไข่เค็มลาวา ครีมคัสตาร์ด หมูสับ และหมูแดง

กลุ่มอาหารจานหลักและเมนูเส้นมีทั้งผัดไทยแซ่บ ราดหน้าหมู ราดหน้ากุ้ง หมี่ผัดปากพนัง สุกี้ เฟตตูชินีต้มยำกุ้ง บะหมี่เกี๊ยวน้ำกุ้ง บะหมี่หมูตุ๋น รวมถึงกลุ่มยำวุ้นเส้นที่เคยได้รับการตอบรับดีจากการเปิดตัวก่อนหน้า

กลุ่มเมนูข้าวและกับข้าวประกอบด้วยข้าวกะเพรา ข้าวผัดกระเทียม ข้าวคลุกผัดพริกเกลือ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง หมูพริกไทยดำ แกงมัสมั่นไก่ ข้าวต้มปลากะพง และข้าวต้มหมู ส่วนกลุ่มของหวานมีปอเปี๊ยะข้าวเหนียวสังขยา และปอเปี๊ยะข้าวเหนียวถั่วดำ

นอกจากผลิตภัณฑ์แช่แข็ง ทิพย์สมัยยังพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบไม่แช่แข็ง หรือ Ambient ได้แก่ ชุดทำอาหาร Ready to Cook ที่มีเส้นและซอสสำหรับผู้ที่ต้องการปรุงเอง และผลิตภัณฑ์รูปแบบถ้วย Microwavable Cup สำหรับกลุ่มวัยรุ่นหรือผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว

Quick Blast และการรักษารสชาติให้ใกล้เคียงการปรุงสด

หนึ่งในจุดแข็งที่ทิพย์สมัยให้ความสำคัญคือเทคโนโลยี Quick Blast ซึ่งช่วยล็อกคุณค่าสารอาหาร เนื้อสัมผัส และสีของอาหาร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์แช่แข็งยังคงใกล้เคียงกับการปรุงสดมากที่สุด

บริษัทเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ปลากะพงแท้ และกุ้งสุกเกรดพรีเมียม โดยไม่ใช้กุ้งแก้วที่ใส่สารเคมี ควบคู่กับการรักษาศิลปะการปรุงอาหารไทยแบบดั้งเดิม และผสานเข้ากับนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่

ในด้านมาตรฐานการผลิต โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้ง GHPs และ HACCP เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า ผลิตภัณฑ์ยังคงคุณภาพ รสชาติ และมาตรฐานอาหารไทยระดับพรีเมียม

ปรับรสชาติตามตลาด แต่รักษาความเป็นอาหารไทยแท้

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทิพย์สมัย ไม่ได้ใช้รสชาติเดียวกับทุกตลาด แต่แบ่งสัดส่วนรสชาติตามกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ กลุ่มลูกค้าไทยเน้นรสจัดจ้านดั้งเดิม กลุ่มลูกค้าตะวันตกเน้นรสชาติกลาง ๆ เพื่อให้รับประทานง่าย ขณะที่ตลาดเอเชียมีการปรับตามพฤติกรรมการบริโภคของแต่ละตลาด

เป้าหมายสำคัญคือทำให้อาหารไทยแท้เข้าถึงได้ทั้งคนไทยในต่างประเทศที่คิดถึงรสชาติบ้านเกิด และผู้บริโภคต่างชาติที่ต้องการสัมผัสรสชาติไทยในรูปแบบที่สะดวกขึ้น

ไม่เร่งขยายสาขา แต่ขยายผ่านผลิตภัณฑ์และช่องทางส่งออก

แม้ทิพย์สมัยจะมีแผนขยายสาขา แต่บริษัทไม่ได้เน้นการขยายหน้าร้านจำนวนมาก เพราะต้องการรักษาคุณภาพ การบริการ และมาตรฐานของแต่ละสาขาให้ดูแลได้ทั่วถึง ปัจจุบันทิพย์สมัยมีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ สาขาประตูผี สาขาไอคอนสยาม สาขาสยามพารากอน และสาขาพุทธมณฑลสาย 4

ในอีกด้านหนึ่ง ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายตลาด แต่ได้รับผลตอบรับดีจากทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตและการบินไทย โดยช่องทางจำหน่ายในประเทศประกอบด้วยร้านทิพย์สมัยทุกสาขา และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เช่น Tops Food Hall, Gourmet Market และ The Mall

ส่วนตลาดต่างประเทศ มีการส่งออกไปยังฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยตลาดหลักในปัจจุบัน ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์ ขณะที่ตลาดยุโรป จอร์เจีย และสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการเจรจาและปรับมาตรฐานวัตถุดิบให้เหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ

ปัจจุบันโครงสร้างการจำหน่ายแบ่งเป็นตลาดในประเทศประมาณ 60% และตลาดส่งออกประมาณ 40%

ต้นทุนสูงขึ้น แต่ยังพยายามตรึงราคา

ท่ามกลางภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นราว 10-20% บริษัทเลือกใช้นโยบายตรึงราคาให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคยังสามารถเข้าถึงสินค้าได้ โดยยอมรับว่าสัดส่วนกำไรหรือ Margin บางลง

มุมมองของผู้บริหารคือ หากบริษัทต้องการให้อาหารไทยคุณภาพดีเข้าถึงผู้บริโภคได้จริง ราคาต้องไม่เป็นอุปสรรคมากเกินไป แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น และการผลิตด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงจะทำให้กำไรต่อหน่วยไม่มากนัก

รักษาจิตวิญญาณอาหารไทยให้เติบโตได้ในตลาดโลก

ศ.พญ.ธัญนันท์ ใบสมุทร รองประธานกรรมการ บริษัทในเครือ ทิพย์สมัย กรุ๊ป และบริษัท สยาม รอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า “ความตั้งใจของเราคือการรักษาเอกลักษณ์อาหารไทยแท้ให้อยู่กับคนไทยและคนทั่วโลกต่อไปในระยะยาว เราให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การคิดค้นสูตร ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ต้องคงรสชาติแบบต้นตำรับมากที่สุด เพื่อให้อาหารทุกจานยังคงมีจิตวิญญาณของอาหารไทยอย่างแท้จริง”

นอกจากการขยายธุรกิจ ผู้บริหารยังระบุว่า รายได้จากการดำเนินงานส่วนใหญ่ในปีนี้ถูกนำไปบริจาคร่วมสร้างตึกนวัตกรรม มูลนิธิรามาธิบดี และบริจาคสมทบทุนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเพื่อจัดซื้อโลงศพสำหรับผู้ยากไร้ สะท้อนความตั้งใจในการส่งต่อผลสำเร็จทางธุรกิจกลับคืนสู่สังคมไทย

“เป้าหมายสูงสุดของการทำธุรกิจในวันนี้ไม่ใช่ตัวเลขกำไร แต่คือการได้เห็นอาหารไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและจิตวิญญาณดั้งเดิม ได้รับการยอมรับและสร้างความสุขให้กับผู้คนทั่วโลก พร้อม ๆ กับการได้นำผลสำเร็จนั้นกลับมาช่วยเหลือสังคมไทย” ศ.พญ.ธัญนันท์กล่าว

ในวันที่อาหารไทยถูกพูดถึงในฐานะ Soft Power การขยับตัวของทิพย์สมัยจึงเป็นมากกว่าการนำผัดไทยไปขายในรูปแบบใหม่ แต่คือบททดสอบของแบรนด์ไทยว่าจะสามารถเปลี่ยนเสน่ห์ของอาหารริมทางให้กลายเป็นธุรกิจอาหารระดับโลกได้อย่างไร โดยไม่สูญเสียรสชาติ ความทรงจำ และจิตวิญญาณที่ทำให้แบรนด์นี้ยืนอยู่มาได้ตลอด 87 ปี

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ยูนิลีเวอร์กับเกมใหม่ FMCG ใช้ Data อ่านใจผู้บริโภค ปั้นไทยเป็นฮับนวัตกรรมโลก

ถอดสูตร Likeable Leader วิถีผู้นำยุคใหม่จาก ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar