ภาพจำของใครหลายคนเมื่อพูดถึง “เมืองอัจฉริยะ” หรือ Smart City คงหนีไม่พ้นเมืองใหญ่ระดับมหานครที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าและเทคโนโลยีล้ำสมัยมูลค่ามหาศาล แต่ในความเป็นจริง หัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะไม่ได้วัดกันที่จำนวนงบประมาณ ทว่าอยู่ที่ “ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาตรงจุดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน”
เช่นเดียวกับ เทศบาลเมืองสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมืองขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่ถึง 200 ล้านบาท แต่สามารถสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะเต็มรูปแบบได้อย่างยั่งยืน ด้วยการทลายกรอบการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) สู่การเชื่อมต่อข้อมูลบนภาพเดียวกันภายใต้แพลตฟอร์ม ArcGIS จนกลายเป็น “ต้นแบบระดับประเทศ” ที่เมืองขนาดเล็กทั่วไทยหลั่งไหลมาศึกษาดูงาน
นิยาม Smart City ฉบับเมืองสีคิ้ว
ปรีชา จันทรรวงทอง นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว ที่นั่งตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 2542 เล่าถึงแรงบันดาลใจและเป้าหมายเมื่อเริ่มต้นว่า ความท้าทายสูงสุดของการบริหารงานท้องถิ่นคือ “ข้อมูลที่กระจัดกระจาย” ทำให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและแก้ไขปัญหาล่าช้า นิยามคำว่า Smart City ของสีคิ้วจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการสร้าง ‘Smart Life’ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม
ด้วยเหตุนี้ เทศบาลเมืองสีคิ้วจึงได้ประกาศวาระเมืองและเลือกปักธงนำร่องใน 3 มิติสำคัญที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข และด้านการบริหารจัดการเมือง
“ตอนแรกที่เราจะเริ่มจากศูนย์ เราใช้เวลากว่าครึ่งปีในการตกผลึกว่าจะทำอะไร เพราะคำว่า Smart City มันใหญ่มาก หลายแห่งคิดว่าต้องเป็นเมืองใหญ่หรือจังหวัดใหญ่ที่มีงบประมาณมหาศาล แต่สีคิ้วพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกเมืองทำได้หมด มันขึ้นอยู่กับการออกแบบโจทย์ให้ฟิตกับพื้นที่” นายกเทศมนตรี เล่า
3 แกนนำร่อง และนวัตกรรม “Fukuoka Method” จัดการขยะ

ในการขับเคลื่อน 3 มิติหลัก เทศบาลเมืองสีคิ้วได้ส่งเจ้าหน้าที่และจ้างนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ลงสำรวจเพื่อเก็บข้อมูลดิบ (Data) จริงจากภาคสนาม นำมา Plot พิกัดลงในระบบอย่างละเอียด โดยมีไฮไลต์การดำเนินงานที่น่าสนใจ คือ
- ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะคุณแต้ว-จรรยาพร แขพุดซา นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ เล่าถึงความสำเร็จในการจัดการบ่อขยะของเทศบาล ซึ่งแต่เดิมใช้การเทกองจนส่งกลิ่นเหม็นและเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ เทศบาลจึงได้นำแนวคิด “Fukuoka Method” (โครงสร้างฝังกลบขยะมูลฝอยแบบกึ่งใช้อากาศ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับสากลจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาประยุกต์ใช้ โดยการวางท่อระบายก๊าซและน้ำเสีย ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้จุลินทรีย์ย่อยสลายขยะได้เร็วขึ้น ลดกลิ่นเหม็น และลดการเกิดก๊าซมีเทนอย่างได้ผล พร้อมกันนี้ยังใช้ระบบแผนที่อัจฉริยะในการ Plot จุดบ้านเรือนเกิดใหม่ เพื่อวางแผนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมและจัดการเส้นทางรถขยะให้ครอบคลุม 100%
- ด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย (Smart Living) หมอบิว น.สพ.ธนนท์ บุตรสมบัติ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ อธิบายว่า แม้ทีมงานจะไม่มีใครจบคอมพิวเตอร์เลย (คนหนึ่งจบสิ่งแวดล้อม อีกคนจบสัตวแพทย์) แต่สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลมาบริหารจัดการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหมอบิวได้นำระบบแผนที่มาใช้จัดการปัญหาสุนัขจรจัดในชุมชน การติดตามการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจนพื้นที่ปลอดโรคได้สำเร็จ รวมถึงการระบุพิกัดตำแหน่งของผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ด้านการบริหารจัดการเมืองคุณแต้ว เล่าว่า การเชื่อมโยงข้อมูลกล้องวงจรปิด (CCTV) 56 ตัวทั่วเมืองลงบนแผนที่ เพื่อวิเคราะห์จุดเสี่ยงภัยทางอาชญากรรมและการจราจร ช่วยให้เทศบาลมองเห็นภาพรวมของเมือง และปรับปรุงความปลอดภัยในจุดที่กล้องยังเข้าไม่ถึงได้อย่างแม่นยำ
จาก Data สู่ภาพหน้าจอเดียว

เบื้องหลังความสำเร็จทางเทคโนโลยีของสีคิ้ว เกิดจากการผสานความร่วมมือกับบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านแพลตฟอร์ม Location Intelligence ซึ่ง คุณโบโบ กัลยานี พรพัฒนกุลฑล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมภูมิสารสนเทศและเมืองอัจฉริยะ กลุ่มบริษัทซีดีจี บริษัทแม่ของ ESRI อธิบายว่า โจทย์สำคัญของเมืองอัจฉริยะไม่ใช่การซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีฟังก์ชันตายตัว แต่ต้องการเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นสูง เพราะ Pain Point ของแต่ละเมืองไม่เหมือนกัน
Esri จึงได้เข้ามาช่วยพัฒนา Geo CDP (Centralized Data Platform) หรือระบบบูรณาการข้อมูลกลาง โดยสร้าง Digital Twin (เมืองจำลองเสมือนจริง) ให้แก่เทศบาลเมืองสีคิ้ว ระบบนี้จะทำลายการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ข้อมูลทุกอย่างจะอัปเดตแบบ Real-Time บน Dashboard เดียวกัน
“หากคุณแต้วอัปเดตข้อมูลขยะ หมอบิวจะเห็นพิกัด และท่านนายกฯ ก็จะมองเห็นภาพรวมพร้อมกันทันที”
นอกจากนี้ Digital Twin ยังช่วยจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเมื่อฝันตกหนัก เพื่อวางแผนรับมือล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ที่แท้จริงตกสู่ “ประชาชน”
นายกเทศมนตรี ระบุว่า ความสำเร็จของสีคิ้วโมเดล วัดได้จากความพึงพอใจของชาวบ้านในชุมชน ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นที่สีเขียว การดูแลระบบสาธารณสุขที่ต่อเนื่อง และเมื่อเกิดปัญหาในชุมชนก็สามารถแจ้งเรื่องผ่านระบบและติดตามสถานะความคืบหน้าได้ทันที โดยไม่ต้องรอหรือแจ้งซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปิดเทอม เทศบาลยังสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเดินสำรวจเก็บข้อมูลเมือง ทำให้คนในชุมชนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง
คำแนะนำสำหรับท้องถิ่นที่อยากขับเคลื่อน Smart City
ที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลากหลายพื้นที่ ตลอดหน่วยงานปกครองอื่นใดที่ต้องการก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะเช่นเดียวกับสีคิ้วโมเดล ตามที่ตัวแทนจากเทศบาลเมืองสีคิ้วเล่า ในส่วนของคุณโบโบ้ ที่เป็นตัวแทนบริษัทเอกชนผู้มีเทคโนโลยีให้บริการ และคลุกคลีกับงานเหล่านี้มาหลายแห่ง ให้ข้อเสนอแนะที่ชวนรับฟังว่า ควรเริ่มต้นจากโจทย์ของเมืองอย่าเริ่มจากเทคโนโลยี แต่ให้เริ่มจากปัญหาและอัตลักษณ์ของเมืองตัวเอง จากนั้นจึงนำเทคโนโลยีมาปรับให้ “ฟิต” กับงบประมาณและบุคลากรที่มี
ส่วนการรับทุนสนับสนุนนั้นปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐที่พร้อมให้การสนับสนุนทุนดำเนินการและรับรองสิทธิ์การเป็นเมืองอัจฉริยะ เช่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งเทศบาลเมืองสีคิ้วเองก็ได้รับการส่งเสริมและขับเคลื่อนภายใต้การรับรองของ depa เช่นกัน
ปัจจุบัน Esri Thailand ได้เข้าไปให้บริการและร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศเพื่อการจัดการเมืองอัจฉริยะให้แก่องค์กรส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนทั่วประเทศไทยมาแล้วมากมายในหลากหลายมิติ เช่น เทศบาลนครนครศรีธรรมราช เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลเมืองสระบุรี เทศบาลตำบลแพรกษา สมุทรปราการ เทศบาลเมืองหัวหิน เทศบาลนครเกาะสมุย เป็นต้น และมีแผนต่อไปจะไปนำเสนองานให้แก่เทศบาลแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
AI เครื่องมือยอดฮิต
ในฐานะบริษัทเทคโนโลยี ณ เวลานี้ถ้าไม่พูดถึง AI คงตกขบวนคนอื่น คุณโบ บอกว่า กำลังคุย ๆ กับสีคิ้วว่า ในอนาคตจะมี AI มาช่วยจับรอยแตกของถนน จะช่วยทำข้อมูลเกี่ยวกับการซ่อมบำรุง ทำเรื่องวิเคราะห์พื้นที่
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาการสำรวจต้นไม้ของสีคิ้ว ได้นำ AI ไปอ่านภาพถ่ายดาวเทียม แล้วมาร์กจุดให้ว่า ตรงไหนคือต้นไม้บ้าง แต่ยังไม่ลงลึกถึงการระบุว่า คือต้นอะไร เป็นการสกรีนรอบแรกก่อนให้คนลงเก็บความถูกต้อง รวมถึง AI ยังช่วยออกแบบแบบสอบถามที่ใช้สำรวจเก็บข้อมูล เช่น ออกแบบคำถามเพื่อเก็บข้อมูลผู้ป่วยติดเตียง AI Generate เป็นฟอร์มมาให้
นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว ยังทิ้งท้ายข้อคิดเห็นที่น่ารับฟัง โดยกลั่นจากประสบการณ์ปฏิบัติจริงว่า ข้อจำกัดด้านงบประมาณและขนาดของเมืองไม่ใช่สิ่งกีดขวางการพัฒนานวัตกรรม หากแต่เป็นความตั้งใจจริงผู้นำ ความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ และการเลือกใช้เครื่องมือที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ประชาชน เทคโนโลยีที่ดี งบประมาณที่พอเหมาะ และบุคลากรที่พร้อมเรียนรู้ เมื่อรวมเข้ากับการทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้อย่างแท้จริง จะนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและมี “Smart Life” อย่างแท้จริง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
‘SOMSAK’ พลังความหวังอีสาน สู่อาวุธธุรกิจ Fun Dining
BAM ปั้นโมเดล ‘ทรัพย์แผ่นดิน’ ฟื้น ‘บ้านพระพิทักษ์’ ต้นแบบบริหารสินทรัพย์เพื่อความยั่งยืน


