วีซ่า ประกาศความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการท่องเที่ยวขาเข้าผ่านแพลตฟอร์ม “Visa Destinations” มุ่งพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวของไทย เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการและระบบชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย ครอบคลุมตั้งแต่การเดินทางมาถึง การสัญจร การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงวันเดินทางกลับ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวสู่ชุมชนท้องถิ่น
ข้อมูลจากวีซ่าระบุว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในหมวดการใช้จ่ายหลัก โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนแผนและเลือกจุดหมายใหม่แทนการยกเลิกการเดินทาง สำหรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มีดังนี้:
- นักท่องเที่ยวหันมาเดินทางระยะใกล้ภายในภูมิภาคมากขึ้น และวางแผนการเดินทางแบบยืดหยุ่น
- ให้ความสำคัญกับความสะดวก เช่น ระบบชำระเงินที่ปลอดภัยและการเดินทางที่คล่องตัว
- การใช้จ่ายยังคงกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลัก เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุย
ไทยนำร่องตลาดแรกในภูมิภาค ยอดใช้จ่ายต่อทริปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
วีซ่าได้ขยายแพลตฟอร์ม Visa Destinations สู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเลือกประเทศไทยเป็นตลาดแรก และประเทศเดียวในระดับประเทศ ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา อุดรธานี สมุย หัวหิน และหาดใหญ่ ทั้งนี้ สถิติจากวีซ่าระบุว่าการเดินทางขาเข้าของไทยในปี 2568 มีการฟื้นตัว และการใช้จ่ายต่อทริปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนการใช้จ่ายแบ่งออกเป็น:
- มากกว่า 2 ใน 3: มาจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- กลุ่มสร้างมูลค่าสูงต่อเนื่อง: มาจากนักท่องเที่ยวระยะไกล เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และยุโรป
- หมวดการใช้จ่ายหลัก: ได้แก่ ที่พัก อาหาร ค้าปลีก สุขภาพ และบริการในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง
มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์จริง
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย และปัจจุบัน ททท. ได้ริเริ่มหลายโครงการ เช่น Krabi Prototype, แพลตฟอร์ม CF-Hotels, รางวัล STG Star และ TTA เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น
“ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่างวีซ่าจึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงประสบการณ์จริงของนักท่องเที่ยว”
ด้าน แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยอยู่ที่ความหลากหลายทั้งเมืองใหญ่และชุมชนท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ในขณะที่ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเน้นความมั่นใจและความสะดวกมากขึ้น
“ความร่วมมือกับ ททท. จะช่วยยกระดับประสบการณ์การชำระเงินให้ไร้รอยต่อและปลอดภัย พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากขึ้น”
นำร่องกิจกรรม “Feel So Thai ที่ทรงวาด” หนุนร้านค้าขนาดเล็ก
โครงการ Visa Destinations ได้ขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมในพื้นที่จริง โดยเริ่มต้นจากกิจกรรม “Feel So Thai ที่ทรงวาด” นำสื่อมวลชนและครีเอเตอร์ระดับนานาชาติเข้าเยี่ยมชมย่านประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังร้านค้าท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวระบุประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวใน 5 ด้านหลัก ได้แก่ ความราบรื่นในการเคลื่อนที่ด้วยระบบดิจิทัล ความสะดวกในการใช้จ่ายประจำวัน,การเข้าถึงประสบการณ์เฉพาะจุดหมาย ความมั่นใจจากระบบชำระเงินที่เชื่อถือได้ และการเชื่อมต่อกับธุรกิจนอกเหนือจากกิจกรรมท่องเที่ยวกระแสหลัก
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
วิธีคิดแบบ Outlier ของ ‘กระทิง – เรืองโรจน์ พูนผล’
CLICX Virtual Bank กับเกมใหม่ของธนาคารไทย



