Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เปิดสูตรสเกลธุรกิจ 10 เท่า จากการลงทุนยุคใหม่ที่มองข้าม Tech

เปิดสูตรสเกลธุรกิจ 10 เท่า จากการลงทุนยุคใหม่ที่มองข้าม Tech

การลงทุนในยุคปัจจุบันมิได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่นักลงทุนกลับหันมาให้ความสนใจกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี อย่างร้านอาหาร เสื้อผ้า แฟชั่น และชานมไข่มุก เนื่องจากเทคโนโลยีกลายเป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ขณะที่ธุรกิจที่มีแบรนด์และฐานลูกค้าจริงในตลาดขนาดใหญ่กลับสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้ยากกว่า

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้จัดการกองทุน BMB Capital Partners และ 500 Tuktuks กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “The Secrets of a Scalable Business” ว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันเปรียบเสมือนไฟฟ้าที่สามารถเปิดใช้ได้ทุกเมื่อ การสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันจึงมิใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงมิได้มองที่ตัวเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่หันไปมองหาธุรกิจที่มีแบรนด์และฐานลูกค้าจริงในตลาดขนาดใหญ่แทน

คุณณัฐวุฒิอธิบายว่า แม้ธุรกิจจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เพียงร้อยละ หนึ่งของตลาดรวม เช่น ตลาดแฟชั่นมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท ก็สามารถสร้างยอดขายหลักร้อยล้านบาทได้อย่างเป็นไปได้

เหตุผลที่ธุรกิจต้องขยายขนาดและรับเงินลงทุน

เหตุผลหลัก 3 ประการที่ธุรกิจจำเป็นต้องขยายขนาดและรับเงินลงทุนจากนักลงทุน

  1. การซื้อเวลาในการเติบโต หากใช้เพียงกำไรจากสาขาแรกไปขยายสาขาที่สอง อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการสะสมเงินทุน แต่การมีนักลงทุนจะช่วยอัดฉีดเงินก้อนให้ธุรกิจสามารถเปิดทีละสิบสาขาได้พร้อมกัน ทำให้ธุรกิจเติบโตและทำกำไรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. การรองรับค่าใช้จ่ายของทีมงานที่สูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป พนักงานและผู้ก่อตั้งมีอายุมากขึ้น มีครอบครัว และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หากธุรกิจเติบโตแค่ปีละห้าร้อยละ หรือไม่เติบโตแบบสิบถึงยี่สิบเท่า ก็จะไม่มีผลกำไรเพียงพอมาแบ่งปันเพื่อรองรับคุณภาพชีวิตของพนักงาน
  3. การลดความเสี่ยงจากการถูกคู่แข่งกลืนกิน

“ท้ายที่สุดคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดที่มีเงินทุนมหาศาลจะขยายสาขามาล้อมรอบธุรกิจอยู่ดี การเร่งเติบโตจึงเป็นการป้องกันตัวที่ดีที่สุด”

นอกเหนือจากนี้ คุณณัฐวุฒิยังกล่าวถึงประเด็นสำคัญว่า เงินสดที่ได้จากการระดมทุนคือกระสุนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดด แทนที่จะต้องเสียเวลารอสะสมกำไรหลายเดือนเพื่อขยายสาขาถัดไป การมีเงินทุนก้อนใหญ่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเปิดสาขาจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น สร้างผลกำไรให้ทวีคูณได้ทันที และผลักดันให้บริษัทเติบโตได้ 5-10 เท่าตามเป้าหมายของนักลงทุน

กลยุทธ์การเจาะตลาดที่มีคู่แข่งหนาแน่น

หลายคนอาจมองว่าธุรกิจอาหาร เสื้อผ้า หรือชานมไข่มุกเป็นตลาดที่มีคู่แข่งหนาแน่น แต่ในความเป็นจริง ตลาดที่ใหญ่คือสิ่งที่น่าสนใจ หากผลิตภัณฑ์มีความชัดเจนและมีจุดเด่นมากพอ การดึงลูกค้ามาเพียงหนึ่งในร้อยคนจากตลาดรวม ก็สร้างมูลค่ามหาศาลได้แล้ว

เขายกตัวอย่างว่า ตลาดเสื้อผ้าแบรนด์ใหญ่มูลค่าสองหมื่นล้านบาท หากดึงลูกค้ามาได้เพียงร้อยละหนึ่ง ธุรกิจก็มียอดขายถึงสองร้อยล้านบาทได้ไม่ยาก

กระบวนการตรวจสอบของนักลงทุนสามขั้นตอน

คุณณัฐวุฒิ เผยถึงกระบวนการที่นักลงทุนใช้ในการคัดกรองธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ

  1. การติดตามกระแสในโซเชียลมีเดีย ก่อนที่นักลงทุนจะขอดูตัวเลขบัญชี ด่านแรกคือการใช้ทีมงานติดตามดูแบรนด์ที่เป็นดาวรุ่งจากหน้าฟีดโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น กระแสหมี่ไก่ฉีกเอมิลี หรือแบรนด์ที่ดาราและอินฟลูเอนเซอร์ทำ ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องทำแบรนด์ให้เป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ก่อน เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามา
  2. การขอตรวจสอบตัวเลขยอดขายและกำไรจากผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องเป็นตัวเลขที่โปร่งใสและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การทำบัญชีที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ

    คุณณัฐวุฒิ กล่าวว่า การหลบเลี่ยงภาษีเพื่อประหยัดเงินจะทำให้ตัวเลขกำไรไม่สะท้อนความเป็นจริง หากบัญชีไม่โปร่งใส ความเชื่อใจก็จะไม่เกิด นักลงทุนต้องการดูตัวเลขกำไรที่ถูกต้องและเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาลงทุน
  3. การเปรียบเทียบตัวเลขของธุรกิจกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำธุรกิจเดียวกัน

เทียบเคียงกำไรกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์

เวลานักลงทุนพิจารณาธุรกิจเอสเอ็มอี พวกเขาจะนำไปเปรียบเทียบกับบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ทำธุรกิจเดียวกันเสมอ เช่น นำร้านขนมไปเทียบกับอาฟเตอร์ยู

คุณณัฐวุฒิ กล่าวว่า การหลบเลี่ยงภาษีเพื่อประหยัดเงินจะทำให้ตัวเลขกำไรไม่สะท้อนความเป็นจริง หากบัญชีไม่โปร่งใส ความเชื่อใจก็จะไม่เกิด นักลงทุนต้องการดูตัวเลขกำไรที่ถูกต้องและเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาลงทุน อธิบายว่า หากบริษัทใหญ่มียอดขายหนึ่งร้อยบาท แล้วทำกำไรได้ยี่สิบบาท แต่บริษัทเอสเอ็มอีของเราขายหนึ่งร้อยบาท ทำกำไรได้เพียงสิบบาท นักลงทุนจะเกิดคำถามทันที

ดังนั้น ธุรกิจที่จะขยายขนาดได้ ต้องบริหารจัดการต้นทุนและทำกำไรให้ได้ตามมาตรฐานหรือดีกว่าบริษัทในตลาด โดยต้องสามารถพิสูจน์สัดส่วนผลกำไรต่อยอดขายเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันให้ได้

เส้นทางการเติบโตที่นักลงทุนต้องการเห็น

คุณณัฐวุฒิ ได้ขยายความถึงขั้นตอนการเติบโตที่ชัดเจนที่นักลงทุนอยากเห็น ซึ่งประกอบด้วย การเริ่มจากการขายออนไลน์ เพราะต้นทุนต่ำและคล่องตัว เมื่อแบรนด์เริ่มติดตลาด ก็เริ่มเปิดสาขาหน้าร้าน

จากนั้นสร้างแฟล็กชิปสโตร์ขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งเพื่อสร้างหน้าตาและภาพจำให้แบรนด์ และย่อขนาดแพ็กเกจจิ้งเพื่อเข้าสู่ช่องทางจัดจำหน่ายระดับประเทศ เช่น การนำสินค้าเข้าเซเว่นอีเลฟเว่น

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจะมีความน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด ว่าคู่แข่งเติบโตปีละเท่าไหร่ มีกำไรเท่าไหร่ เพื่อพิสูจน์ว่าแผนของเราสามารถทำได้จริง และสามารถสร้างการเติบโตจากหนึ่งร้อยล้านบาท เป็นหนึ่งพันล้านบาทภายในห้าปี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายผลตอบแทนสิบเท่าที่นักลงทุนคาดหวัง

การเสียสัดส่วนหุ้นให้แก่นักลงทุน

หลายคนกลัวการเสียสัดส่วนหุ้นให้แก่นักลงทุน แต่แท้ที่จริงแล้ว การระดมทุนไม่ได้ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของเจ้าของลดลง

เขายกตัวอย่างว่า หากบริษัทมีมูลค่าหนึ่งร้อยล้านบาท ผู้ก่อตั้งถือหุ้นทั้งหมด และนักลงทุนใส่เงินสดเข้ามาอีกร้อยล้านบาท บริษัทจะมีมูลค่ารวมเป็นสองร้อยล้านบาท แม้สัดส่วนหุ้นของผู้ก่อตั้งจะเหลือครึ่งหนึ่ง แต่มูลค่าของหุ้นนั้นก็ยังเท่ากับหนึ่งร้อยล้านบาทเท่าเดิม สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือเงินสดหนึ่งร้อยล้านบาทในบริษัท ที่จะช่วยให้บริษัทโตขึ้นไปได้อีกหลายสิบเท่า

เหตุผลที่นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนสิบถึงยี่สิบเท่า

คุณณัฐวุฒิ อธิบายว่า การลงทุนในเอสเอ็มอีหรือธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูงกว่า และมีสภาพคล่องต่ำกว่า นักลงทุนจึงคาดหวังผลตอบแทนที่สิบถึงยี่สิบเท่าในเวลา 5-8 ปี

หากตั้งเป้าแค่ได้กำไรหนึ่งถึงสองเท่า นักลงทุนนำเงินไปซื้อหุ้นบริษัทใหญ่ที่มั่นคงหรือคริปโทจะง่ายกว่า

แผนธุรกิจจึงต้องตอบโจทย์การเติบโตระดับสิบเท่าให้ได้ และต้องมีหลักฐานหรือตัวเลขอ้างอิงที่ชัดเจนว่าเป็นไปได้

แยกความชอบส่วนตัวออกจากการลงทุนด้วยตัวเลขมาตรฐานอุตสาหกรรม

ผู้ประกอบการควรแยกบทบาทระหว่างการทำธุรกิจเพื่อตอบสนองความชอบ กับเป้าหมายในการสร้างความมั่งคั่ง คุณณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากต้องการขยายขนาดธุรกิจ ต้องมองบริษัทเป็นการลงทุนที่วัดผลด้วยตัวเลขเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม มากกว่าแค่ทำไปเรื่อยๆ ตามความพอใจ

การแยกดังกล่าวต้องทำอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ในกรณีธุรกิจร้านอาหาร ผู้ประกอบการต้องหยุดวัดผลจากความภูมิใจหรือความอร่อย แต่ต้องวัดผลจากสัดส่วนผลกำไรและต้นทุน หากตัวเลขเหล่านี้ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรม แสดงว่าธุรกิจยังไม่พร้อมที่จะขยายขนาด เพราะถึงแม้อาหารจะอร่อย แต่หากตัวเลขไม่ถูกต้อง ธุรกิจก็ยากที่จะไปต่อได้

มุมมองต่อเศรษฐกิจยุคปัจจุบันและเอไอ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะเติบโตช้า แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจที่แข็งแกร่งและบริหารกำไรได้ดีจะสามารถอยู่รอดได้ ในขณะที่คู่แข่งรายเล็ก ๆ อาจปิดตัวลง ทำให้ผู้ที่อยู่รอดได้ส่วนแบ่งตลาดและลูกค้าเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันเทคโนโลยี ฤณ ช่วยลดต้นทุนในการเริ่มธุรกิจได้อย่างมหาศาล ทำให้บริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถทำงานเทียบเท่าบริษัทใหญ่ได้โดยใช้พนักงานเพียงห้าคน แทนที่จะต้องจ้างยี่สิบถึงสามสิบคน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มสร้างธุรกิจในยุคนี้

“การเตรียมตัวหลังบ้านและการทำตัวเลขให้ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม คือหัวใจสำคัญในการขยายขนาดธุรกิจ” คุณณัฐวุฒิ กล่าว

การเติบโตของธุรกิจมิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการวางแผนที่มีกลยุทธ์ การทำบัญชีที่โปร่งใส การเทียบเคียงตัวเลขกับมาตรฐานอุตสาหกรรม และการเข้าใจมุมมองของนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระดับสิบถึงยี่สิบเท่า

การเปลี่ยนมุมมองจากการทำธุรกิจตามความชอบ สู่การมองธุรกิจเป็นการลงทุนที่วัดผลด้วยตัวเลขที่เทียบเคียงได้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดสู่การขยายขนาดธุรกิจที่ยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ททท. จับมือ AirAsia MOVE ดึงฐานข้อมูล 25 ปี ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยุค Intelligent Data

JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar