Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ทรู คอร์ปอเรชั่น ไตรมาส 3/2569 กำไรแตะ 6.7 พันล้านบาท โตต่อเนื่อง 7 ไตรมาส

ทรู คอร์ปอเรชั่น ไตรมาส 3/2569 กำไรแตะ 6.7 พันล้านบาท โตต่อเนื่อง 7 ไตรมาส

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษี 6,700 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 7 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการทางการเงิน รายได้จากการให้บริการเมื่อปรับรายการที่มีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 28,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งรายได้จากการให้บริการ EBITDA และกำไรสุทธิ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงานและวินัยในการบริหารจัดการ การเติบโตของรายได้จากการให้บริการในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และออนไลน์ได้รับแรงสนับสนุนจากระบบบริหารคุณค่าลูกค้า (Customer Value Management: CVM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยส่งมอบข้อเสนอที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางและช่วงเวลาที่เหมาะสม เราเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย AI อย่างเข้มข้น ทั้งในด้านการสร้างมูลค่าทางธุรกิจและการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

ในระยะต่อไปเราจะเร่งสร้างรากฐานด้าน AI ที่แข็งแกร่ง พร้อมนำ AI มาเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร ควบคู่กับการเติบโตของรายได้ ความพึงพอใจของลูกค้าได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ จากการขับเคลื่อนดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าได้ตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินปี 2569 และเป้าหมายระยะกลางที่วางไว้”

ด้านฐานผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 142,000 เลขหมายจากไตรมาสก่อน รวมเป็น 48.8 ล้านเลขหมาย โดยเป็นผู้ใช้บริการ 5G จำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย ขณะที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 30,000 ราย รวมเป็น 3.3 ล้านราย

คุณภาพกำไรดีขึ้น-เคาะจ่ายปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น

นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 สะท้อนถึงคุณภาพของผลกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างสม่ำเสมอของรายได้จากธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย รายได้จากการให้บริการเมื่อปรับรายการที่มีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบแล้วเพิ่มขึ้น 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ จากการฟื้นตัวของรายได้และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.7 พันล้านบาทในไตรมาสที่ 3 และเมื่อปรับผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในไตรมาสนี้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 7 พันล้านบาท

ผลการดำเนินงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทฯ และตอกย้ำความสามารถในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 5.5 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 83% หรือเงินปันผล 0.16 บาทต่อหุ้น (Dividend per Share: DPS)”

สรุปตัวเลขทางการเงินสำคัญ ไตรมาส 3/2569

  • รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC): อยู่ที่ 4.16 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนจากรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) ที่ลดลง และเพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ เมื่อปรับผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศที่ลดลง และปัจจัยตามฤดูกาลของรายได้ธุรกิจ PayTV แล้ว รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.7% จากไตรมาสก่อน
  • EBITDA: 2.85 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ ประโยชน์จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 0.6% จากไตรมาสก่อน อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 3.1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน มาอยู่ที่ 68.4% ในไตรมาส 3/2569 นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ EBITDA ของทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มขึ้นรวม 9 พันล้านบาท หรือเติบโต 46%
  • อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage Ratio): อยู่ที่ 3.6 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ลดลง 0.5 เท่าจากปีก่อน และลดลง 0.1 เท่าจากไตรมาสก่อน
  • กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT): อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 324.1% หรือ 4.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาสก่อน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทางรอดอีคอมเมิร์ซไทย สร้างแบรนด์ ลดพึ่งแพลตฟอร์ม

AWC ส่ง AWR 5.1 หมื่นล้าน เทรด SET ก.พ. 70 ชู Yield สูงสุด 6.9%

แม็คโคร คาดยอดขายออนไลน์ปี 2569 แตะ 1.1 แสนล้าน ต่อยอด Makro PRO สู่ร้านอาหาร

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar