บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 4 พันล้านบาท และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Profit) 6.1 พันล้านบาท นับเป็นการทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 สำหรับ EBITDA อยู่ที่ 2.78 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีงวดสุดท้าย 4.1 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดรวมเงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท
ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ได้รับปัจจัยหนุนจากการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพและการพัฒนาโครงข่าย One Network ให้ทันสมัย พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ AI First Program เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยมีความมั่นใจในผลประกอบการและการจ่ายเงินปันผลที่ยั่งยืนในปี 2569
บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ใช้บริการคุณภาพท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดย ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 578,000 เลขหมาย รวมเป็น 47.5 ล้านเลขหมาย โดยเป็นผู้ใช้บริการ 5G จำนวน 17.1 ล้านเลขหมาย ขณะที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รวมเป็น 3.3 ล้านราย
นกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีรวม 9.2 พันล้านบาท สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและการเติบโตของธุรกิจหลัก คณะกรรมการบริษัทฯ จึงเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีรวม 0.12 บาทต่อหุ้นในไตรมาสนี้ เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล เงินปันผลรวมทั้งปีจะเท่ากับ 0.31 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 116% ของกำไรสุทธิตามรายงาน แสดงถึงความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและการบริหารงบดุลเพื่อสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น
จุดเด่นผลการดำเนินงานทางการเงิน
รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 4/2568 ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 4.12 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 36.9% จากไตรมาสก่อนหน้าจากการเปิดตัว iPhone ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าเสื่อมราคาลดลง 28.8% เนื่องจากการลดลงของค่าเช่าคลื่นความถี่และการเพิ่มประสิทธิภาพจากการพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization)
สำหรับภาพรวมปี 2568 EBITDA เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 67.5% ในไตรมาส 4/2568 และมีอัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage) ลดลงมาอยู่ที่ 4.0 เท่า ทั้งนี้บริษัทฯ บันทึกรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 2.1 พันล้านบาทจากการด้อยค่าสินทรัพย์และค่าความนิยมในไตรมาสนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) อยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท
ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญสำหรับทั้งปี 2568 และไตรมาส 4/2568
- รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย IC:
- มีรายได้ทั้งปี 2568 จำนวน 1.648 แสนล้านบาท ลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- มีรายได้ไตรมาส 4/2568 จำนวน 4.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- EBITDA
- ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
- อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ
- ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 63.7%
- ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 67.5%
- กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT)
- ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท และ 1.92 หมื่นล้านบาท (หลังปรับปรุงรายการพิเศษ)
- ไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 4 พันล้านบาท และ 6.1 พันล้านบาท (หลังปรับปรุงรายการพิเศษ)
- เงินปันผลประจำปีที่เสนอจ่าย (ไตรมาส 4/2568) อยู่ที่ 4.1 พันล้านบาท (เงินปันผลต่อหุ้น 0.12 บาท) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 104% ของ NPAT ตามรายงานและ 68% ของ NPAT หลังปรับปรุงรายการพิเศษ เงินปันผลรวมทั้งปี 2568 มีมูลค่า 1.07 หมื่นล้านบาท (เงินปันผลต่อหุ้น 0.31 บาท) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 116% ของ NPAT ตามรายงาน และ 56% ของ NPAT หลังปรับปรุงรายการพิเศษ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
40 ปี NECTEC ชูบทบาท ‘วิศวกรชาติ’ เปลี่ยนไทยจาก ‘ผู้ใช้’ สู่ ‘ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยีอนาคต’
OR x Centara ลุยตลาด Budget Hotel นำร่อง 6 จังหวัด ดีเดย์ปลายปี 70



