TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight AMED Telehealth ขยายการดูแลจากรพ.สนามสู่ Home Isolation

AMED Telehealth ขยายการดูแลจากรพ.สนามสู่ Home Isolation

เพื่อสนับสนุนให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตั้งแต่การตรวจคัดกรอง เยียวยารักษา และพยาบาลฟื้นฟู สามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางการระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ศักยภาพในการรับรองผู้ป่วยของโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศอยู่ในสภาพเกินขีดจำกัด ระบบ AMED Telehealth จึงได้รับการคิดค้นพัฒนาขึ้น ทำให้คนผู้ป่วยทั้งหลายได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง แม้ว่าอาจจะไม่สามารถพบปะพูดคุยกับหมอและพยาบาลได้โดยตรง แต่ระบบ AMED Telehealth ก็ช่วยให้คนไข้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและเพียงพอ 

งานนี้ ดร. กิตติวงศ์ ถาวราวัฒน์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมและข้อมูลเพื่อสุขภาพ (HII) ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) ในสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล่าถึงที่มาที่ไปของระบบแพทย์ทางไกลหรือ AMED Telehealth ให้ The Story Thailand ฟังว่าได้แนวคิดริเริ่มในการลงมือทำตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกแรกเมื่อช่วงต้นปี 2020 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้ในการคัดกรองและตรวจเฝ้าระวังอาการสำหรับผู้ที่ต้องเข้ารับการกักตัว (state quarantine) หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศเข้ามายังไทย

กระนั้น น่าเสียดายว่ากว่าระบบจะคิดค้นเสร็จสิ้น การระบาดก็บรรเทาลงทำให้ต้องพับเก็บโครงการดังกล่าวไป แต่ก็ยังดำเนินการปรับปรุงระบบเรื่อย ๆ และมีโอกาสจะได้นำมาใช้หลายครั้งกับโรงพยาบาลสนาม ตั้งแต่เกิดการระบาดระลอก 2 และ ระลอก 3 ทว่าจังหวะเวลากลับไม่เอื้ออำนวย กล่าวคือระบบมีฟีเจอร์พร้อมใช้งานไม่ทันกับความต้องการใช้งานเร่งด่วนของโรงพยาบาลสนามในหลายพื้นที่ แต่ก็มีการทดสอบใช้งานหลายครั้ง ทั้งที่โรงพยาบาลสนามในเชียงใหม่ และโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์

“ทุก ๆ ครั้งที่เราผ่านกระบวนการเหล่านี้จะมีการปรับปรุงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ มี input จากคุณหมอ จากพยาบาล ก่อนที่ระบบจะครบสมบูรณ์ มีฟีเจอร์ที่พร้อมใช้งานและตอบโจทย์โรงพยาบาลสนาม” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

ระบบ AMED Telehealth ที่เสร็จสมบูรณ์ได้เริ่มดำเนินการใช้งานเป็นที่แรกที่โรงพยาบาลสนามเพื่อคนพิการ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ของทางสวทช.

ซึ่งทีมแพทย์และคนไข้ให้เสียงตอบรับทางบวก เนื่องจากเป็นระบบที่ใช้งานได้ง่าย และตอบโจทย์การดูแลได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ดร.กิตติ อธิบาย ระบบ AMED Telehealth คือ ระบบหลังบ้านสำหรับบริหารจัดการดูแลคนไข้ของโรงพยาบาล ทำหน้าที่คล้ายกับระบบบริหารจัดการข้อมูลคนไข้ อย่าง HIS (Hospital Information System) ที่โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งทั่วไปใช้งานสำหรับผู้ป่วยในอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่ ระบบ AMED Telehealth จะเป็นแพลตฟอร์มการบริหารจัดการโรงพยาบาลที่ทำให้เรียบง่ายขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น มุ่งเน้นไปที่กระบวนการรักษา ทำให้ดูแลผู้ป่วยได้ง่าย ไม่มีหลุดรอดสำหรับโรงพยาบาลสนามผู้ป่วยโรคโควิค-19 โดยเฉพาะ

สำหรับจุดเด่นของระบบหลังบ้านตัวนี้ ดร.กิตติ ระบุว่า ต้องยกให้เป็นเรื่องการสื่อสารและการบันทึกข้อมูลผ่านระบบวิดีโอคอล (VDO Call) ที่ทำให้แพทย์กับพยาบาล และคนไข้ สามารถมองเห็นกันได้ ทำให้รู้สึกอุ่นใจ 

ในส่วนของข้อมูลสุขภาพที่คนไข้ต้องบันทึกเพื่อรายงานข้อมูลสัญญาณชีพทางไกล (Tele-vital Sign Monitor) ให้กับทางแพทย์ผู้รักษา ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกาย อัตราการเต้นหัวใจ ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด ความดันโลหิต รวมถึงอาการผิดแผกต่างๆ ที่สำคัญ ก็ทำได้ง่าย ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในทุกวันผ่านแอปพลิเคชั่น LINE OA (Line Official) ทำให้แพทย์สามารถสั่งการการรักษาทางไกล ลดความเสี่ยงการติดเชื้อและยกระดับการรักษาผู้ป่วยได้ทุกที่ทุกเวลา และได้ทันท่วงที 

ขณะที่ในฝั่งของผู้ให้บริการรักษาพยาบาล นอกจากเฝ้าระวังอาการแล้ว ระบบ  AMED Telehealth ยังมีประโยชน์ต่อการลงทะเบียนผู้ป่วย และบันทึกรายงานให้แก่ผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ แพทย์สามารถสั่งการรักษา สั่งยา X-Ray พร้อมบันทึก SOAP ได้ ตลอดจนมีระบบ Dashboard ใช้งานการบริหารจัดการข้อมูลเตียงผู้ป่วย ระบบค้นหา กรองข้อมูลสำคัญที่สามารถกำหนดเงื่อนไขการค้นหาต่าง ๆ ได้ 

“เราพยายามตอบโจทย์โรงพยาบาลสนาม คือให้ใช้งานได้ง่าย ได้สะดวก มองเห็นภาพรวมของการดูแลคนไข้ได้ ขณะที่ฝั่งของคนไข้มีหน้าที่อย่างเดียว คือ รายงานผลบันทึกสุขภาพและอาการให้แพทย์พยาบาลรับรู้” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากเกินขีดความสามารถในการรองรับของโรงพยาบาลสนาม ทำให้สาธารณสุขไทยต้องแบ่งผู้ติดเชื้อออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่  ๆ คือ กลุ่มจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กับกลุ่มที่ไม่แสดงอาการ มีอาการเล็กน้อย แต่จำเป็นต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการ 

ดร.กิตติ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่ไม่แสดงอาการที่ไม่จำเป็นต้องมาที่โรงพยาบาลสนามนี้ มีลักษณะสอดคล้องสอดรับกับระบบ AMED Telehealth ที่แพทย์และพยายาลให้การดูแลรักษาติดตามอย่างใกล้ชิดจากระยะทางไกลโดยที่ผู้ติดเชื้อใช้บ้านและที่อยู่อาศัยเป็นสถานที่พักฟื้นและกักตัวของตนเอง 

ดังนั้น การใช้งานระบบ AMED Telehealth จึงได้รับการขยายต่อยอดจากโรงพยาบาลสนามมาสู่ระบบกักตัวตัวจากที่บ้าน หรือ Home Isolation ไปโดยปริยาย 

“หนึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสนามหรือผู้ป่วยกักตัวที่บ้านจำเป็นต้องรายงานสุขภาพประจำวันให้ทีมแพทย์รับทราบ สองในการติดตามดูแลคนไข้ หมอที่มาดูแลที่โรงพยาบาลสนาม กับหมอที่มาดูแล home isolation จะมีวิธีการในการบริหารจัดการเหมือนกันเลย ก็เลยเป็นที่มาของการนำระบบเข้าใช้กับ Home Isolation โดยที่แรกที่ทำก็คือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

แน่นอนว่า การทำงานของระบบเป็นไปด้วยดี เพียงแต่จะมีลักษณะการทำงานที่ต่างจากโรงพยาบาลสนามไปบ้าง เพราะจำนวนคนในการดูแลที่มากขึ้น และมีเงื่อนไขเรื่องของการส่งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เทอร์โมมิเตอร์ และอาหารไปตามบ้านที่เพิ่มเข้ามา 

ขณะเดียวกัน ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของระบบ AMED Telehealth ทางกรมการแพทย์จึงได้ติดต่อเข้ามาขอใช้กับโรงพยาบาลในสังกัดได้แล้วกว่า 80 แห่งทั่วประเทศทันที จากนั้นไม่นาน ทางสำนักอนามัยกทม. ที่ดูแลศูนย์อนามัย คลีนิก และโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานาคร ได้ติดต่อเข้ามาขอใช้ระบบ AMED Telehealth สำหรับการกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolaton เช่นกัน เพียงแต่เวลาเอาระบบไปใช้ แต่ละหน่วยงานนำไปใช้จะเปลี่ยนชื่อ เรียกระบบ AMED Telehealth ให้สอดคล้องกับหน่วยงานต้นสังกัด เช่น DMS Home Isolation หรือ BBK H-iCare เป็นต้น

ขณะที่ ดร.กิตติ เปิดเผยว่า มีจำนวนคนไข้ในการดูแลในระบบ Home Isolation ราว 75,000 คน โดยตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีข้อมูลเก็บที่ศูนย์ข้อมูลกลางให้แพทย์เข้ามาดู ลักษณะของส่วนเก็บข้อมูลจะมีลักษณะโรงพยาบาลเสมือน ที่มีเตียงเสมือน ให้คนไข้มารอแล้วหมอเข้าไปตรวจ โทรคุย บันทึกการรักษา สั่งยา จัดยา และติดตามคำสั่งแพทย์ 

“วิธีการเปิดโรงพยาบาลเสมือนจึงง่ายมาก เพียงเข้ามาแจ้งความจำนง ระบุความต้องการขนาดเตียง หรือขนาดพร้อมรองรับคนไข้ จากนั้นก็ใช้เวลา 2 วันในการสร้าง คือวันแรกติดตั้งระบบ วันที่สองอบรมการใช้งาน ส่วนวันที่สามก็พร้อมให้บริการ เริ่มงานได้เลย ทำได้เร็ว ก็เลยทันเหตุการณ์ เรียกได้ว่าโชคดีที่มีระบบเตรียมพร้อมอยู่แล้ว” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

ด้วยจำนวนคนไข้ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดประเด็นเรื่องความสามารถในการรองรับการใช้งานคนจำนวนมากของตัวระบบ ซึ่งดร.กิตติยอมรับว่า ระบบขณะนี้ที่มีผู้ป่วยในการดูแลอยู่ที่มากกว่า 70,000 คนแล้วยังคงทำงานได้ตามปกติ ซึ่งทีมนักพัฒนามั่นใจว่าระบบจะสามารถรองรับจำนวนคนได้อีกหลายแสนคน 

“เพราะเราใช้ระบบคลาวด์ส่วนกลางของ NT เป็นคลาวด์ของภาครัฐ ซึ่งสามารถอัพเกรดระบบให้ใหญ่ขึ้น เราก็มองว่ามันสามารถรองรับได้หลายแสน สามารถไปต่อได้สบาย” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

ดร.กิตติ ย้ำว่า ด้วยการทำงานของระบบ AMED Telehealth ประโยชน์หลัก ๆ คือ การช่วยคุณหมอในการจัดการดูแลคนไข้จำนวนมาก ที่สถานพยาบาลบางแห่ง คุณหมอ 1 คนดูแลคนไข้มากกว่า 6,000 คน ดังนั้น ทำอย่างไรที่จะให้การดูแลคนไข้ทั้งหมด 6,000 คน โดยไม่หลุดแม้แต่คนเดียว คำตอบคือ ระบบ AMED Telehealth ที่ช่วยให้คนไข้ได้รับการติดตามโดยไม่หลุด เพราะการหลุดอาจหมายถึงลมหายใจที่ถูกพรากไปตลอดกาล

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ AMED Telehealth ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนศูนย์กลางในการช่วยดูแลคนไข้ Home Isolation ที่เปิดให้ทีมแพทย์อาสาจากทั่วโลกเข้ามาช่วยดูแลได้ทั่วถึงเต็มที่ ช่วยอำนวยความสะดวกการทำงานของคุณหมอและพยาบาล ส่วนแผนการในอนาคตขณะนี้ยังคงมุ่งเน้นบริการไปที่กลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 เป็นหลัก ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์การทำงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

“เรามีการปรับปรุงระบบมาเรื่อย ๆ ตอนนี้เป็นเวอร์ชันที่ 79 แล้ว คาดหวังว่าพ้นโควิด คงจะมีการปรับไปแล้วกว่า 100 รอบ เหมือน 100 เวอร์ชัน จะมีความต้องการแต่ละช่วงที่ต่างกันเพิ่มเข้ามา เช่น ช่วงนี้ที่การระบาดเริ่มลด จะมีงานในส่วนแอดมินเข้ามา คือ ขอใบรับรองแพทย์ ระบบสามารถสร้างขึ้นมาได้ ซึ่งอนาคตคิดว่าน่าจะต่อยอดจนเป็นระบบที่ทำให้คุณหมอสามารถดูแลคนไข้ได้อย่างง่าย ๆ ถ้าเป็นระบบเดิมของโรงพยาบาลจะค่อนข้างหนัก ข้อมูลเยอะ เป็นส่วนต่อขยาย HIS แบบ Lite และคาดหวังให้เป็นระบบมาตรฐานของ telehealth ของโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศต่อไป” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

ยังไม่นับรวมความสามารถของระบบหลังบ้านของ AMED Telehealth ที่ครอบคลุมถึงการดูแลเรื่องงบประมาณและการสั่งจ่าย มีระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือทำให้ลดขั้นตอนการทดสอบ ตอนนี้ระบบเชื่อมกับหน่วยบริการ และส่วนที่สองที่กำลังทำอยู่ คือ เชื่อมกับสปสช. เพื่อทำการเบิกจ่าย โดยมีข้อมูลให้ตรวจสอบตรงความเป็นจริง จ่ายตามจริง ขณะเดียวกัน และกำลังเชื่อมกับระบบ CoLink ขอเตียงสำหรับคนไข้สีแดงที่จำเป็นต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเป็นระบบออโตเมติก ทำให้ระบบลื่นไหลได้ง่ายขึ้น 

“จริง ๆ ระบบก็ครอบคลุมครบ 99% แล้วะ แต่ว่าจะมีรายละเอียดปลีกย่อยให้ปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ มีข้อติดขัดไม่สะดวก ตรงนั้นใช้ง่าย ใช้ยาก กระนั้น ทางเราจะยังไม่หยุดที่จะเดินหน้าพัฒนาระบบต่อไป” ดร.กิตติวงศ์ กล่าว

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

LINE MAN ทุ่มงบ 1 แสน หนุน #เราต้องรอด มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งยาให้ผู้ป่วย Home Isolation

ในการเรียกใช้บริการไรเดอร์จาก LINE MAN เพื่อจัดส่งยาถึงบ้านผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่รุนแรง ที่ทำการแยกกักตัวรักษาที่บ้าน

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้แบงก์ชาติว่าเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

“ซิปโซ่” เอสเอ็มอีกับนวัตกรรมข้าวต้ม Ready to Eat เข้าถึงลูกค้าขายผ่านร้านเซเว่นฯ

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

MUST READ

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการ ปี 2564 กำไร 38,053 ล้านบาท

ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 38,053 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4 ปี2564 จำนวน 9,901 ล้านบาท

4 ดิจิทัลเฮลธ์แพลตฟอร์ม ให้คนไทยใกล้หมอ

หลายปีที่ผ่านมาคนไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการวิถีชีวิต สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ

“Netflix” จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โปรโมทการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไทยผ่านภาพยนตร์

Netflix จับมือการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยผ่านผลงานภาพยนตร์และซีรีส์อย่าง เป็นทางการเป็นครั้งแรก

เทรนด์ที่อยู่อาศัยยุค Now Normal คนหาบ้าน 2022 ต้องการอะไรเมื่อคิดมีบ้าน?

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) อัปเดตแนวโน้มที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ที่น่าจับตามอง

ดีแทคคว้ารางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2021

ดีแทคคว้ารางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2021
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น