TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist หยุด "หนี้ครัวเรือน" = หยุดวิกฤติชาติ

หยุด “หนี้ครัวเรือน” = หยุดวิกฤติชาติ

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยที่พุ่งทะลุ 14 ล้านล้านบาท ส่อเค้าจะเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ ร้อนถึง “รัฐบาลลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องออกมาประกาศให้ปี 2565 ยกระดับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยตั้งเป้าหมาย ให้สำเร็จให้ได้ ส่วนจะจริงจังแค่ไหนหรือจะเป็นแค่วาทะกรรมหรู ๆ ต้องจับตาดูต่อไป 

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทย ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 14.35 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่าอัตราการเติบโตของเงินกู้ยืมภาคครัวเรือนชะลอลง เพราะการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ครัวเรือนระมัดระวังการก่อหนี้มากขึ้นก็ตาม นับว่ายังน่าเป็นห่วง 

ยิ่งเมื่อเทียบสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) อยู่ที่ 89.3% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมาก คาดว่าในปี 2565 มีโอกาสที่จะขยับสูงขึ้นกว่า 90% ของจีดีพี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรง ทำให้ความสามารถในการหารายได้และการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลง นั่นเท่ากับว่าการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนยิ่งมีความท้าทาย

ความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวง เนื่องมาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย มีความสลับซับซ้อนและหลากหลายมิติ ทั้งนี้เพราะหนี้ครัวเรือนของไทยเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง กลไกการปล่อยเงินกู้ก็มีความซับซ้อน ดังนั้นการแก้ปัญหาย่อมไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวจะต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป

ยิ่งหากส่องดูเนื้อในหนี้ครัวเรือนของไทย จะเห็นว่ายึดโยงอยู่กับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่แค่ธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น ยังมีสินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มีสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ หนี้ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง สินเชื่อสวัสดิการของข้าราชการ อยู่ใต้ร่มสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หน่วยงานที่กำกับดูแลเหล่านี้จะมีวิธีปฏิบัติในการแก้ปัญหาหนี้ที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น ทางออกจากกับดักหนี้ ต้องไม่ได้แก้แบบชั้นเดียวเชิงเดียวต้องมองกันหลาย ๆ มิติ โดยต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อลูกหนี้ใหม่ ต้องมองเห็นปัญหาของลูกหนี้เป็นตัวตั้ง เห็นปัญหาความไม่เป็นธรรมที่ลูกหนี้ได้รับอยู่ทุกวันนี้ เพื่อหาทางออกให้ลูกหนี้พ้นจากกับดักหนี้ให้ได้

ยิ่งหากเจาะลึกไปยังประเภทของหนี้ก็ยิ่งมีความหลากหลาย มีผลิตภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ มากมาย เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หนี้บ้าน หนี้ครู หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้จากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นต้น ทำให้หนี้ของประชาชนที่มาจากหลากหลายแหล่งไม่มีการกำกับดูแลที่เป็นระบบ 

ดังนั้น การแก้ปัญหาหนี้ในเบื้องต้นต้องเริ่มจากรัฐบาลก่อน กล่าวคือ รัฐบาลต้องไม่ออกนโยบายที่ไปกระตุ้นให้คนก่อหนี้ ซึ่งที่ผ่านมา มีบางช่วงบางเวลาที่นโยบายรัฐกลายเป็นตัวเร่งให้คนไทยไปก่อหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น แต่เป็นเพราะรัฐบาลไปมุ่งเน้นเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลักโดยลืมนึกถึงว่าจะมีปัญหาหนี้ครัวเรือนตามมา 

ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเห็นจากนโยบายลดแลกแจกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถคันแรกในอดีตที่กระตุ้นให้คนเป็นหนี้เพื่อซื้อรถราคาถูกเพราะรัฐบาลอุดหนุน หรือ นโยบายจูงใจให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าโดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีจูงใจของรัฐบาลปัจจุบัน หรือ นโยบายประชานิยมต่าง ๆเช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่กระตุ้นให้คนจับจ่ายใช้สอย ล้วนแต่เร่งให้คนก่อหนี้มากขึ้นทั้งสิ้น 

ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องทบทวนนโยบายหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพดานอัตราดอกเบี้ย ที่เกี่ยวข้องกับหลายผลิตภัณฑ์ เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงและไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้ คือ ครัวเรือนรายได้น้อยจำนวนมากมีทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ หนี้ประเภทหลังนี้ประเมินยากว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เชื่อว่าหากรวมหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบเข้าด้วยกันจะมีอัตราส่วน สูงกว่า 100% ต่อจีดีพีแน่ ๆ ซึ่งหนี้ทั้งสองระบบนี้มีอัตราดอกเบี้ยต่างกันมาก หากรัฐบาลแก้เฉพาะหนี้ในระบบ หนี้ก็ไปโป่งที่หนี้นอกระบบสุดท้ายครัวเรือนก็จะยังหนีไม่พ้นวังวนการเป็นหนี้อยู่ดี 

อย่าลืมว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่แค่การลดแลกแจกแถมอย่างที่รัฐบาลกำลังทำอยู่เท่านั้น การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างได้ผล เพราะถ้าสามารถทำให้แต่ละเดือนประชาชนมีภาระการจ่ายหนี้ลดลง ก็จะทำให้เงินในกระเป๋าของประชาชนมีมากขึ้น เป็นนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ต้องใช้งบประมาณแต่อย่างใด

การชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากจะหยุดวิกฤติหนี้ครัวเรือนซึ่งเป็นวิกฤติชาติแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้ผลดีที่สุดอีกด้วย ได้แต่ขอว่าอย่าเป็นแค่วาทะกรรมหรู ๆ สุดท้ายก็เงียบหาย

ผู้เขียน: ทวี มีเงิน …. นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อหนังสือพิมพ์ธุรกิจมากว่า 30 ปี

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

สงคราม “รัสเซีย vs ยูเครน” … “เดือด” บ้านเขา “ร้อน” ถึงบ้านเรา

ดรามา “แบงค็อก”

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

แคนนอน เปิดตัวกล้องมิเรอร์เลส EOS R7 ราคาเริ่มต้น 49,900 บาท

แคนนอน (Canon) ตอกย้ำผู้นำตลาดกล้องมิเรอร์เลส เปิดตัวกล้อง Canon EOS R7 และ EOS R10 ที่ได้รับการส่งต่อเทคโนโลยีระบบโฟกัสจาก Canon EOS R3

TOD โคเปนเฮเกน กับการพัฒนาเส้นทางจักรยานอันดับหนึ่งของโลก

อะไรที่ทำให้ TOD ของเมืองโคเปนเฮเกน มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางจักรยาน จนได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งจักรยาน"

Aruba แนะโรงงานอุตสาหกรรมใช้ AIOps ผนวก IT กับ OT ให้เป็นหนึ่งเดียวฝ่าอุปสรรคหลังยุคโควิด

ยุคหลังการแพร่ระบาดโควิด โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองเข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เท่าทันหรือล้ำหน้าคู่แข่งทั่วโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและโซลูชันที่เหมาะสม

บลูบิค ส่งนวัตกรรม ‘LISMA’ ที่ใช้งาน SAP ผ่าน LINE App ได้เรียลไทม์

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โปรโมตนวัตกรรม LISMA: LINE as SAP Mobile Application ที่เชื่อมต่อระบบ SAP เข้ากับแอปพลิเคชัน LINE

อนุรักษ์กระบือไทย ไม่ให้สูญพันธุ์

คำเปรียบเปรยที่ว่า “โง่เหมือนควาย” มาจากไหน? เพราะในความเป็นจริงแล้ว ควายฉลาดและสอนได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาควายจึงถูกใช้เป็นแรงงานหลักในการทำเกษตรกรรม  “ควาย” หรือ “กระบือ” สามารถทำงานได้ปีละประมาณ 4 เดือน ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กระบือตัวหนึ่งใช้งานไถนาเฉลี่ยปีละ 10 ไร่   ในภาพความทรงจำ ควาย คือ สัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมานานนับปีที่สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวนา แต่ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจส่งผลให้การใช้แรงงานควาย หรือ กระบือลดน้อยลง แต่กลับเน้นในเรื่องของการบริโภค จึงต้องมีการอนุรักษ์กระบือไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค

บี.กริม เพาเวอร์ ยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานดิจิทัล ดันสตาร์ตอัพช่วยลดคาร์บอน

บี.กริม เพาเวอร์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่ผู้นำผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก เดินหน้าสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ร่วมสนับสนุนสตาร์ตอัพค้นหาโซลูชันช่วยอุตสาหกรรมไทยลดการปล่อยคาร์บอน

เจาะลึกเทรนด์ NFT กระแสโลกมาแรง ต่อยอดสู่การตลาดยุคใหม่

เมื่อเทรนด์ของสะสมในโลกดิจิทัลอย่าง NFT กำลังได้รับความนิยมจากคนทั้งโลกรวมถึงคนไทย นักการตลาดจากทั่วโลกเชื่อว่า NFT กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำตลาดยุคดิจิทัลที่มาแรงมาก

‘แปซิฟิก ไพพ์’ จาก ‘กงสี’ สู่ ‘มืออาชีพ’ … ทรานส์ฟอร์มก่อนถูกดิสรัป

กระแส Technology Disruption หรือ Digital Disruption ยิ่งมายิ่งแรง ส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วทุกอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กิจกรรม หรือกิจการที่ดำเนินมาในอดีตต้องพลิกผันอย่างรวดเร็ว

เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และมาม่า

น้ำมันแพงส่งผลให้ต้นทุนสินค้า บริการ รวมไปถึงต้นทุนในการดำรงชีวิตพุ่งพรวด และเป็นเหตุให้โรคเงินเฟ้อกลับมากำเริบและระบาดไปทั่วโลก

The boy in the striped pyjamas … สงครามกับความไร้เดียงสา

สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้คนยุโรปหวนคิดถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงทศวรรษ 1940s

MUST READ

Bitkub จับมือ Enter Corporation ร่วมกันพัฒนา Bitkub Chain

บริษัท Bitkub Blockchain Technology ผู้นำด้านเทคโนโลยีบล็อกเชน ร่วมเป็นพันธมิตรในฐานะ Strategic Partner กับบริษัท Enter Corporation ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อร่วมกันพัฒนา Bitkub Chain พร้อมดึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีบล็อกเชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“anitech” ทุ่ม 20 ล้าน ขยายกลุ่มลูกค้า เปิดตัว Collection Snoopy บุกตลาดวัยทีน

“anitech” ผู้นำตลาดด้านอุปกรณ์คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ Character Marketing ผ่านแคมเปญใหม่ “anitech x PEANUTS เปิดตัว Collection Snoopy สุดคิ้วท์”

เอสซีจี แทคทีมเจนวายสายกรีน กู้วิกฤติ Climate Change จัดทริปปลูกหญ้าทะเล ฮีโร่ลดโลกร้อน

“เอสซีจี” ชวนคนรุ่นใหม่สายกรีนร่วมทริป “ใคร Make Change - ปลูกหญ้าทะเล @ ตรัง” ลงพื้นที่ปลูกหญ้าทะเล ฮีโร่ของการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวช่วยกู้วิกฤติโลกร้อนได้มากกว่าการปลูกต้นไม้บนบกสูงสุดถึง 35 เท่า

จากครูสอนเคมี สู่ วิถีเกษตรกรอินทรีย์ เมื่อ “รายได้” ไม่ใช่ “ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ”

ทั้ง ๆ ที่เป็นเกษตรกรเพาะปลูกพืชผักทำไร่ทำนาเหมือนกัน แต่ทำไมเกษตรกรที่ฟินแลนด์ถึงได้รับการยอมรับยกย่องให้เกียรติอย่างสูง ขณะที่เกษตรกรในไทยกลับไม่ได้รับการยกย่องในระดับเดียวกัน ที่สำคัญกลับเป็นอาชีพที่พ่อแม่ไม่อยากส่งต่อสืบทอดให้กับลูกหลานของตนเอง

บลูบิค ส่งนวัตกรรม ‘LISMA’ ที่ใช้งาน SAP ผ่าน LINE App ได้เรียลไทม์

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โปรโมตนวัตกรรม LISMA: LINE as SAP Mobile Application ที่เชื่อมต่อระบบ SAP เข้ากับแอปพลิเคชัน LINE
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น