TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist สงคราม "รัสเซีย vs ยูเครน" ... "เดือด" บ้านเขา "ร้อน" ถึงบ้านเรา

สงคราม “รัสเซีย vs ยูเครน” … “เดือด” บ้านเขา “ร้อน” ถึงบ้านเรา

วินาทีนี้เหตุการณ์ที่ทั่วโลกต่างจับจ้องชนิดตาไม่กระพริบ คงหนีไม่พ้นกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน ล่าสุรัสเซียได้เปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครน บุกเข้าถึงกรุงเคียฟซึ่งเป็นเมืองหลวงของยูเครนเรียบร้อยโรงเรียน “ปูติน” แล้ว

ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงมาจากกรณีที่ยูเครนพยายามจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การ “นาโต้” ซึ่งเป็นความร่วมมือทางกองกำลังทหารที่มีอเมริกาและพันธมิตรร่วมกันก่อตั้ง ตั้งแต่สมัยที่รัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียด ทำให้รัสเซียไม่พอใจอย่างมาก

แต่สิ่งที่หลาย ๆ ประเทศกำลังวิตกกังวลอย่างหนัก นั่นคือ ผลกระทบที่จะตามมาหลังจากเกิดสงครามระหว่างสองประเทศนี้ บทเรียนในอดีตสอนให้รู้ว่าเมื่อใดที่เกิดสงครามย่อมเกิดผลกระทบมากมายมหาศาล เฉพาะอย่างยิ่งทางเศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทยต้องพลอยโดนหางเลขไปด้วย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนจากเหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากมีข่าวรัสเซียส่งทหารเข้าสู่ภูมิภาคดอนบาส ตลาดหุ้นทั่วโลกตกไปตาม ๆ กัน แม้แต่ตลาดหุ้นรัสเซียเองราคาตกลง 15.6% หรือ 540 จุด ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าลง 5% ระหว่างวันแตะระดับ 80 รูเบิล/ดอลลาร์ ส่วนตลาดหุ้นไทยปรับลด 18.88 % ดัชนีอยู่ที่ 1,694.32 จุด

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า รัสเซียถือนั้นถือเป็นอภิมหาอำนาจด้านพลังงานเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 2 ของโลก และยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ขนาดใหญ่ ขณะที่ยูเครนก็มีสินค้าเกษตรเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้เข้าประเทศโดยเป็นผู้ส่งออกรายต้น ๆ ของโลก ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และธัญพืชชนิดต่าง ๆ

หากสองประเทศนี้วิกฤติ ย่อมทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานพุ่งสูงขึ้น ราคาที่ปรับสูงขึ้นจะไปกดดันต้นทุนการผลิตสินค้าและราคาอาหารทั่วโลกให้สูงขึ้นตาม ยิ่งจะไปซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อสูงที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ขณะนี้หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกยังแก้ไม่ตก

นั่นแปลว่า หากสงครามยืดเยื้อออกไป เงินเฟ้อ จากพลังงานราคาพุ่ง ย่อมฉุดเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของโลกชะลอตัวลงหรือาจจะถึงขั้นดิ่งเหว ยิ่งจะไปซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งที่หลาย ๆ ประเทศเพิ่งจะเริ่มฟื้นจากไข้ กลับต้องมาเจอวิกฤติอีกครั้ง และไม่รู้ว่าจะขยายวงออกไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่

สำหรับประเทศไทยแม้จะอยู่ไกลจากทั้งสองประเทศ แต่ก็หนีไม่พ้นโดนผลกระทบดังกล่าวทั้งทางตรงและทางอ้อม ผลกระทบทางอ้อมจากกรณี ราคาน้ำมันและราคาก๊าซที่ปรับขึ้นตามสถานการณ์ของโลก เมื่อสถานการณ์ของโลกเป็นแบบนี้ กลไกตลาดก็ต้องปรับขึ้น จึงทำให้เกิดเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น

ในที่ประชุมของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ได้ประเมินสถานการณ์ว่า ราคาน้ำมันไต่ระดับเกิน 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแน่ ๆ และอาจจะถึง 150 เหรียญต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับเจพี มอร์แกน คาดว่าหากเกิดเหตุปะทะรุนแรงราคาอาจแตะระดับสูงสุดที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หากเป็นเช่นนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่าเงินเฟ้อของไทย อาจจะปรับตัวไปถึง 3-4% ต่อปี เลยทีเดียว กรณีเงินเฟ้อของไทยจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง คงหนีไม่พ้นเรื่องท่องเที่ยวและส่งออก โดยเฉพาะเรื่องท่องเที่ยว นักธุรกิจในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยอมรับว่าวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครนส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวรัสเซียถือเป็นตลาดใหญ่ ติดอันดับท็อป 6-7 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยในปี 2561-2562 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียราวปีละ 1.4 ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศ 100,000 ล้านบาทต่อปี สงครามระหว่างสองประเทศย่อมส่งผลให้นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาเที่ยวในไทยลดลง อย่างแน่นอน

เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและการออกเดินทางท่องเที่ยวของชาวรัสเซีย ไทยก็น่าจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบในอันดับต้น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ คนรัสเซียให้ความนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว

ซ้ำร้ายหากเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวจากพิษสงคราม ก็อาจเห็นนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มยุโรปมาไทยลดลงเช่นกัน ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญของไทยในขณะนี้ เรียกว่างานนี้ดับฝันนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาลเพื่อหารายได้จากการธุรกิจท่องเที่ยว

ขณะที่การส่งออกทั้งรัสเซียและยูเครนอาจจะไม่ใช่ตลาดใหญ่ที่โดดเด่นของไทย โดยปี 2564 ไทยส่งออกไปรัสเซีย มีมูลค่า 1,027 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 41.68% ไทยนำเข้าจากรัสเซีย 1,752 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 0.8% ขณะที่ไทยส่งออกไปยูเครน 134.76 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 35.72% ส่วนไทยนำเข้าจากยูเครน 251.71 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 20.72% แต่ก็ถือว่ามีอนาคต

แต่ที่น่าห่วงมากกว่า คือ ตลาดยุโรป โดยไทยส่งสินค้าออกไปยุโรปเป็นอันดับ 4 ของตลาดส่งออก ข้อมูลล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 64 ตลาดยุโรป ขยายตัวร้อยละ 54.9 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และอัญมณี และเครื่องประดับ เป็นต้น หากเศรษฐกิจยุโรปมีปัญหาประเทศไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอน

ไม่รู้ว่ามาตรการล่าสุดซึ่งเป็นมาตรการทางการเงินที่นำโดยสหรัฐ กลุ่มประเทศอียู อังกฤษ และแคนนาดา ที่ “คว่ำบาตรทางการเงิน” ขับธนาคารใหญ่รัสเซียออกจาก SWIFT ซึ่งเป็นเครือข่ายการโอนและชำระเงินระหว่างประเทศความปลอดภัยสูงที่เชื่อมต่อกับสถาบันการเงินทั่วโลกมากกว่า 11,000 แห่งถือว่ารุนแรงที่สุดจะฟาดหางมาถึงเศรษฐกิจบ้านเราหรือไม่

คงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อออกมาตรการรองรับทันท่วงที หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบจากราคาน้ำมันซึ่งจะส่งผลถึงราคาสินค้าในประเทศ และเงินเฟ้อ ตามมาอย่างแน่นอนถึงตอนนั้นเศรษฐกิจไทยอาจจอยู่ในสภาพกู่ไม่กลับเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเดือดระอุ ไม่ได้มีความร้อนแรงเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น ในโลกโซเชียลบ้านเราก็ถกเถียงกัน ฟัดกันอุตลุด ระหว่างกองเชียร์รัสเซียกับคนที่เห็นใจยูเครน เรียกว่าร้อนแรงพอ ๆ กันเลยทีเดียว

ผู้เขียน: ทวี มีเงิน …. นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อหนังสือพิมพ์ธุรกิจมากว่า 30 ปี

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

ดรามา “แบงค็อก”

จะข้ามพ้น “วิกฤติน้ำมันแพง” อย่างไร

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ฉายภาพความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นสังคมยานยนต์ไฟฟ้า ฉายภาพความเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก

POCO เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง POCO F4 และ POCO X4 GT

POCO แบรนด์เทคโนโลยียอดนิยม ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดทั่วโลก POCO F4 มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon กล้อง 64MP และ POCO X4 GT พร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8100 ตอบโจทย์คอเกมและเอนเตอร์เทนเมนท์ ในราคามิตรภาพ

TECNO เปิดตัวสมาร์ทโฟน CAMON 19 ซีรีส์ใหม่ สุดทันสมัย เตรียมเปิดตัวไทยเดือนกรกฎาคมนี้

เทคโน (TECNO) เปิดตัวสมาร์ทโฟน TECNO CAMON 19 ซีรีส์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แสดงก้าวสำคัญและกำหนดทิศทางของแบรนด์ TECNO สู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีความสากล

แคนนอน เปิดตัวกล้องมิเรอร์เลส EOS R7 ราคาเริ่มต้น 49,900 บาท

แคนนอน (Canon) ตอกย้ำผู้นำตลาดกล้องมิเรอร์เลส เปิดตัวกล้อง Canon EOS R7 และ EOS R10 ที่ได้รับการส่งต่อเทคโนโลยีระบบโฟกัสจาก Canon EOS R3

TOD โคเปนเฮเกน กับการพัฒนาเส้นทางจักรยานอันดับหนึ่งของโลก

อะไรที่ทำให้ TOD ของเมืองโคเปนเฮเกน มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางจักรยาน จนได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งจักรยาน"

Aruba แนะโรงงานอุตสาหกรรมใช้ AIOps ผนวก IT กับ OT ให้เป็นหนึ่งเดียวฝ่าอุปสรรคหลังยุคโควิด

ยุคหลังการแพร่ระบาดโควิด โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองเข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เท่าทันหรือล้ำหน้าคู่แข่งทั่วโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและโซลูชันที่เหมาะสม

บลูบิค ส่งนวัตกรรม ‘LISMA’ ที่ใช้งาน SAP ผ่าน LINE App ได้เรียลไทม์

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โปรโมตนวัตกรรม LISMA: LINE as SAP Mobile Application ที่เชื่อมต่อระบบ SAP เข้ากับแอปพลิเคชัน LINE

อนุรักษ์กระบือไทย ไม่ให้สูญพันธุ์

คำเปรียบเปรยที่ว่า “โง่เหมือนควาย” มาจากไหน? เพราะในความเป็นจริงแล้ว ควายฉลาดและสอนได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาควายจึงถูกใช้เป็นแรงงานหลักในการทำเกษตรกรรม  “ควาย” หรือ “กระบือ” สามารถทำงานได้ปีละประมาณ 4 เดือน ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กระบือตัวหนึ่งใช้งานไถนาเฉลี่ยปีละ 10 ไร่   ในภาพความทรงจำ ควาย คือ สัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมานานนับปีที่สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวนา แต่ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจส่งผลให้การใช้แรงงานควาย หรือ กระบือลดน้อยลง แต่กลับเน้นในเรื่องของการบริโภค จึงต้องมีการอนุรักษ์กระบือไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค

บี.กริม เพาเวอร์ ยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานดิจิทัล ดันสตาร์ตอัพช่วยลดคาร์บอน

บี.กริม เพาเวอร์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่ผู้นำผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก เดินหน้าสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ร่วมสนับสนุนสตาร์ตอัพค้นหาโซลูชันช่วยอุตสาหกรรมไทยลดการปล่อยคาร์บอน

เจาะลึกเทรนด์ NFT กระแสโลกมาแรง ต่อยอดสู่การตลาดยุคใหม่

เมื่อเทรนด์ของสะสมในโลกดิจิทัลอย่าง NFT กำลังได้รับความนิยมจากคนทั้งโลกรวมถึงคนไทย นักการตลาดจากทั่วโลกเชื่อว่า NFT กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำตลาดยุคดิจิทัลที่มาแรงมาก

MUST READ

‘แปซิฟิก ไพพ์’ จาก ‘กงสี’ สู่ ‘มืออาชีพ’ … ทรานส์ฟอร์มก่อนถูกดิสรัป

กระแส Technology Disruption หรือ Digital Disruption ยิ่งมายิ่งแรง ส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วทุกอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กิจกรรม หรือกิจการที่ดำเนินมาในอดีตต้องพลิกผันอย่างรวดเร็ว

กลุ่มทรูร่วมถอดบทเรียนทางรอดธุรกิจ… เร่งทรานส์ฟอร์ม ก่อนถูกดิสรัป

การมาของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดพร้อมไปต่อได้ คือการทรานส์ฟอร์มให้ทันการเปลี่ยนแปลง กลุ่มทรู โดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ร่วมถอดบทเรียนธุรกิจ การปรับตัว สร้างโอกาสรอดฝ่าวิกฤติ

บลูบิค ส่งนวัตกรรม ‘LISMA’ ที่ใช้งาน SAP ผ่าน LINE App ได้เรียลไทม์

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โปรโมตนวัตกรรม LISMA: LINE as SAP Mobile Application ที่เชื่อมต่อระบบ SAP เข้ากับแอปพลิเคชัน LINE

พีทีที ดิจิตอล ติดตั้งระบบควบคุม และติดตามยานพาหนะแบบครบวงจร

บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด ผนึกความร่วมมือกับ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริหารจัดการรถโดยสารไฟฟ้า ด้วยการติดตั้งและพัฒนาระบบระบบ Hermes Platform

DIPROM นำทัพ SME เพิ่มทักษะโลจิสติกส์ ฝ่าวิกฤติต้นทุน เผยครึ่งปีแรก ลดต้นทุนขนส่งกว่า 600 ลบ.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เร่งส่งเสริมทักษะการบริหารจัดการโลจิสติกส์ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักและเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ตั้งเป้าลดต้นทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น