TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกColumnist“ต่างชาติเช่าที่ดิน” บริบทที่ไม่เหมือนเดิม

“ต่างชาติเช่าที่ดิน” บริบทที่ไม่เหมือนเดิม

รัฐบาลเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยกำลังท้าทายสังคมอีกครั้ง เมื่อพยามผลักดัน 2 มาตรการร้อน ในการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนี้

  1. ให้ต่างชาติเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปี เรื่องนี้ นายกฯเศรษฐา บอกว่าไม่ได้เป็นการซื้อขายขาดทุกประเทศก็มีให้เช่า
  2. การถือครองคอนโดฯ ของชาวต่างชาติ ในการออกเสียงจาก 49% เป็น 75% นายกฯเศรษฐาบอกว่า คนที่มีสิทธิโหวตให้นิติบุคคลทำอะไรต่างๆได้ก็อยู่แค่ 49% คนไทยยังเป็นใหญ่ เพราะยังถืออยู่ 51% แต่การขึ้นจาก 49% ไปเป็น 75% โดยในส่วนของ 26% ตรงนี้ที่เกินมาจะไม่มีสิทธิในการออกเสียงโหวตอะไร ได้แต่เข้าไปอยู่อาศัยได้เท่านั้น

พลันทีมาตรการออกมา ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารย์กันมากมาย มีเพียงแต่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯเท่านั้น ที่ออกมาเชียร์เพราะได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯอย่าง ดร.โสภณ พรโชคชัย กลับมองว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เป็นการกระตุ้นอสังหาฯ หรือ เศรษฐกิจแต่อย่างใด เนื่องจากบ้านเราทุกวันนี้มีที่อยู่อาศัยจากนักพัฒนาทั่วประเทศ 4.4 แสนยูนิต เป็นห้องชุดที่ต่างชาติสนใจแค่ 1.3 หมื่นยูนิตเท่านั้น และไทยไม่มีนโยบายเก็บภาษีจากต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยสักบาทเดียว แล้วจะมีเงินไปพัฒนาประเทศและไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร

ดร.โสภณแนะว่า หากจะทำควรเป็นการเก็บภาษีซื้อขายคอนโดฯจากต่างชาติมากกว่า จึงจะทำให้ภาครัฐได้เม็ดเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือ ในยุโรปที่มีการเก็บภาษี ตั้งแต่ 10-60% ของราคาซื้อ เช่นเดียวกับที่คนไทยไปซื้อบ้านในต่างประเทศก็ต้องโดนเก็บภาษี เช่น การเก็บภาษีซื้อ 10% ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คิด 1% ตามราคาตลาด ภาษีกำไรจากการขายต่อประมาณ 20% ของราคาตลาด และภาษีมรดกประมาณ 10% ของกองมรดก

อีกทั้งรัฐบาลควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่นกำหนดราคาขั้นต่ำที่จะให้ต่างชาติซื้อ เช่น กำหนดไว้ในราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยในมาเลเซียกำหนดไว้ประมาณ 16 ล้านบาท อินโดนีเซียประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อจะได้ไม่มาแย่งคนไทยโดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางซื้อ

ความเห็นดร.โสภณที่สะท้อนออกมานับว่าน่าสนใจไม่รู้ว่ารัฐบาลจะฟังหรือไม่

สิ่งที่น่าห่วง หากรัฐบาลผลักดันนโยบายนี้สำเร็จ นั่นหมายความว่า คนไทยที่อยากมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยจะยิ่งยากลำบากขึ้น เพราะต่างชาติมาแย่งซื้อจะฉุดให้ราคาแพงตามไปด้วย ตัวอย่างมีให้เห็นในหลายๆประเทศเช่น แคนาดา อังกฤษ ฮ่องกง ออสเตรเลีย ที่กำลังประสบปัญหานี้

นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมของคนไทย ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย สมมติถ้าคนจีนมายกซื้อเหมาตึก ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากราคาตึกระดับพันล้าน เล็กน้อยมากสำหรับนักธุรกิจจีน หากคอนโดฯที่คนจีนซื้อแล้วมาดัดแปลงเป็นโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย โรงแรมคนไทยก็คงอยู่ไม่ได้ ภาคการท่องเที่ยวไทยก็ไม่ได้ประโยชน์เช่นกัน

ที่ผ่านมา ทุกรัฐบาลที่เสนอนโยบายนี้มักจะอ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นเพราะธุรกิจอสังหาฯมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย ตั้งแต่ ธุรกิจถมดิน เสาเข็ม สถาปนิก บริษัทรับเหมาสก่อสร้าง อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น คนที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจหลายล้านคน

ความเป็นจริงธุรกิจอสังหาฯก็เป็นแค่ส่วนเสี้ยวของระบบเศรษฐกิจไทยเท่านั้น จึงมีคำถามว่านโยบายนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตหรือ “เรียลเซ็คเตอร์” มีความสำคัญกว่ากลับไม่เคยมีรัฐบาลไหนให้ความสำคัญ

หากย้อนกลับไปในวันแรก ๆ ที่รัฐบาลเศรษฐาบริหารประเทศ พุ่งเป้าให้ความสำคัญกับธุรกิจอสังหาฯเป็นพิเศษ มาตรการแรก ๆ คือ ไปกดดันแบงก์ชาติให้ ”ลดดอกเบี้ยนโยบาย” อ้างเพื่อช่วยธุรกิจเดินหน้าได้

แต่มีเสียงวิจารย์ว่า กลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยมากที่สุด คือ กลุ่มอสังหาฯ เพราะทุกวันนี้คนอยากมีบ้านไม่สามารถซื้อบ้านได้เพราะดอกเบี้ยสูงจึงทำให้บ้าน และที่อยู่อาศัยขายไม่ออกเหลือบานเบอะ ส่วนเจ้าของโครงการก็แบกดอกเบี้ยเงินกู้แพง ๆ จนหลังแอ่น

แต่ไม่เป็นผลเพราะ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงดอกเบี้ยไว้อัตราเดิม 2.5% ทำให้รัฐบาลหันมาอุ้มธุรกิจนี้ด้วยมติครม. เคาะมาตรการกระตุ้นอสังหาฯชุดใหญ่ ลดค่าธรรมเนียมโอน – จดจำนองเหลือ 0.01% พร้อมให้สิทธิบุคคลธรรมดานำค่าก่อสร้างบ้านลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1 แสนบาทแต่ก็คงเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น

มีคนตั้งคำถามว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับธุรกิจอสังหาฯ อาจเป็นเพราะ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน และเครือข่ายผู้มีอำนาจในรัฐบาลมีธุรกิจอสังหาฯใช่หรือไม่

ส่วนนโยบายให้ต่างชาติเช่าที่ดินและ ถือครองที่อยู่อาศัยเรื่องนี้เถียงกันมานานแต่ที่จำได้ในสมัย “รัฐบาลน้าชาติ” มีวลีว่า “ต่างชาติซื้อที่ดินแต่เอาที่ดินไปไม่ได้ ที่ดินยังอยู่ประเทศไทย”

รัฐบาล “ลุงตู่” ก็หยิบนโยบายนี้มาปัดฝุ่นโยนก้อนหินถามทางทดสอบกระแสสังคม จนทุกวันนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนทำสำเร็จ คนไทยรับไม่ได้ที่จะให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน ทั้งที่ทุกวันนี้ต่างชาติใช้นอมินีเข้ามาถือแทน มีทั้งคนจีน เศรษฐีพม่าขนเงินมากว้านซื้อคอนโดฯเต็มไปหมด แต่ก็เป็นการแอบทำแบบหลบๆซ่อน

ถ้าจะเปิดเสรีแบบโล่งโจ้งอย่างนี้ คงแท้งกลางทาง เพราะคนไทยยังหวาดผวากลัวทุนจีนเข้ามากว้านซื้อที่ดิน คอนโดฯไม่เหลือให้คนไทยเป็นเจ้าของ อย่าลืมว่า ทุกวันนี้ คนไทยผวาคนจีนจนขึ้นสมอง

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

ดิจิทัล วอลเล็ต ต้องฝ่ามรสุมอีกหลายลูก

ท่องเที่ยวไทย… ต้องตีโจทย์ให้แตก

แบงก์ “ลดดอกเบี้ย”​ แค่น้ำจิ้ม 

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ