TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight “ใบยา ไฟโตฟาร์ม” ต้นแบบ biotech startup จากรั้วมหาวิทยาลัย สู่การผลิตวัคซีนต้านโควิด-19

“ใบยา ไฟโตฟาร์ม” ต้นแบบ biotech startup จากรั้วมหาวิทยาลัย สู่การผลิตวัคซีนต้านโควิด-19

ไม่มีใครไม่รู้จัก “วัคซีนใบยา” วัคซีนที่วิจัย พัฒนา และผลิตโดยบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ที่กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการทดสอบในคนในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ “วัคซีนใบยา” เท่านั้น แต่ความน่าสนใจยังอยู่ที่บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด สตาร์ตอัพด้านไบโอเทคที่ก่อตั้งและแยกตัวออกมาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 3 ปีก่อนและได้รับการบ่มเพาะภายใต้ศูนย์นวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub)

บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ก่อตั้งโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ และรองศาสตราจารย์ ดร.วรัญญู พูลเจริญ สองนักวิจัยวัคซีนใบยา จากจุฬาฯ ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะผลิตยาและวัคซีนเพื่อลดการพึ่งพายาจากต่างประเทศ

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ผู้ร่วมคิดค้นวัคซีนป้องกัน Covid-19 จากใบพืชตระกูลยาสูบ ใช้เทคนิคการผลิตโปรตีนจากใบพืช ภายใต้ชื่อวัคซีนใบยา (Baiya SARS-CoV-2 VAX1) กล่าวกับ The Story Thailand ว่า หัวใจของงานวิจัยที่เป็นการวิจัยและพัฒนาของ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด คือ เทคโนโลยีการผลิตโปรตีนด้วยพืช ซึ่งสามารถนำไปทำยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้ โปรตีนที่มีความสามารถที่จะออกฤทธิ์ทางยาได้ ได้ทั้งเพื่อการรักษาและเพื่อการเสริมสร้างป้องกัน

ตัวเทคโนโลยีหลักที่คิดค้นสามารถใช้กับพืชอะไรก็ได้ แต่พยายามหลีกเลี่ยงพืชที่เป็น food crop หลีกเลี่ยง eatable vaccine จึงใช้พืชใบยาสูบสายพันธุ์ออสเตรเลีย ซึ่งนำเมล็ดมาปลูกไม่ได้ต้องนำเข้า ช่วง 3 ปีแรกใช้เทคโนโลยีการผลิตโปรตีนจากพืช ผลิตภัณฑ์ที่ขายเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ขายเป็นวัตถุดิบให้กับบริษัทเครื่องสำอาง 

“เราคิดอยู่แล้วว่าก่อนที่จะเกิดโควิด พอเกิดโควิดขึ้น เรานำแพลตฟอร์มของเราที่มีความสามารถในการผลิตวัคซีนได้ เริ่มทำวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดตั้งแต่มกราคมปี 2563 และได้ต้นแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทำการทดสอบในสัตว์ทดลอง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นพยายามหาทางทดสอบในมนุษย์ ซึ่งต้องมีการผลิตในที่ที่มีการควบคุมการผลิตภายใต้สถานที่ผลิตที่มีการควบคุม ซึ่งตอนนั้นยังไม่มี ต้องเลือกระหว่างจะไปจ้างผลิตในต่างประเทศหรือตั้งโรงงานผลิตเอง สุดท้ายตัดสินใจสร้างโรงงานในส่วนที่เป็น core technology ของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ขึ้นมา”

เริ่มออกแบบและสร้างโรงงานตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วและสร้างเสร็จตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา และมีการตรวจสอบความถูกต้องของการควบคุมคุณภาพของโรงงาน และจะมีการผลิตเพื่อที่จะเข้าเฟส 1 คือ การทดลองในมนุษย์ (clinical trial) ในเดือนกันยายน 2564 กำลังจะเปิดรับอาสาสมัครหลังจากได้รับการอนุมัติในการเปิดโรงงาน น่าจะอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ 

ตัวโรงงานได้รับการอนุมัติในการที่จะเป็นผู้ผลิตยาและวัคซีน ขั้นตอนต่อมาคือ จะต้องขออนนุมัติจากทางองค์การอาหารและยา (อย.) ทุกระยะ เพื่อขอทดสอบในมนุษย์ ก่อนที่จะขออนุมัติเพื่อใช้ในประชาชนทั่วไป 

โรงงานตั้งอยู่ในจุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัย เป็นของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ที่ได้รับการบ่มเพาะโดย CU Innovation Hub และ spin off มาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ตอนนี้กำลังพัฒนาตัววัคซีนรุ่น 2 ที่มีการปรับเปลี่ยนสายพันธ์ุให้ตอบรับกับตัวแปร (variant) ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ตั้งเป้าว่าจะฉีดเป็นเข็ม booster ให้กับทุกคน มีการปรับปรุงสายพันธุ์ ปรับปรุงสูตรให้สามารถที่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น และช่วงสิ้นปีจะนำตัววัคซีนเจนเนอเรชัน 2 เข้าทดสอบในเฟส 1 และ เฟส 2 ต่อไป 

การฉีดในคนจะต้องมีทั้งหมด 3 เฟส เฟส 1 ทดสอบความปลอดภัย ทำในคนจำนวนไม่มากประมาณ 100 คน เฟส 2 ทดสอบความสามารถในการกระตุ้นภูมิในคนจำนวนประมาณ 300 คน และเฟส 3 ทำในคนจำนนวนมากขึ้นเป็นหลักพันหรือหลักหมื่นคน

วัคซีนเจนเนอเรชันที่ 1 จะเข้าสู่การทดสอบเฟส 1 เดือนกันยายน 2564 เพื่อทดสอบความปลอดภัยและทดสอบกระบวนการผลิต เพื่อให้อย.และประชาชนมั่นใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย และจะนำวัคซีนเจนเนอเรชัน 2 เข้าสู่การทดสอบในเฟส 1 สิ้นปี 2564 นี้ 

“ตัวที่เราคาดหวังคือ วัคซีนเจนเนอเรชัน 2 ปรับปรุงสูตรให้รับมือกับไวรัสที่กลายพันธ์ุได้ จะเริ่มใช้จริงได้ในไตรมาส 3 ปี 2565”

กำลังการผลิตของโรงงานสามารถผลิตได้ 1 ล้านโดสต่อเดือน กำลังการผลิตสูงสุด 5 ล้านโดสต่อเดือน ระหว่างที่ทำ clinical trial กำลังจะหาทางที่จะขยายกำลังการผลิตให้ได้มากกว่านี้ด้วย

ทุนในการสร้างโรงงานเพียงพอ ต้นทุนนหลัก ๆ จะอยู่ที่การทำ clinical trial ได้รับทุนจากสถาบันวัคซีน 160 ล้านบาทในการทำ clinical trial เฟส 1 สำหรับวัคซีนเจนเนอเรชัน 1 และ 2 และอยู่ระหว่างการหาทุนเพิ่มเติมในการทำเฟส 2 และ เฟส 3 และ CU Enterprise ช่วยทำ crowd funding อีก 60 ล้านบาท มีเงินลงทุนที่ใส่เข้าไปเองอีกส่วนหนึ่ง ทุนวิจัยและพัฒนาทั้งหมดตอนนี้ประมาณ 200 กว่าล้าน ถ้าจะเข้าเฟส 2 และ 3 จะต้องใช้เงินมากกว่านี้ กำลังหาทางระดมทุนอยู่ 

“เรามีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้ที่ใช้แพลตฟอร์มการผลิตแบบเดียวกัน โรงงานนี้ถูกออกแบบให้รองรับการผลิตหลากหลายผลิตภัณฑ์ เรามีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่วิจัยและพัฒนาอยู่ด้วย นอกเหนือจากวัคซีนป้องกันโควิด เช่น ยามะเร็ง ยารักษาโรคพิษสุนัขบ้า ยาเซรุ่มพิษงู เป็นต้น” 

แพลตฟอร์มการผลิตและกระบวนการวิจัยและพัฒนามีการพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขให้กับประเทศ 

“เราทำเองตั้งแต่ต้นน้ำในประเทศไทย ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ ถือเป็นความมั่นคงในประเทศ เราทำได้เองไม่ต้องพึ่งคนอื่นเขา” 

แนวคิดในการเลือกว่าจะผลิตยาและวัคซีนอะไร อย่างน้อย ๆ ต้องเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีสามารถที่จะผลิตได้ก่อน บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด เป็นบริษัท biotech startup ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญ จึงเลือกว่าจะวิจัยและพัฒนาอะไรว่า ผลิตให้ได้ และต้องเป็นสิ่งที่มีความสำคัญทั้งมิติของภาระของโรค ภาระสุขภาพ และภาระทางเศรษฐกิจ อาจจะเป็นโรคบางอย่าง เช่น พิษสุนัขบ้า และงูกัด ไม่ได้เป็นโรคที่บริษัทยาระดับนานาชาติเขาให้ความสนใจ แต่เป็นภาระโรคที่มีความสำคัญกับประเทศในแถบนี้ หรือยามะเร็งที่คนยังเข้าถึงไม่ได้ 

“เราอยากให้ประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนได้เอง มีความมั่นคงทางด้านสุขภาพ งานวิจัยที่ทำไม่ได้อยู่บนหิ้ง แต่เอาไปสู่ห้าง เกิดเป็นนวัตกรรมที่มีผลกระทบกับสังคม อยากให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปด้วยวิทยาศาสตร์ อยากให้นักวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยมีรายได้ที่เขาสามารถที่จะอยู่ได้และมีความสามารถที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้กับประเทศได้ การที่ spin off ออกมาจากคณะเภสัชศาสตร์ ก็เป็นแนวทางที่ทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้”

ความเป็นจริงการทำนวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical Innovation) ไม่ได้เกิดขึ้นโดยคน ๆ เดียว หรือทีม ๆ เดียว แต่เกิดจากคนและทีมที่มีความหลากหลาย ในแง่ของวิทยาศาสตร์ มีทีมในบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด อยู่ 60 คน มีนักวิทยาศาสตร์ที่เป็น PhD อยู่ 6 คน ทำงานวิจัยอยู่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทดสอบต่าง ๆ ไม่ได้มีห้องแล็บของบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัดเท่านั้น แต่ยังมีห้องแล็บของมหาวิทยาลัยและของศูนย์วิจัยจากหลายที่ที่ช่วยกัน 

“ในแง่ของธุรกิจเอง บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ได้รับการบ่มเพาะและการชี้แนะจาก mentor และ CU alumni และการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในการผลักดันงานวิจัยออกมาเป็นงานนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นการบ่มเพาะจาก CU Innovation Hub บริษัท CU Enterprise เป็น team effort ในการทำให้เกิด medical innovation ขึ้น ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยทีมไทยแลนด์”​ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา กล่าวทิ้งท้าย

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

โนเกียกางแผนปี 65 เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตตัวแรก ตั้งเป้าโต 100%

โนเกีย (Nokia) กางแผนทิศทางดำเนินธุรกิจปี 2565 พร้อมลุยต่อยอดความสำเร็จปีที่ผ่านมา จ่อเปิดตัวโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้ง G ซีรีส์ และ C ซีรีส์

LINE MAN ทุ่มงบ 1 แสน หนุน #เราต้องรอด มอบโค้ดส่วนลดค่าส่งยาให้ผู้ป่วย Home Isolation

ในการเรียกใช้บริการไรเดอร์จาก LINE MAN เพื่อจัดส่งยาถึงบ้านผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอาการไม่รุนแรง ที่ทำการแยกกักตัวรักษาที่บ้าน

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้ว่าแบงก์ชาติเผยเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

จริงหรือไม่? คริปโทฯ (Cryptocurrency) ใช้พลังงานสูง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะเหตุใด Cryptocurrency ถึงใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ส่งผลกระทบให้โลกร้อนจนนักสิ่งแวดล้อมต้องออกมาเตือน เราหาคำตอบของเรื่องนี้มาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

“ซิปโซ่” เอสเอ็มอีกับนวัตกรรมข้าวต้ม Ready to Eat เข้าถึงลูกค้าขายผ่านร้านเซเว่นฯ

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

MUST READ

สกมช. เปิดหลักสูตร การรักษาปลอดภัยไซเบอร์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 1

ปัจจุบันโลกได้เข้าไปสู่ยุคดิจิทัลโดยสมบูรณ์ ส่งผลให้ภัยคุกคามด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเรื่องใกล้ตัว และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้ว่าแบงก์ชาติเผยเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

โนเกียกางแผนปี 65 เตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตตัวแรก ตั้งเป้าโต 100%

โนเกีย (Nokia) กางแผนทิศทางดำเนินธุรกิจปี 2565 พร้อมลุยต่อยอดความสำเร็จปีที่ผ่านมา จ่อเปิดตัวโทรศัพท์มือถือฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทั้ง G ซีรีส์ และ C ซีรีส์

7 เทรนด์ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนในปี 2565

วิกฤตห่วงโซ่อุปทาน ความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของลูกค้า

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น