TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight ฉากทัศน์เศรษฐกิจหลังโควิด และทักษะที่องค์กรและปัจเจกชนต้องมี

ฉากทัศน์เศรษฐกิจหลังโควิด และทักษะที่องค์กรและปัจเจกชนต้องมี

แม้ว่าสถานการณ์ ณ ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่สภาวะปกติ แต่ทั้งองค์กรธุรกิจและปัจเจกล้วนจำเป็นต้องเตรียมพร้อม ต้องคิดและมองไปข้างหน้าเพื่อวางแผนแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจและภูมิทัศน์ทางธุรกิจหลังสถานการณ์โควิดจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง องค์กรธุรกิจและปัจเจกจะต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถไปต่ออย่างมีประสิทธิภาพ และต้องเตรียมทักษะให้พร้อมหากมีสถานการณ์ที่ไม่คาดหมายแบบการเกิดวิกฤติโควิดเกิดขึ้นอีกในอนาคต  

อภิรัตน์ หวานชะเอม Chief Digital Officer บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์–ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า ภูมิทัศน์หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดสำหรับเศรษฐกิจและธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กในมุมมองของเขา จะแบ่งออกเป็น 3 เฟส คือ recover, re-invent และ re-engage 

เฟสแรก คือ การ recover หลังจากทุกอย่างดีขึ้นแล้ว มีการฉีดวัคซีน มีการเปิดประเทศ ทุกคนมีการรับรู้ที่เป็นบวกขึ้นสำหรับสิ่งที่อยู่รอบตัวในแง่ของความปลอดภัย องค์กรธุรกิจและปัจเจกจะ recover จากทุกอย่าง จากความรู้สึกของสถานการณ์ไม่ปกติ จากความคิดที่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และจากความกังวลเรื่องรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจเป็นอย่างแรก  กลับไปสู่ความคิดที่ปกติมากขึ้น อยากจะจับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ใช้เงินมากขึ้น กลับไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่เคยให้ความสำคัญในชีวิตก่อนที่จะเกิดโควิด

หากจะอ้างอิงกับทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ในช่วงโควิด คนกังวลเรื่องพื้นฐานมาก เช่น ความปลอดภัย การอยู่รอด อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปกติที่มนุษย์ทุกคนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

“แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่สำคัญสำหรับมนุษย์ คือ ท่อนบนของพีระมิด ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้า ความสำเร็จ ศักยภาพของตัวเอง การได้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งคุณค่าข้างบน คือ สิ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะฉะนั้น ผู้บริโภค จะต้องกลับไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่เคยสำคัญจริง ๆ ในชีวิตเรา แต่เราอาจจะไม่ได้คิดถึงเลยประมาณ 2 ปีแล้ว”

เฟสที่ 2 คือ re-invent แม้จะ recover แล้วกลับไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่เคยให้ความสำคัญ แต่เชื่อว่าจะมีพฤติกรรมใหม่ ๆ มีความต้องการใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากประสบการณ์ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กต้อง re-invent ตัวเอง ที่ไม่ใช่แค่การพัฒนาช่องทางใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับ new normal แต่ต้อง re-invent ถึงขนาดต้องเข้าใจว่าลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างแล้วจาก 2 ปีที่ผ่านมา และชีวิตหลังจากที่ recover มา เขามองอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่ ความต้องการเปลี่ยนไปไหม 

เช่น เขายังต้องการขับรถทุกวัน 2 ชั่วโมงฝ่ารถติดเพื่อเข้าไปทำงานในเมืองหรือเปล่า หรือว่า 2 ปีนี้พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเขามี option ใหม่ที่ไม่ต้องเสียเวลาวันละ 2 ชั่วโมงอยู่ในรถ แต่สามารถใช้เวลากับลูกได้มากขึ้น สนุกกับการใช้คลับเฮ้าส์ของหมู่บ้าน ที่เคยซื้อมาแต่ไม่เคยได้ใช้เลยมากขึ้น โดยการเปลี่ยนมุมมองชีวิตว่าเขาไม่จำเป็นต้องไปทำงานในสถานที่ที่เป็น prime location ก็ได้ 

แค่พฤติกรรมนี้ที่เปลี่ยนไป กระทบหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ขนส่ง แม้แต่ค้าปลีก เพราะฉะนั้นคำว่า re-invent หมายถึงเฟสที่ 2 ที่เมื่อทุกอย่างกลับมาสู่ปกติ ธุรกิจจะไม่สามารถทึกทักได้ง่าย ๆ ว่าทุกอย่างจะกลับไปเหมือนก่อนเกิดโควิด  จะต้องมองให้เห็นว่าการกลับไปเป็นปกติแบบใหม่ หรือ new normal หมายความอย่างไรต่อธุรกิจของตัวเอง ตั้งแต่สินค้าและบริการ ยุทธศาสตร์ธุรกิจที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ยังตอบโจทย์หรือไม่ หรือว่าพฤติกรรมชีวิตลูกค้าเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้อง re-invent เพราะหากลูกค้าเปลี่ยนไป แต่ธุรกิจไม่เปลี่ยน สิ่งที่วางไว้ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป 

ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสทางธุรกิจด้วย เชื่อว่ามีหลายอย่างที่ธุรกิจก่อนโควิดเคยอยากทำ แต่ ณ ตอนนั้น ไม่พร้อม ผู้บริโภคไม่ตอบรับ ลองตรวจสอบใหม่ เชื่อว่ามีหลายอย่างที่ตอนนี้ผู้บริโภคตอบรับเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมที่ถูกบังคับให้ลองช่วงโควิด 

“เฟสนี้ คือการ re-invent ที่ต้อง re-invent ตั้งแต่ความเข้าใจลูกค้า วิธีการทำธุรกิจ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ลูกค้าใช้แลิวติดใจในช่วงที่เขาต้องเผชิญโควิด เช่น พฤติกรรมออนไลน์ การให้ความสนใจเรื่องสุขภาพและสภาพความเป็นอยู่มากขึ้น เป็นต้น”

เฟสที่ 3 คือ re-engage คือ กลับไป engage ลูกค้าใหม่หลังจากที่ re-invent ตัวเองแล้วแน่ใจว่าปิดช่องว่างที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นหลังโควิดได้แล้ว หรือสร้างโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงหลังโควิดได้เรียบร้อย 

กลับไปหาลูกค้าใหม่ ต้องไปในรูปแบบและวิธีการใหม่ เช่น ต้องเป็นออนไลน์มากขึ้น หรือแนะนำตัวใหม่จากเดิมที่เน้นความสบายความหรูหรา อาจจะเปลี่ยนเป็นเพื่อความปลอดภัย เพื่อความยืดหยุ่น อาทิ สมัยก่อนนั้น บ้านคือบ้าน ที่ทำงานคือที่ทำงาน ยุคหลังจากนี้ บ้านจะเป็นการปนกันหลายอย่าง ทั้งที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน ที่เรียนหนังสือของลูก เพราะฉะนั้น เวลากลับไป re-engage อาจจะยกประเด็นเรื่องความยืดหยุ่นขึ้นมาเป็นหลัก เพราะก่อนหน้านี้ไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้จำเป็นต้องคุย เพราะถึงแม้จะกลับมา re-engage กันแล้ว ลึก ๆ ทุกคนเชื่อว่าหากสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว อาจจะเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นคงต้องเตรียมความพร้อมว่าหากเกิดลักษณะนี้ขึ้นอีกครั้ง จะทำอย่างไรถึงจะมีความยืดหยุ่น 

“ผมไม่เชื่อว่าทุกคนจะมองว่าบ้านจะเป็นแค่บ้าน แต่ทุกคนจะมองว่าต่อไปนี้บ้านจะต้องรองรับความต้องการหลากหลายได้ ฉะนั้น เวลาธุรกิจกลับไป re-engage จะต้องแนะนำตัวใหม่ จะต้องชูจุดขายใหม่ที่บอกลูกค้าว่าเราเข้าใจคุณ และเราต้องการสร้างความพร้อมนี้ให้คุณ หรือเรียกว่าการสร้างคุณค่าใหม่ เพราะตอน re-invent คือ พยายามมองว่าคุณค่าใหม่ในใจลูกค้า เวลากลับไปหาลูกค้าใหม่ต้องชูประเด็นคุณค่าใหม่เหล่านี้ และต้องแนะนำตัวใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่” 

แบรนด์ SCG ก่อนหน้านี้เป็น B2B ที่ไม่ค่อยได้ขายตรงให้ลูกค้า แต่ตอนนี้เป็นโอกาสที่กลับไปแนะนำตัวว่าจากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ผ่านมา จะเป็นแบรนด์ที่เข้ามาดูแลคุณค่าและประสบการณ์ชีวิตในบ้านที่ต่อไปนี้จะเป็น multi-function ปลอดภัย มีความยืดหยุ่น เพราะบ้านจะกลายเป็นชีวิตทั้งชีวิต บ้านไม่ใช่แค่ที่ที่กลับมานอนอย่างเดียวเหมือนก่อน 

“เริ่มคุยใหม่ เป็นโอกาสที่แบรนด์จะแนำนำตัวใหม่ได้ ลูกค้าจะเปิดรับในช่วงนี้ เพราะว่าเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ ทุกแบรนด์จะต้องมองตรงนี้ให้ออก มองมุมมองด้านบวกให้มาก ๆ มองหาโอกาสในวิกฤติ และกลับไปชวนลูกค้าคุย”

พันธกิจของ WEDO ในฐานะ Digital Office ของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 เฟสนี้

WEDO มีหน้าที่ 3 อย่าง COE – Center of Excellence, “WE DO” (create tangible outcomes and impacts) และ Visionary

หน้าที่แรก คือ COE – Center of Excellence คือ เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง design, business, technology เพราะเชื่อว่า 3 สิ่งนี้ คือ innovation trinity คือ เป็นสิ่งสำคัญ 3 อย่างที่ต้องมีในการทำนวัตกรรมให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งนวัตกรรมคือเครื่องมือในการทรานส์ฟอร์มองค์กร 

การทรานส์ฟอร์มองค์กรธุรกิจ คือ การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เข้ากับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ตามเจนเนอร์เรชันที่เปลี่ยนไป ซึ่งการปรับตัวไปสร้างความต้องการใหม่ที่เปลี่ยนไปต้องทำโดยใช้นวัตกรรม นวัตกรรมคือการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับองค์กร 

“เราเชื่อว่านวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จต้องเริ่มที่คน ต้องเป็นสิ่งที่คนต้องการ ต้องเป็นประโยชน์ในชีวิต (desirable) องค์กรต้องสามารถทำได้ ผลิตได้ ดูแลได้ ทำให้ลูกค้าใช้ได้ที่ต้นทุนซึ่งอยู่ในระดับที่เราเองรับได้ (practical) และต้องเป็นรายได้ใหม่ เป็นโอกาสธุรกิจใหม่ให้องค์กรด้วย (feasible) ซึ่งตอบโจทย์ด้วย design (design thinking เข้าใจลูกค้า เข้าใจคน) business (business model แบบใหม่) และ technology ที่ทำให้ practical เพราะฉะนั้น core competency ของเรา คือ design, business, technology”

หน้าที่ต่อมา คือ “WE DO” หรือ Implementor เป็นคนทำให้เกิดขึ้น จึงเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ส่วนใหญ่จ้างเวนเดอร์จากภายนอกมาทำให้ มาสู่การมีทีมหลักที่สามารถออกแบบและทำให้เกิดขึ้นได้เอง 

“เราต้องทำเป็น ทำให้เกิดได้จริง ทำเป็น คือ ทำออกมาแล้วดีในราคาที่รับได้ ในเวลาที่ไม่ช้าเกินไป ชื่อเล่นเรา คือ WEDO คือ we are digital office และ we do” 

หน้าที่สุดท้าย คือ Visionary เราจะช่วยผลักดันให้ SCG เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอยู่เสมอ เพราะว่าการทรานส์ฟอร์มไม่มีวันจบ เพราะบริบทของสังคมเดินหน้าไปเรื่อย ๆ หากจะให้องค์กรสามารถอยู่ไปได้อีก 100 ปี การทรานส์ฟอร์มต้องเป็นการทำที่ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ทำให้ต้องมีทีม visionary การที่จะบอกว่าจะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี ไม่สามาถอยู่ที่จุดเดียวแล้วบอกว่าเป็นได้ 

“หมวก 3 ใบของ WEDO คือ เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นคนที่ทำให้เกิดขึ้นจริง ทำได้จริง และเป็นผู้ที่มองไปข้างหน้าอยู่เสมอเพื่อช่วยให้ SCG ไม่ตกยุคด้านนวัตกรรม”

ประยุกต์ความสามารถทั้ง 3 อย่างของ WEDO

วิธีที่ประยุกต์ความสามารถทั้ง 3 อย่างของ เราได้ประยุกต์ทั้ง 3 ด้านของนวัตกรรม คือ Core Innovation คือ การทำให้ธุรกิจที่มีอยู่เดิมมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด ลดต้นทุนให้มากที่สุด และแข่งขันไปได้นานที่สุด  ฉะนั้น core business เดิมไม่ทิ้งแต่ต้องทรานส์ฟอร์มเพื่อให้อยู่ต่อไปได้นานที่สุด 

ด้านที่ 2 คือ Adjacent Innovation คือ พัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตรงยุคตรงสมัยตรงใจลูกค้ามากขึ้น แต่ยังใกล้เคียงกับธุรกิจเดิม เช่น SCG Home เป็นช่องทางการขายในรูปแบบใหม่ เป็นการนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น ซึ่งยังใกล้เคียงกับสิ่งที่ SCG ทำอยู่ คือ living solution หรือธุรกิจแบบคิวช่างซึ่งเป็นมาร์เก็ตเพลสของช่างที่เข้าไปดูแลบา้นลูกค้า ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่ยังต่อยอดเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ 

ด้านที่ 3 คือ New/Transformative Innovation คือ ถ้าธุรกิจในปัจจุบันกำลังโดน disrupt ลำพังกลยุทธ์ adjacent  อาจจะหนีไม่พ้นในระยะยาว เพราะฉะนั้นต้องมีธุรกิจใหม่เลย ซึ่ง SCG กำลังเข้าไปสำรวจสิ่งที่อาจจะไม่เคยทำมาก่อน แต่เป็นแนวโน้มธุรกิจในอนาคต อาทิ พลังงานทางเลือก และสุขภาพ เป็นต้น 

ซึ่งทั้ง 3 ด้านนี้อยู่ภายใต้วิสัยทัศน์หลักของบริษัทฯ คือ ‘Passion for better living’ เพื่อเป็นผู้สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าที่ไม่ใช่แค่วัสดุที่ดี แต่คือชีวิตที่ดี และสอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ๆ ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ชีวิต 

“นี่คือ 3 หลักการที่เราใช้เพื่อผลักดันเรื่องการทรานส์ฟอร์มให้กับ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี”” 

พันธสัญญาในการขับเคลื่อนระบบนิเวศทางเศรษฐกิจผ่านบทบาท WEDO 

ถ้าหากต้องการความยั่งยืนจะต้องมีระบบนิเวศ ซึ่งจุดแข็งประการหนึ่งของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี คือ การมีระบบนิเวศ มีพันธมิตรทั้งเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศที่อยู่กันมาหลายสิบปี พันธมิตรผู้ผลิต รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งพันธกิจของ บริษัทฯ ในการทรานส์ฟอร์ม จะต้องทรานส์ฟอร์มเพื่อน ๆ ในระบบนิเวศด้วย 

ตัวอย่างเช่น ตอนทำ SCG Home เราก็ได้พาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีเข้าไปช่วยดีลเลอร์ให้มีศักยภาพมากขึ้น ผ่านแนวคิดธุรกิจที่เรียกว่า digital partner หรือแม้แต่ธุรกิจ SME ที่เป็นคู่ค้าก็มีการนำเทคโนโลยี อาทิ machine learning, forecast เข้าไปสนับสนุนให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น 

WEDO เริ่มเข้าไป engage ระบบนิเวศทั้งที่เป็นภาคเอกชนและองค์กรภาครัฐ (NIA หรือ เนคเทค) และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ บางมด ลาดกระบัง พระนครเหนือ เพื่อจะชวนคุยเรื่อง new innovation 

สำหรับภาคเอกชนที่มีการพูดคุยกันแล้ว เช่น การดูแลสุขภาพ หรือ active aging ในอนาคต การสร้างคุณค่าเพิ่มเติมให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ  รวมถึงเรื่องพลังงาน เป็นต้น ผ่านรูปแบบของการทำวิจัยร่วม และทำ open innovation ด้วยกัน 

ส่วนหน่วยงานภาครัฐนั้น เราเข้าไปทำการบ่มเพาะความเข้าใจในหลักการของ innovation trinity และการนำเทคโนโลยี AI และ IoT เข้าไปใช้ รวมถึงเข้าไปช่วยบ่มเพาะมหาวิทยาลัยด้านเกษตรหลัก ๆ ของประเทศ รวมทั้งเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบนิเวศที่มีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีที่จริงจังมากขึ้น 

สำหรับมหาวิทยาลัยนั้น มีความแข็งแกร่งเรื่องเทคนิคอล มีการสอนเรื่อง AI, robotics, IoT แต่อาจารย์อาจจะยังขาดประสบการณ์ในการพัฒนาธุรกิจใหม่ การเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เราเข้าไปช่วยเติมเต็มตรงนี้ เพื่อให้นิสิตนักศึกษาเข้าใจว่าเวลาทำนวัตกรรมต้องมองด้านไหนบ้าง และนวัตกรรมที่จะกลายเป็นธุรกิจได้จริง ๆ ต้องต่อยอดอย่างไร เพื่อให้เทคโนโลยีและงานวิจัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัยสามารถออกสู่ตลาดได้จริง และมีโอกาสเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น ในทางกลับกันก็ดึงพันธมิตรภาคเอกชนเข้ามาเพื่อทำให้เกิดการระดมทุน 

จุดประสงค์คือต้องการให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของนวัตกรรมและระบบนิเวศให้ได้มากขึ้นประเทศไทยไม่สามารถเป็นได้แค่ผู้ใช้งานหรือซื้อมาขายไปเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อีกต่อไปเพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเป็นเรื่องนี้

“เดิมเรามองตัวเองเป็นฐานการผลิต มหาวิทยาลัยจึงผลิตบุคลากรเข้าไปอยู่ในระบบอุตสาหกรรมเพื่อช่วยผลิต แต่ประเทศไทยจะต้องเป็นฐานด้านนวัตกรรม จึงมองว่าบุคลากรจะต้องสามารถออกแบบเป็น สร้างเป็น ทำเป็นด้วยตัวเองด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นช่องว่างของทักษะที่ค่อนข้างใหญ่ เวลาเราเข้าไปทำงานร่วมกับ NIA, เนคเทค และมหาวิทยาลัย เราพยายามมองหาช่องว่างตรงนี้และสร้างบุคลากรไปด้วยกัน โดยที่ภาคการศึกษาเป็นผู้ออกแบบหลักสูตรใหม่ที่ตอบโจทย์นี้ เราเป็นคนสร้างโอกาสที่นิสิตนักศึกษาออกมาฝึก อาทิ โครงการ WEDO Young Talent ก็เป็นโครงการที่ให้โอกาสเขามาทดลองทำงานจริง ได้เห็นจริงว่ายังมีช่องว่างของทักษะอะไรอยู่ และหากต้องการเป็นผู้สร้างนวัตกรรมจะต้องคิดเป็นทำเป็นในเรื่องอะไรบ้าง” 

WEDO อยากเป็นส่วนเล็ก ๆ ในการผลักดัน new economy ซึ่งมีหลายอย่างแต่สิ่งที่เชื่อว่ามีศักยภาพเรียกว่า deep digital economy เป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ทำเรื่องดิจิทัล ที่ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์ม แต่ว่ามีนวัตกรรมที่เป็นฮาร์ดแวร์ เช่น IoT เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เพราะฉะนั้น จะมีการสร้างงานมากกว่า pure digital อย่างเดียว จะมีฐานการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่มที่มากกว่าแค่ดิจิทัลอย่างเดียว

“เราไม่อยากได้เวอร์ชันที่ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนแล้วเราส่งคนเข้าไปอยู่ในโรงงานเขาเหมือนเดิม เราอยากได้เวอร์ชันที่ มันคือธุรกิจของคนไทยด้วยกัน เราจะได้เป็นเจ้าของ deep digital economy นี้” 

นอกจากนี้ เรากำลังทำ The Maker Exchange โดยที่เป็นเวทีกลางในการพา 3 ภาคส่วนนี้ (เอกชน ภาครัฐ และมหาวิทยาลัย) มาเจอกัน ภายใต้แนวคิด deep digital economy นำนวัตกรรมจากในมหาวิทยาลัย น้อง ๆ ที่มี passion มีความรู้ความเข้าใจเรื่อง IoT เรื่อง AI มาเจอกับภาครัฐที่มีเงินทุน ภาคธุรกิจที่มีความต้องการ ที่รู้ว่า new normal ที่ลูกค้าอยากได้คืออะไร ที่อยากหาช่องทางใหม่ ๆ ในการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า มาเจอกันตรง The Maker Exchange และทำให้เกิดเป็น value creation ecosystem ทำให้เกิดเป็นจุดที่ทุกคนเอาความต้องการมาเจอกันแล้วทำให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็นรูปธรรม ที่ตอนจบอาจจะกลายเป็นสตาร์ตอัพใหม่ที่มีนวัตกรรมที่เป็นฮาร์ดแวร์หรือสมาร์ทดีไวซ์ออกมาด้วย ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์อย่างเดียว

“Deep digital economy ไม่เฉพาะคนไอทีหรือคนดิจิทัลแล้ว เพราะ deep digital economy คือ physical computing ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่คอมพิวเตอร์จะเข้ามากลมกลืนอยู่ในทุกอย่างในชีวิตประจำวันเราแล้วทำให้มีคุณค่ามากขึ้น ดังนั้น นักออกแบบอุตสาหกรรมก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในนี้ได้ คนที่ออกแบบแฟชั่นก็สามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ จะเกิด creative economy อย่างแท้จริงขึ้นมาก ในอดีต Google, Facebook ที่มีมูลค่าสูง ๆ นั้นสร้างโอกาสให้เฉพาะคนที่ทำดิจิทัลเท่านั้น แต่พอเป็น deep digital economy จะสร้างโอกาสให้ทุกคน เพราะจะมีเรื่องผลิตภัณฑ์ แฟชั่น การออกแบบ เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้แต่เรื่องสถาปัตยกรรม หวังว่าจะช่วยสร้างโอกาสและผลักดันในเซกเมนท์ที่กว้างขึ้น”​

Priority ของ WEDO 

พันธกิจแรก คือ การสร้างความคิดและการตระหนักรู้ว่าจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของนวัตกรรมและระบบนิเวศนวัตกรรม (Ownership) คือ พันธกิจในการปลูกฝัง mindset ใหม่ ว่าจะต้องเป็นเจ้าของนวัตกรรม ต้องเป็นนวัตกร มีความสามารถในการออกแบบสร้างเทคโนโลยีเองได้ เป็นเจ้าของนวัตกรรมที่สร้างรายได้และคุณค่าได้จริง ต้องเป็นเจ้าของระบบนิเวศด้วย 

“มันง่ายที่จะไปขอร่วมกับคนอื่นที่เขามีลูกค้าอยู่แล้ว แบบนี้เร็วก็จริงแต่ไม่ไกล เพราะเหมือนยืมจมูกเขาหายใจ แต่ความคิดใหม่คือ เรามีศักยภาพพอที่จะสร้างและเป็นเจ้าระบบนิเวศและให้คนอื่นเข้ามาร่วมกับเราได้” 

พันธกิจที่สอง คือ ต้องมองไปข้างหน้าและไม่ตกยุค (Visionary) และความสามารถที่ต้องปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ในยุคนี้ไม่ใช่ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็นยุคที่ปลาเร็วกินปลาช้า ถ้าเคยเป็นปลาใหญ่ ต้องทำอย่างไรให้เป็นปลาใหญ่ที่เร็วด้วย ดังนั้น resiliency กับ speed จึงมีความสำคัญอย่างมาก 

คำแนะนำ 

เริ่มจากปัจเจก เพราะปัจเจก คือ ส่วนหนึ่งขององค์กร บางปัจเจก คือ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ถ้าปัจเจกไปได้ถูก องค์กรก็ไปได้ถูกโดยปริยาย ถ้าเริ่มจากตัวเรา เราต้องมี growth mindset ก่อน ต้องเริ่มจากตรงนี้ ไม่มีทางเลือก growth mindset คือ การมองทุกอย่างรอบตัว หากมองทุกอย่างว่า คือ ปัญหา ต้องแบกและท้อ ตอนจบจะล้มเหลวแน่ ๆ ปัญหามีอยู่จริง หากมองว่าปัญหามีไว้แก้ไม่ได้มีไว้แบก แต่ถ้ามองทุกอย่างเป็นความท้าทาย  จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ปัญหาไมไ่ด้ง่ายลง แต่อย่างน้อย mindset แบบนี้ มีโอกาสที่จะแก้ปัญหาได้สำเร็จมากกว่าแน่นอน growth mindset คือ การมองว่าปัญหาคือโอกาสในการแก้ ไม่ใช่เอามาแบก แต่มองว่าปัญหาทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ 

ความท้าทายจากปัญหาโควิด ทำให้เกิดโอกาสใหม่ ๆ เพราะผู้บริโภคเปลี่ยน ความเชื่อเปลี่ยนพฤติกรรมไป อย่างแรกต้องมี mindset ที่ถูกต้องก่อน เป็น growth mindset เป็น mindset ที่มองหาโอกาสในวิกฤติ ไม่ใช่มองเห็นแต่วิกฤติอย่างเดียว

หลังจากนั้นเริ่มมีหลักการ การที่บอกว่าองค์กรต้อง resilience ต้องสามารถ expect the unexpected ต่อไปนี้ธุรกิจอาจจะผลกระทบ เจอสิ่งที่ไม่คาดฝัน และทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นจะไม่สามารถจินตนาการเหมือนเดิมได้ว่า หากอยู่ในตำแหน่งนี้ไปอีก 5 ปีจนเกษียณ 5 ปีนี้แค่ทำในส่ิงที่เคยทำมาให้ดีไม่ให้พลาดก็สำเร็จแล้ว อย่างนั้นไม่ได้แล้ว ต้องคาดคิดไว้เลยว่า 5 ปีนี้อาจจะต้องทำอะไรใหม่ ๆ อาจต้องมีการพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การทำงานอีกหลายรอบเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปัจจุบันมี framework ให้ใช้ อาทิ การใช้ design thinking เพื่อเข้าใจลูกค้า เข้าใจสถานการณ์และบริบทใหม่ สามารถสร้างสินค้าและบริการใหม่ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ หรือจะเป็นหลักการของ lean startup ที่ทำให้ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่เหมือนเป็นสตาร์ตอัพ คือ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลามีการวัดผลควาสำเร็จหรือความไม่สำเร็จบ่อย ๆ ออกแบบองค์กรเพื่อมาเตรียมตัวปรับเปลี่ยน เป็นต้น 

ดังนั้น เริ่มจากตัวเองก่อนเปลี่ยน mindset เรียนรู้หลักการทางธุรกิจใหม่ ๆ แบบนี้ แล้วกลับไปออกแบบองค์กรว่าองค์กรจะมีไว้สำหรับเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเหมือนกับองค์กร zero-to-one องค์กรที่สามารถกลับไปนับศูนย์ นับหนึ่งได้ใหม่ในทุก ๆ ครั้งที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ในช่วงที่เป็นช่วง recovery ให้ถือโอกาสนี้ในการปรับปรุงตัวเอง สะสมความสามารถและพละกำลัง พอพายุผ่านไปจะได้กลับไปแข็งแกร่งกว่าเดิม องค์กรที่มี growth mindset จะใช้ช่วงนี้ปรับปรุง upskill/reskill คน 

“การ upskill/reskill เพื่อรองรับ new economy ที่เราอยากจะไปเป็นสิ่งที่สำคัญ ก็ขอแนะนำ 3 อย่าง คือ เริ่มที่ตัวเราก่อน ปรับ mindset ให้ถูกต้อง หาโอกาสในวิกฤติให้ได้ จากนั้นไปที่องค์กรเรา เรียนรู้เทคนิคใหม่ที่จะทำให้องค์กรเราเป็น zero-to-one ได้” 

ทักษะที่องค์กรควรมีในอนาคต

ทักษะที่องค์กรควรมีในอนาคต คือ ต้องเป็น innovative organization ในอดีตมองว่า innovation นั้นเฉพาะเจาะจงและไกลตัวมาก เชื่อว่าองค์กรส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนวัตกรรม แต่คิดว่าเป็น operative organization แค่ดำเนินการไปเรื่อย ๆ ก็อยู่ได้ แต่พอเกิดความไม่แน่นอนขึ้นองค์กรเหล่านี้เกิดผลกระทบสูงมาก ความท้าทาย คือ หากเขารอดตายจากโควิด เขาต้องเป็นองค์กรในเวอ์ชันใหม่ ซึ่งไม่ง่ายที่องค์กรที่เป็น operative organization จะเปลี่ยนตัวเอง ดังนั้น ความสามารถในการเปลี่ยนตัวเองได้ คือ ต้องเป็น innovative organization คือ เป็นองค์กรที่ถูกออกแบบมาใหม่ให้สามารถคิดของใหม่ทำของใหม่ปรับตัวเองเป็นเวอร์ชันใหม่ได้ 

แม้ว่าองค์กรนั้นจะอยู่ในเซกเมนท์ที่เป็น operation-based จะต้องเพิ่มความเป็น innovative มากขึ้น ต้องมีความสามารถในการทำนวัตกรรมใหม่ ๆ จากการเป็น operative organization เป็น innovative organization ซึ่งต้องปรับตั้งแต่ mindset, skill, technology ความเข้าใจลูกค้า เหล่านั้นทั้งหมด 

Key success ของ transformation องค์กรไปจนถึงระดับประเทศ คือ mindset เพราะการทำ transformation องค์กร ก็คือการ transformation คนของในองค์กรนั้นหรือในประเทศนั้น 

Operative mindset vs Innovative mindset ยุคอุตสาหกรรม คือ operation เป็น mindset ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงจะเน้น operation excellency แต่ช่วงนี้โลกเข้าสู่ยุคนวัตกรรม จะต้องเป็น innovative mindset กล้าลองของใหม่ กล้าคิดของใหม่ กลับไปเข้าใจคนให้มากขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสินค้าและบริการใหม่ ๆ จริง ๆ แล้ว innovative mindset คล้าย Thailand 4.0 มาก เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยี 

Specialist vs Generalist จะต้องเปลี่ยนจาก specialist skill  ไปเป็น generalist skill มากขึ้น ซึ่ง specialist skill คือ ทักษะที่ผลิตเพื่อป้อนเข้าอุตสาหกรรมที่มีหน้าที่อย่างชัดเจนและต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ตอนนี้ผลิต specialist skill เข้าสู่ตลาด แต่ถ้าจะเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมไปเป็นนวัตกรรม จะต้องการคนที่รู้รอบมากขึ้น ต้องการวิศวกรที่เข้าใจคน ไม่ได้โฟกัสที่ตัวเทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีไปสร้างคุณค่าให้คนได้อย่างไร และต้องเข้าใจด้วยว่าต้นทุนเหมาะสมในแง่ธุรกิจไหม จะสามารถเป็นเจ้าของสิ่งนี้ได้อย่างไร องค์กรจะบริหารได้อย่างไร ฉะนั้น ต้องเป็นวิศวกรที่เข้าใจธุรกิจและการออกแบบด้วย ในทางกลับกันก็ต้องการคนที่จบ MBA มาแล้วเข้าใจเทคโนโลยีเพื่อเอาไปสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อจะเข้าใจพฤติกรรมคน Generation WE อยากได้อะไร 

Employee vs Entrepreneur mindsets องค์กรที่เป็น innovative organization อยากได้พนักงานที่ทำงานเน้นแต่กระบวนการทำงาน แต่เน้นที่ผลของงาน ไม่ได้มองแค่ว่าได้ทำงาน 

“จากประสบการณ์ หากเข้าไปเจอองค์กรที่พนักงานมี mindset ทั้งสามสิ่งนี้ชัดเจน การทำ transformation จะไปได้เร็วมาก mindset สร้างได้ แต่สร้างยาก แต่ก็ต้องสร้าง ไม่ใช่ทุกคนในองค์กรที่สามารถเปลี่ยน mindset ได้ การพัฒนาทักษะคนง่ายกว่าการเปลี่ยน mindset คนอย่างมาก แต่เนื่องจาก mindset เป็นสิ่งสำคัญในการทรานส์ฟอร์มองค์กร ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญจำเป็นที่ต้องทำให้สำเร็จ” 

หากเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จมาในอดีตแต่ต้องการทรานส์ฟอร์มไปประสบความสำเร็จในอนาคตด้วย แปลว่าธุรกิจดั้งเดิมยังมีอยู่ แต่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมา ดังนั้น จะเป็น innovative organization ไม่จำเป็นต้องเป็น 100% ก็ได้ ตอนเปลี่ยน mindset คน คนบางส่วนที่มี mindset ที่ไม่อยากเปลี่ยน ก็สามารถให้เขามาดูแลธุรกิจเดิมได้ ส่วนคนที่มี mindset ที่ยินดีจะเปลี่ยนก็พาเขาไปในส่วนนวัตกรรม

“ไม่ใช่ว่าต้องเปลี่ยน mindset ของทุกคนในองค์กรได้ ถึงจะทรานส์ฟอร์มสำเร็จ” 

STAY CONNECTED

6,806แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

คาร์โก้ การบินไทย ขนส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง อีก 1 ล้านโดส

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยฝ่ายการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ร่วมกับ ฝ่ายบริการคลังสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ ได้รับความไว้วางใจจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้ปฏิบัติภารกิจขนส่งวัคซีน "ซิโนฟาร์ม" จำนวน 1 ล้านโดส

เด็กไทย สร้างแอนิเมชั่นส่งยานอวกาศสู่นอกโลก จากเกม Minecraft

มีผลงานเด็กไทยเด็ดๆมาอวดกันอีกแล้ว สำหรับ"บิ๊ก- สิทธิพันธ์ หิรัตพันธุ์"เจ้าของช่อง "BikMCTH " ครีเอเตอร์ภายใต้สังกัด Online Station ผู้ที่เคยสร้างสรรค์ผลงานสุดคูลในสไตล์ Short Movie

สถานทูตออสเตรเลีย แนะเด็กไทยใช้ Thailand learning ศึกษาตลอดชีวิต

สถานทูตออสเตรเลีย ได้ร่วมกับมูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ได้จัดทำเว็บพอร์ทัลการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ภายใต้ชื่อ www.thailandlearning.org

บี.กริม ช่วยเหลือชุมชนชาวสระแก้วฝ่าวิกฤติ โครงการ “บี.กริม บวร”-โรงเรียน อ.ฮ. ลิงค์

จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุม 25 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในอำเภออรัญประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา

เยาวชนนักออกแบบ ร่วมการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า GREENPOWER

Rolls-Royce Motor Cars มีความยินดีที่จะประกาศว่า โซเฟีย เป็นผู้ชนะประจำภูมิภาคของสหราชอาณาจักรจากโครงการ Young Designer Competition ของโรลส์-รอยซ์ที่จัดขึ้นในปีพ.ศ. 2563

โรบินฮู้ด ต่อมาตรการ “เราช่วยคุณ คุณช่วยร้าน” ส่งฟรีทุกออเดอร์อีก 8 วัน

"ธนาคารไทยพาณิชย์" และ "โรบินฮู้ด" แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ในเครือธนาคารฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของสังคมไทยที่มีต่อสถานการณ์โควิด-19

ไปรษณีย์ไทย สนง.เขตหลักสี่ เปิด “ศูนย์พักคอย” 118 เตียง รับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานเขตหลักสี่ เดินหน้าสนับสนุนภาคสาธารณสุข จัดตั้ง "ศูนย์พักคอย" จำนวน 118 เตียง รองรับผู้ป่วย COVID-19 ของกรุงเทพมหานคร

เก็บเงินยังไงก็ไม่อยู่ แก้ง่าย ๆ ด้วยกฎเซฟเงินแบบ 50-30-20

ใคร ๆ ก็ฝันอยากมีเงินเก็บกันทั้งนั้น แต่ในสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างนี้ เหล่าคนทำงานโดยเฉพาะเหล่าเฟิร์สจ็อบเบอร์ (First jobber) หรือแม้แต่มนุษย์ออฟฟิศวัยหลักเลขสองปลาย ๆ

‘ศรีสวัสดิ์’ ผนึกพันธมิตร ลุยธุรกิจประกัน บริการเร็วทันใจ คุ้มครองครบจบ

ศรีสวัสดิ์ จับมือพันธมิตรบริษัทประกันชั้นนำ รุกตลาดนายหน้าประกันเปิดรับทำประกันทุกชนิด ชูจุดเด่น ‘สินเชื่อและประกันครบ จบที่ศรีสวัสดิ์’

AstraZeneca ยืนยัน เร่งผลิตและส่งมอบวัคซีนให้ไทย

จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนพี่น้องชาวไทย โดย เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด

MUST READ

5 ฟีเจอร์ เกาะติดขอบสนามกีฬาโอลิมปิก #Tokyo2020 แบบเรียลไทม์บนทวิตเตอร์

โอลิมปิกเกมส์เริ่มแล้ว มหกรรมกีฬาที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก ทวิตเตอร์จึงพร้อมส่ง 5 ฟีเจอร์เด็ดที่จะมาอัปเดตคอนเท้นท์ระดับพรีเมี่ยม

ดีแทค ปิดศูนย์บริการชั่วคราวสาขา ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า 13 จังหวัด

ดีแทคปิดศูนย์บริการชั่วคราวสาขาที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่เข้มงวดควบคุมสูงสุดทั้ง 13 จังหวัด เริ่ม 20 ก.ค. – 2 ส.ค. แนะนำลูกค้าใช้บริการช่องทางดิจิทัล – ดีแทคแอป

Amity ตั้งเป้าเป็น “บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก” ใน 3-5 ปี

Amity ต้องการเป็นผู้นำในตลาด IaaS ระดับโลกใน 3-5 ปีข้างหน้า ด้วยบริการโซลูชันที่ช่วยเสริมแรงองค์กรในการสร้างและรักษาฐานลูกค้า และสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานลูกค้าด้วยฟฟีเจอร์ด้านโซเชียล ปัจจุบัน

กรมการแพทย์ เปิด Walk-in ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19

กรมการแพทย์ เปิด Walk-in ให้บริการฉีดวัคซีน โควิด 19 แก่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้มีน้ำหนักตัว 100 กก.ขึ้นไป

แฟลช เอ็กซ์เพรส ย้ำ 5 มาตรการเยียวยาลูกค้า สาขาวังน้อย

แฟลช เอ็กซ์เพรส แจง 5 มาตรการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดศูนย์กระจายพัสดุสาขาวังน้อย ยืนยันชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น