TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight “คนละครึ่ง” ก้าวแรก สู่สังคมไร้เงินสด

“คนละครึ่ง” ก้าวแรก สู่สังคมไร้เงินสด

“คนละครึ่ง” สำเร็จมากเกินความคาดหมาย เป็นบทพิสูจน์ความพร้อมของคนไทยในการเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด และไม่ใช่โครงการแรกที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แต่เป็นโครงการแรกที่ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างมากจนจุดติดกระแสไร้เงินสดในระดับรากหญ้า และเป็นก้าวแรกที่จับต้องได้ของการเดินทางสู่สังคมไร้เงินสดและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

-เอไอเอส เปิดโซลูชันดัน SMEs ไทยรอดวิกฤติ พร้อมเติบโตแข่งขันระดับโลก
-“รัฐล้มเหลว” … ซ้ำเติมเศรษฐกิจ

สมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการนี้ กล่าวกับ The Story Thailand ว่า ที่ โครงการ “คนละครึ่ง” นี้เป็นที่นิยมมากในหมู่ประชาชน เพราะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน คนจะรู้สึกว่า “คนละครึ่ง” ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเขา เช่น เคยซื้อข้าวแกงจานละ 50 บาท ตอนนี้เหลือ 25 บาท

ประการต่อมา เพราะโครงการนี้เน้นที่ผู้ประกอบการรายย่อย ไม่ได้ให้รายใหญ่เข้ามา การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจะไปเน้นที่ร้านค้าเล็ก ๆ แม้กระทั้งร้านค้ารถเข็น สิ่งที่ทำให้คนค้าขายเหล่านี้เข้ามาใช้ เพราะหากเขาไม่ใช้เขาจะขายสู้ร้านค้าอื่นที่เข้ามาใช้ไม่ได้ ทำให้เกิดเป็นกระแสว่าร้านอื่นใช้ ร้านข้าง ๆ ใช้ ก็ต้องใช้บ้าง เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีคนซื้อ เพราะค่าใช้จ่ายของคนซื้อจะต่างกันมาก

“สิ่งที่เคยมองว่าคนอายุมากจะใช้เทคโนโลยีไม่ได้ โครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า ไม่จริง ถ้าหากเขาได้ประโยชน์ มีแรงจูงใจมากพอ เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ปรับตัวได้”

สำหรับ โครงการคนละครึ่ง คนใช้จ่ายที่มีอายุ 61-80 ปีมีจำนวมากกว่า 200,000 คน และใช้จ่ายต่อวันเกือบวันละ 100 ล้านบาท 

“เรื่องเทคโนโลยี อาจจะยากหน่อยสำหรับคนบางกลุ่มบางคน แต่ไม่ใช่เรื่องที่เรียนรู้กันไม่ได้ จึงเป็นความหวังที่จะผลักดันประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมีความเป็นไปได้” 

นอกจากองค์ประกอบเหล่านี้ ยังมีเรื่อง “จิตวิทยา” เรื่อง “กระแส” ทั้ง 2 ข้าง ทั้งข้างประชาชน และข้างผู้ประกอบการค้าขายรายเล็ก ๆ พอเกิดเป็นกระแส ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมจากจำนวนไม่กี่แสนราย กลายเป็นมากกว่า 1 ล้านร้านค้า คนทั่วไปพอเห็นเพื่อนใช้ ก็อยากจะลงทะเบียน อยากใช้ด้วย เพราะเห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน 

การลงทะเบียนพอรู้สึกว่าต้องแย่งกันลงทะเบียน ก็เกิดเป็นกระแสอีก การเกิดกระแสขึ้น ทำให้โครงการนี้เป็นที่กล่าวขวัญ ถูกพูดถึงกันมาก คนรู้สึกว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์มาก ทั้งร้านเองและคนใช้จ่ายเอง 

“หลายร้านค้ารวมทั้งร้านค้ารถเข็นที่ผมไปพูดคุยด้วย บอกว่าก่อนที่จะมีโครงการคนละครึ่ง เขาขายได้น้อยมาก แต่มีโครงการคละครึ่งแล้ว เขาขายได้มากกว่าเดิม 2-3 เท่า ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจในระดับรากหญ้าเดินได้จริง ๆ”

“คนละครึ่ง” เฟส 1 และเฟส 2 ต่อเนื่องกัน คนที่ลงทะเบียนในเฟสแรกแล้ว เฟส 2 ได้เงินเพิ่มอีก 500 บาท โดยไม่ต้องไปลงทะเบียนใหม่ ส่วนคนที่ลงทะเบียนใหม่ในเฟส 2 ได้ 3,500 บาท ช่วงท้าย ๆ ของเฟส 1 คนเริ่มเข้ามาใช้จ่ายกันค่อนข้างมาก ต่อเนื่องมาจนถึงเฟส 2 ทำให้รวมแล้วมีคนลงทะเบียนทั้งสิ้น 15 ล้านคน วงเงินสะพัดจากโครงการนี้ทั้ง 2 เฟสรวมแล้ว 6 หมื่นล้านบาท 

การทำให้ใช้จ่ายได้ง่าย จะทำให้เข้าไปถึงคนที่ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีก็สามารถใช้ได้ ทำให้การใช้งานไปสู่ฐานผู้ใช้งานที่ค่อนข้างกว้าง

คนไทยใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าร่วมโครงการหลาย ๆ ของรัฐบาลที่ออกมา รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน 

การออกแบบการใช้งาน (User experience) มาจากการเรียนรู้จากโครงการก่อนหน้านั้น ในเรื่องของการลงทะเบียน เป็นระบบการลงทะเบียนที่พัฒนามาตั้งแต่ “ชิม ช้อป ใช้” และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนมาถึงโครงการคนละครึ่ง

สิ่งที่เจอปัญหาคือ OTP (One-time Password) ว่าในการส่งออก SMS เกิดติดขัดเป็นคอขวดตอนส่ง SMS ไปหาผู้ใช้ ซึ่งพยายามให้มีโอเปอเรเตอร์มากกว่า 1 ราย เริ่มจากทรูรายเดียวขยายเพิ่มเป็นเอไอเอสและดีแทค 

“SMS ที่ส่งไปยังหมายเลขดีแทค ส่งไปไม่ได้ ระบบจะส่งซ้ำ ทำให้ SMS ท่วมท่อที่ส่งออกทำให้คนได้รับ SMS ค่อนข้างช้า ส่วนแอปฯ เป๋าตัง ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพราะรองรับการใช้ง่ายตั้งแต่คนระดับรากหญ้าไปจนถึงคนชั้นกลางทั่วไป”

สิ่งที่ท้าทายที่สุด

สิ่งที่ท้าทายที่สุดของโครงการคนละครึ่งไม่ใช่เรื่องการออกแบบ เพราะการออกแบบมีการเรียนรู้มาก่อนแล้ว แต่เรื่องของการรองรับปริมาณธุรกรรมที่เข้ามาจำนวนมาก ต้องออกแบบเพิ่มเติม เพราะคนใช้ทั่วประเทศวันละมากกว่า 7 ล้านรายการ มีการใช้จ่ายเกิน 1 พันล้านบาทในแต่ละวัน ทำอย่างไรให้ระบบรองรับได้ โดยให้มีปัญหาติดขัดน้อยที่สุดถึงไม่มีปัญหาเลย นี่คือความท้าทาย

“โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่ทำโครงการมา และมีการใช้ต่อเนื่องตลอด”

การลงทะเบียนถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีปริมาณธุรกรรมค่อนข้างมากแต่ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ “คนละครึ่ง” จะเกิดธุรกรรมจำนวนมากและต่อเนื่องตลอดเวลา

หากมีเฟส 3 เฟส 4 จะต้องเตรียมให้มากขึ้นและดีขึ้นกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลไปถึง Mobile Banking ของแต่ละธนาคารว่าต้องเตรียมตัวมากขึ้น เพราะว่าปริมาณธุรกรรมในการเติมเงินจะสูงมากขึ้นมาก ทั้ง ITMX และ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารต้องเตรียมการด้วยเหมือนกัน

“ดูจากความสำเร็จของโครงการคนละครึ่งและจากแนวโน้ม คิดว่ารัฐบาลอาจจะมีเฟส 3 เฟส 4 ได้ และเฟส 3 เฟส 4 จะครอบคลุมคนจำนวนมากขึ้นกว่านี้ จำนวนรายการจะมากขึ้นกว่านี้เป็น 2 เท่า” 

ผลกระทบ “คนละครึ่ง”

คุโณปการของ “คนละครึ่ง” ไม่ได้มีต่อแค่ร้านค้าและประชาชน เพราะโครงการคนละครึ่งไม่ใช่แค่ร้านค้าใช้ “ถุงเงิน” ประชาชนใช้ “เป๋าตัง” ไม่ได้อยู่เพียงเท่านี้ ซึ่งทั้งเป๋าตังและถุงเงินจะมีการใช้งานตอนที่มีการใช้จ่าย แต่ก่อนจะใช้จ่ายต้องเติมเงิน เวลาคนเติมเงินจะเติมจาก Mobile Banking 

หลายธนาคารมีขีดความสามารถค่อนข้างจำกัดในการรองรับปริมาณรายการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลายธนาคารต้องปรับระบบค่อนข้างมาก ซึ่งหากมีเฟส 3 เฟส 4 ธนาคารอาจจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในการเตรียมระบบให้พร้อมรองรับการเติมเงินที่มีมากขึ้น 

หากมองภาพรวม จะเห็นว่าการที่มีโครงการคนละครึ่ง ทำให้ธนาคารต้องปรับตัวมากขึ้น ประชาชนก็ปรับตัวมากขึ้น ร้านค้าแม้กระทั่งร้านค้าเล็ก ๆ ก็ปรับตัวมากขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ คือ จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น

“เมื่อก่อนเคยเห็นที่เมืองจีนเวลาซื้อขาย แม้กระทั่งบริจาคเงินให้ขอทาน ไม่ต้องใช้เงินสด ใช้ยิง QR Code ตอนนั้นเราก็นึกไม่ออกว่าประเทศไทยจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เราก็มีพร้อมเพย์ มีเทคโนโลยีที่ยิง QR Code ได้ แต่เราไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ แต่พอมีโครงการคนละครึ่ง คนจำนวนมาก ร้านคนจำนวนมาก ร้านค้ารถเข็นขายลูกชิ้นปิ้ง ขายผลไม้ ขายอะไร ต่าง ๆ สามารถใช้งานคนละครึ่งได้อย่างคล่องแคล่ว จึงเห็นว่าแนวโน้มที่จะผลักดันประเทศไปสู่สังคมไร้เงินสดมีความเป็นไปได้สูงมาก ถ้าทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง” 

ผลประโชยน์  คือ แรงจูงใจชั้นยอด

ก่อนทำโครงการนี้ ไม่ได้คาดคิดว่าโครงการคนละครึ่งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างมากขนาดนี้ เพราะว่า ตอนที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งตอนต้น ๆ ก็ยังไม่เป็นที่นิยม แต่ตอนหลัง ๆ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงคนลงทะเบียนเต็มแล้ว 

คนเริ่มเห็นประโยชน์และเห็นว่าโครงการนี้ หากเขาลงทะเบียนแล้ว เขาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายของเขาต่ำลง คนขายก็ขายของได้มากขึ้น

ฉะนั้น เศรษฐกิจรากหญ้าที่หมุนเวียนอยู่ในท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น เงินไม่ได้หายไปไหน จำนวนรอบของการหมุนเวียนจะมากขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้จริง ๆ 

ถ้าคนเห็นประโยชน์และมีแรงจูงใจที่ดีพอ คนเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะถ้าแอปฯ ไม่ได้ยากเกินไป หรือมีคนช่วย ซึ่ง “คนละครึ่ง” เด็ก ๆ รุ่นใหม่ใช้เป็นหมดไม่ว่าฐานะยากดีมีจน อยู่ที่ไหนของประเทศไทย ใช้เป็นหมด ซึ่งถ้าเกิดพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย อยากจะใช้ก็มีคนสอน สอนให้ใช้ครั้งสองครั้งเขาก็ใช้เป็นแล้ว ไม่ได้ยาก

คนที่ออกแบบโครงการนี้ มองว่าจะทำอย่างไรถึงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าได้ โจทย์ต้องชัด พอโจทย์ชัดแล้วจะช่วยกันคิดต่อว่าทำอย่างไรให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น ทำอย่างไรให้มีการใช้จ่ายรายวัน แต่ละวัน ไม่ใช่ได้เงินไปแล้วเอาไปเก็บหรือได้เงินไปแล้วเอาไปใช้จ่ายทีเดียว 

การกระตุ้นทุกวัน คนมีการใช้จ่ายทุกวัน ร้านค้ามีการรับเงินทุกวัน ร้านค้าสามารถมีเงินไปหมุนเวียนได้ ร้านค้าสามารถนำเงินที่ขายได้วันนี้ไปลงทุนเพิ่มในวันพรุ่งนี้ ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ นี่คือโจทย์ โจทย์ต้องตั้งให้ชัดว่าจะไปช่วยแก้ปัญหาให้ใคร ความร่วมมือจะเกิดขึ้นเมื่อเห็นประโยชน์”

 Viral Marketing

โครงการคนละครึ่งใช้เทคโนโลยีแบบนี้กระจายไปได้ทั่วประเทศ อยู่ในตรอกซอกซอยในร้านนค้าเล็ก ๆ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยจะเห็น “คนละครึ่ง” เป็นความสำเร็จของโครงการที่ได้รับการยอมรับสูงมาก 

“มันเป็นกระแสด้วย เรื่องใดก็ตามพอเป็นกระแส แล้วคนคิดว่าเป็นประโชยน์ เขาก็จะเข้ามาร่วมด้วย ถ้ามันไม่เป็นกระแส แม้ว่าจะเป็นประโยชน์ บางทีก็ไปได้ไม่กว้างเท่าที่ควร ถือว่าโครงการนี้มีส่วนโชคดีด้วยเหมือนกัน ที่มีกระแสในช่วงหลัง ๆ มาก”

การพูดต่อกันทำให้เกิดกระแส บางครั้งหากผลักดันโครงการมากเกินไปอาจจะถูกปฏิเสธ แต่เกิดกระแสเนื่องมาจากคนพูดต่อ ๆ ปากต่อปาก ร้านค้าก็เห็นร้านค้าอื่นขายได้มากขึ้น คนใช้จ่ายเห็นคนอื่นจ่ายน้อยกว่า เลยเกิดกระแส โดยเฉพาะกระแสในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เป็นไวรัลมาร์เก็ตติ้ง (Viral Marketing)

โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่จะบอกว่า การเคลื่อนตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าวางแผนดี ๆ มีความตั้งใจ จะสามารถผลักดันประเทศไปสู่แนวทางนั้นได้ เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ได้หมายความแค่ว่าการมีโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต มี 4G และ 5G แล้วจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่เลย 

สังคมไร้เงินสด .. พื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล

เศรษฐกิจดิจิทัล แปลว่าคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม คนไม่ต้องเดินทางก็สามารถทำเศรษฐกิจดิจิทัลได้ คุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างของเศรษฐกิจดิจิทัล คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นได้เร็ว เกิดขึ้นทันที ผลลัพธ์เกิดขึ้นทันที และประการต่อมาคือ ไม่มีขอบเขตของการให้บริการ จะเข้าไปสู่เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) มากขึ้น ๆ 

ถ้าเป็นสังคมไร้เงินสด ต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสดจะลดลงอย่างมาก วันหนึ่ง ๆ ประเทศไทยจัดการเงินสดมากกว่าแสนล้านบาท การจัดการเงินสดมีต้นทุนอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่แต่ละธนาคาร ร้านค้า และแม่ค้าที่ขายของในแต่ละวัน

การไร้เงินสด (การเป็น cashless) การซื้อของ การจับจ่าย การทำกิจกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ทันที อย่างรวดเร็ว จะทำให้เงินหมุนเร็วขึ้น 

“มีคนพูดกันว่า ถ้าเป็นสังคมไร้เงินสด จะช่วยจีดีพีของประเทศได้เกือบ 1% เพราะเงินหมุนได้เร็วขึ้นและ Cashless ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านเงินสดได้ เพราะไม่ต้องจับเงินจับแต่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง ช่วยได้ส่วนหนึ่ง”

การจะนำประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางหนึ่งของสังคมไร้เงินสดในภูมิภาคอาเซียน ต้องประกอบกันหลายส่วน รัฐบาลจัดการเองคนเดียวก็อาจจะผลักดันไม่ได้ ทั้งนี้ ภาคธนาคารเองซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ธนาคารแห่งประเทศไทย และโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลประกอบกัน ซึ่งตอนนี้มีแรงเหวี่ยง ถ้าทำต่อเนื่องประกอบกัน จะผลักดันไปได้ 

รัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามผลักดันเรื่องสังคมไร้เงินสดมาหลายปีแล้ว แต่ไปได้ไม่ถึงฝั่ง เพราะว่ายังไม่เกิดจิ๊กซอว์ที่ทำให้เกิดการเดินหน้าไปได้อย่างเต็มกำลัง แต่ตอนนี้มีการเอาจิ๊กซอว์มาต่อจนคนเริ่มเห็นภาพแล้ว ถึงแม้ว่ายังไม่ครบว่าภาพใหญ่เป็นอะไร แต่การเดินหน้าไปเรื่อย ๆ แบบนี้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนทำให้ถึงเป้าหมายได้ 

“ความต่อเนื่อง” สำคัญมาก เพราะจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยง หากทำ ๆ หยุด ๆ เหมือนกับเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง  การทำต่อเนื่อง แปลว่าคนเริ่มใช้เป็น ก็สามารถทำให้เขาใช้อย่างอื่นได้มากขึ้น หลาย ๆ เรื่องจะสามารถต่อยอดได้ 

โครงการของรัฐบาลมีหลายโครงการที่ทำต่อเนื่องกันมา ตอนทำ “ชิม ช้อป ใช้” ตอนนั้นยังไม่เห็นภาพสังคมไร้เงินสดชัดขนาดนี้ ส่วน “เราไม่ทิ้งกัน” เป็นการแจกเงินเข้าไปในบัญชีของแต่ละคน แจกแล้วหายไปเลย ไม่เห็นผล ไม่การใช้อย่างต่อเนื่อง เพิ่งจะมาเห็นการใช้อย่างต่อเนื่องในโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”​ และ “คนละครึ่ง” เพราะว่าทั้ง 2 โครงการนี้เป็นการใช้อย่างต่อเนื่องทุกวัน 

ทั้งคนใช้จ่าย ผู้ให้บริการต่าง ๆ มีการใช้ทุกวัน เห็นประโยชน์ทุกวัน ค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในสิ่งที่คนทำในกิจวัตรประจำวัน ซึ่งพอเป็นกิจวัตรประจำวันก็มีโอกาสมี่จะเดินไปถึงเป้าหมายของสังคมไร้เงินสดและเศรษฐกิจดิจิทัล 

“ทุกเรื่องเกิดจากการเรียนรู้ เพราะทุกเรื่องเป็นเรื่องใหม่ ถ้าไม่มีโครงการแรก เราก็ไม่สามารถเรียนรู้จนถึงปัจจุบันได้” 

การเริ่มต้นในโครงการ ชิม ช้อป ใช้ ได้ให้บทเรียนหลายอย่าง ทั้งเรื่องการออกแบบระบบ ออกแบบการใช้งาน การเตรียมการ การมองไปข้างหน้า การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลต้องสามารถทำให้บริการไร้ขอบเขต ด้วยการทำให้เป็นแพลตฟอร์ม ที่ให้บริการ และที่ให้คนอื่นมาร่วมให้บริการได้ อันนี้จะเป็นแพลตฟอร์มในโลกยุคดิจิทัลที่มีบริการหลากหลาย ที่ไม่ใช่คนสร้างแพลตฟอร์มเป็นผู้ให้บริการรายเดียว ต้องมีผู้อื่นเข้ามาร่วมให้บริการได้ 

“จะเห็นการต่อยอดไปในอีกหลายเรื่อง ทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมกัน การจะขยายตัวให้ได้มาก ต้องให้ภาคเอกชนยอมรับ ไว้ใจ และเข้ามาร่วมกัน ภาครัฐต้องเป็นผู้บุกเบิกและส่งเสริม” 

ปี 2564 จะมีโครงการทำนองนี้มากขึ้น เพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด ซึ่งปัจจุบันแอป​ฯ เป๋าตัง มีคนใช้งานอยู่มากกว่า 20 ล้านคน

ในเป๋าตังมี G-Wallet (Wallet ของภาครัฐ และโครงการรของภาครัฐในหลาย ๆ เรื่อง) และมี Wallet ตัวอื่น ๆ ด้วย 

Wallet ไม่ใช่แค่ e-Money แต่เป็นประเภทแต่ละประเภทของบริการ อาทิ สบม.วอลเล็ต ซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล มีการซื้อขายพันธบัตรแรกและตลาดรอง ทำให้เกิดสภาพคล่องของการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล เป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่อยากออมสามารถมาซื้อได้ หากต้องการใช้เงินก็สามารถขายได้ 

“เราเน้นการเข้าไปในชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น ๆ ในบริการที่หลากหลาย ไม่ได้เน้นเรื่องธุรกรรมทางการเงินอย่างเดียว อาจเป็นการจับจ่ายใช้สอย สุขภาพ การซื้อของออนไลน์ และอีกหลายเรื่องที่จะมีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ขึ้นกับความร่วมมือกับหลายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน”

เรื่องเงิน เป็นพื้นฐาน เพราะกิจวัตรประจำวัน คือ การใช้จ่ายเงิน บริการอื่น ๆ ที่เติมเข้าเพื่อทำให้ชีวิตของคนทำอะไรได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น 

“ปีนี้ไม่แน่ใจว่ารายใหญ่เข้ามาให้บริการบนแพลตฟอร์มนี้ไหม แต่คิดว่าจะเริ่มมีเข้ามาพูดคุยกันเพื่อจะให้บริการในอนาคต ปีนี้เป็นปีที่ต้องให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลเริ่มเกิด มีบริการที่หลากหลาย และเป็น Opened Platform ที่ต่อยอดได้ ภาพนี้ต้องเกิดได้ในปีนี้ การเสริมบริการเข้ามา บางรายอาจจะเร็ว บางรายอาจจะใช้เวลา จะเห็นผลในปีต่อ ๆ ไป”

“ความเชื่อใจ (Trust) แต่ละคนต้องพิสูจน์ตัวเองว่าสิ่งที่ทำ ทำเพื่อประโยชน์ใคร และสิ่งที่ทำ ทำได้ตามที่อยากจะเห็นหรือไม่ ผลงานที่ผ่านมาจะเป็นตัวบอกว่าคนอื่นเชื่อเราได้แค่ไหน เขาไม่ได้เชื่อเราจากคำพูด เขาจะเชื่อเราจากสิ่งที่เราทำ” 

แม้ว่าเอกชนรายใหญ่อาจจะมีแพลตฟอร์มของตัวเองก็ยังสามารถมาต่อยอดร่วมมือกับแพลตฟอร์มนี้ได้ เพราะต่อให้เป็นบริษัทใหญ่เขาอาจจะมีคนใช้งานไม่มากเป็นระดับ 20 ล้านคน จะเห็นก็แต่ Mobile Banking ที่เห็นคนใช้งานระดับมากกว่า 10 ล้านคน 

แพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานระดับ 40 ล้านคน ต้องช่วยกันสร้าง เป็นไปไม่ได้ที่จะมีหลาย ๆ แพลตฟอร์มในประเทศไทย และเป็นแพลตฟอร์มของคนไทย และแต่ละแพลตฟอร์มจะมีคนใช้งาน 40-50 ล้านคน เป็นไปไม่ได้ในขณะนี้ 

“เราจะทำให้ได้ถึงระดับ 30-40 ล้านคน และเกิดประโยชน์กับหลาย ๆ พันธมิตรที่เข้ามาร่วม” 

โควิด-19 คือ ตัวเร่ง

โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น เร็วขึ้น ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ถ้าไม่เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลประเทศจะแข่งขันยาก เพราะประเทศอื่นเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ต้นทุนต่ำกว่า การหมุนเวียนของเงินเร็วกว่า การหมุนเวียนเศรษฐกิจเข้าเร็วกว่า 

เศรษฐกิจดิจิทัล ต้องทำดิจิทัล 3 เรื่อง คือ Digital ID, Digital Currency และ Digital Paper เพราะทำให้ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากัน ไม่ต้องเดินทาง สามารถทำธุรกรรมได้แทบจะทั้งหมด ไม่เฉพาะภายในประเทศแต่ทำธุรกรรมข้ามประเทศได้ 

เริ่มต้นเห็นแนวโน้มว่าสังคมไร้เงินสดและเศรษฐกิจดิจิทัลไปถึงรากหญ้าได้ การที่เห็นภาพนี้ได้ หมายความว่า มาได้กว่าครึ่ง จะเห็นการใช้จ่ายในรูปแบบไร้เงินสดได้กระจายไปทั่วประเทศ ทั่วทั้งตำบาล ทั่วทั้งหมู่บ้านในประเทศไทย อยู่ที่ว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นต่อเนื่องและเห็นผลได้จริงจังแค่ไหน

“ที่เคยบอกว่าคนไทยไม่ใช้เทคโนโลยี ไม่มีความรู้ เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต ไม่มีมือถือ สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่เล็กลง ๆ มากขึ้นทุกที และไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นนอุปสรรคแล้ว เป็นปัญหาที่แก้ได้จัดการได้ ตัวยาก ไม่ใช่ทัศนคติประชาชน สำหรับประชาชนหากมีแรงจูงใจที่ดีเขาไปได้ ตัวยาก คือ ทัศนคติของคนที่ออกนโยบาย ทัศนคติของนักการเมือง ทัศนคติของคนที่มีอำนาจจัดการ ซึ่งตอนนี้เริ่มเปลี่ยนไปมาก” 

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ดีป้า เผย ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 4/63 ทรงตัว

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ชี้ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 4 ปี 2563 อยู่ในภาวะทรงตัวที่ระดับ 49.9

หากรัฐบาลจีนเด็ด แจ็ค หม่า สะเทือนถึงประเทศไทย

กรณีข่าวการหายตัวไปของ "หม่า หยุน" หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ "แจ็ค หม่า" ผู้ก่อตั้งแบรนด์ระดับโลกอาลีบาบา ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2563

6 สิ่งควรทำ เมื่อข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจากผู้ให้บริการ

ด้วยปัจจุบันมีเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานโดยตรงและภัยไซเบอร์ที่เกิดจากผู้ให้บริการแต่ส่งผลกระทบวงกว้างมายังผู้ใช้งาน

เอไอเอส จับมือ โรบินฮู้ด เดินหน้าช่วยเหลือร้านค้ารายเล็กฝ่าวิกฤติโควิด

เอไอเอส จับมือ โรบินฮู้ด แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย มอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอาหารให้กับลูกค้า เอไอเอส ตลอดจนร่วมสนับสนุนกลุ่มร้านค้ารายย่อยและร้านสตรีทฟู้ด

Apple เตรียมเปิดให้บริการแอป ECG ใน Apple Watch ในประเทศไทย

Apple เตรียมเปิดให้บริการแอพ ECG และการแจ้งเตือนจังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอใน Apple Watch ในประเทศไทย

“นวนุรักษ์” … แพลตฟอร์ม “อนุรักษ์และเพิ่มมูลค่า” มรดกวัฒนธรรมไทย

ก่อนจะมาเป็น นวนุรักษ์​ เนคเทค-สวทช. เรียกแพลตฟอร์มนี้ว่า "อนุรักษ์" (anurak.in.th) ทำหน้าที่เป็นเสมือนหลังบ้านโดยทำงานควบคู่ไป Museum Pools

ซัมซุงโชว์นวัตกรรมจาก โครงการ “C-Lab Inside” และ “C-Lab Outside” ที่งาน CES 2021

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ โชว์เคส 4 นวัตกรรมจากโครงการ C-Lab Inside และ 17 นวัตกรรมจากสตาร์ตอัพในโครงการ C-Lab Outside ที่งานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ 2021 (CES 2021)

ไทยพาณิชย์ ปี 2563 กำไรสุทธิ 27,218 ล้านบาท ลดลง 33%

ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ (งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบ) ของปี 2563 จำนวน 27,218 ล้านบาท ลดลง 33% จากปีก่อน

Jitta นำเทคโนโลยี “ตัวช่วย” การลงทุนแบบชั่วชีวิต

ปัจจุบันการลงทุนอยู่ใกล้ตัวคนมากขึ้นเรื่อย ๆ การลงทุนจะเป็นการลงทุนแบบชั่วชีวิต เหมือนกับ "การวิ่งมาราธอน" ที่ต้องพยายามวิ่งตั้งแต่อายุยังน้อยและวิ่งยาว ๆ และหลีกเลี่ยงความผิดพลาดให้มากที่สุด

อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ เปิดให้บริการในไทยแล้ว

Upbit ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของโลกได้แถลงข่าวว่า บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด (“Upbit Thailand”) ได้เปิดให้บริการแล้วในวันที่ 20 มกราคม 2564

MUST READ

bKash และ Mobile Money เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย RippleNet

Ripple ผู้ให้บริการโซลูชั่นบล็อกเชนสำหรับการชำระเงินทั่วโลกประกาศความร่วมมือกับ Mobile Money บริษัทโมบายวอลเล็ตสัญชาติมาเลเซียในวันนี้ โดยการเข้าร่วม RippleNet ซึ่งเป็นเครือข่ายระบบชำระเงินทั่วโลกของริปเปิล

กสทช. – อย. จับมือฟันโฆษณาถั่งเช่าเกินจริง อวดอ้างสรรพคุณเป็นยา

กสทช. จับมือ อย. ลงโทษโฆษณาถั่งเช่าเกินจริง ค่าปรับตามกฎหมายกำหนดไว้สูงสุด ไม่เกิน 5 ล้านบาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 1 แสนบาท พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า...

Satang Pro ยันระบบเสถียร พร้อมรับทุกธุรกรรมนักเทรด

Satang Pro ย้ำจุดแข็งพัฒนาระบบให้ฝาก ถอน โอน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปกป้องข้อมูลและสินทรัพย์ของนักลงทุน

NOSTRA เพิ่มข้อมูลสถานที่กักตัวทางเลือก แสดงบนแอปฯ แผนที่ฟรี

NOSTRA Map แอปพลิเคชันแผนที่นำทาง เพิ่มข้อมูลพิกัดโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน Alternative State Quarantine (ASQ) หรือ “บริการสถานที่กักตัวทางเลือก”

ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Surface Pro 7+ รุกกลุ่มธุรกิจและภาคการศึกษา

ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Surface Pro 7+ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการทำงานแบบนอกสถานที่และแบบไฮบริด
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น