TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Highlight "ดีป้า" เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย คาด 3 ปีขยายตัวพุ่งกว่า 7 หมื่นล้านบาท

“ดีป้า” เดินหน้าหนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย คาด 3 ปีขยายตัวพุ่งกว่า 7 หมื่นล้านบาท

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยผลการศึกษาสำรวจตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศไทยในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา พร้อมคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของอุตสาหกรรมดังกล่าวของไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า

พบว่าแม้เผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา แต่ตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยกลับเป็นหนึ่งในไม่กี่อุตสาหกรรมที่สามารถขยายตัวเติบโตได้ดีและต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า อีกทั้งยังมีแนวโน้มเติบโตในทางบวกได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการดีป้า กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมดิจทัลคอนเทนต์ในปี 2563 ขยายตัวได้ 26.55 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 39,332 ล้านบาท โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมเกมที่เติบโตอย่างมาก ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยจะมีมูลค่าสูงถึง  72,703 ล้านบาทในปี 2566 

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นจากการสำรวจและประเมินสถานภาพที่ทางดีป้า ร่วมมือกับ สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (Bangkok ACM SIGGRAPH) และ บริษัท แอทไวส คอนซัลติ้ง จำกัด ในการศึกษาวิจัยสำรวจประจำปี โดยล่าสุดถือเป้นปีที่ 4 แล้ว  ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์นี้จะมุ่งเน้นไปที่ 3 อุตสาหกรรมหลัก คือ อุตสาหกรรมแอนิเมชัน อุตสาหกรรมเกม และอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์

ดร.ณัฐพล ระบุว่า ในบรรดา 3 อุตสาหกรรมหลักในตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ อุตหสากรรมเกมถือได้ว่าเติบโตได้ดีที่สุด เนื่องจากการที่ผู้ให้บริการเกมพัฒนาเกมให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านสมาร์ทโฟนทั้งจากระบบปฏิบัติการไอโอเอสและระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จึงช่วยเพิ่มฐานผู้เล่นเกมบนแพลตฟอร์มมือถือ 

ข้อมูลการสำรวจระบุว่า อุตสาหกรรมเกมของไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 โดยในปี 2562 มีการขยายตัวที่ 15.96 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในปี 2563 ขยายตัวได้ 34.89 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 34,316 ล้านบาท ซึ่งเกมบนโทรศัพท์มือถือมีส่วนแบ่งในตลาดเกมสูงที่สุดที่ 61.34 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ 21,049 ล้านบาท 

ด้านอุตสหรรมหลักในตลาดดิจิทัลคอนเทนต์อีก 2 ตัวอย่าง อุตสาหกรรมแอนิเมชันและอุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ กลับชะลอตัวลง โดยอุตสาหกรรมแอนิเมชันหดตัวเฉลี่ย 12.54 เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวมอยู่ที่ 3,056 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการรับชมแอนิเมชันจากโทรทัศน์ผ่านช่องทางฟรีทีวี หรือเพย์ทีวี ไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงออนไลน์จากต่างประเทศ อย่าาง Netflix หรือ Disney+  อีกทั้ง ปัญหาจากการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ทำให้โรงภาพยนตร์ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ จึงส่งผลกระทบทำให้รายได้จากภาพยนตร์แอนิเมชันลดลงถึง 50.51 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนหน้า 

ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมคาแรคเตอร์ก็เผชิญกับการหดตัวเล็กน้อยที่ 8.67 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ารวมอยู่ที่ 1,960 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ทำให้สภาพคล่องทางการเงินของคนไทยหลายกลุ่มลดลง จึงส่งผลต่อการซื้อสินค้าในกลุ่มคาแรกเตอร์ซึ่งถือเปนของสะสม และเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยมีปริมาณลดลง กระนั้น อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์นี้มีแนวโน้มฟื้นในทางบวก ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ 

ผศ.ดร. ณัฐพล กล่าวว่า สถานการณ์ในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ทำให้ดีป้า ต้องเร่งเดินหน้าพิจารณาทบทวนนโยบายและมาตรการสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและต่อยอดอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ รวมถึงสร้างระบบนิเวศที่เอื้อประโยชน์ให้เกิด “บุคลากร” (Talent) เพื่อตอบโจทย์ตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกมที่ควรมุ่งเน้นไปที่ผู้พัฒนาเกม (Game Developer) เพื่อตีตลาดเกมและเก็บส่วนแบ่งจากประเทศอื่น ๆ ที่เป็นประเทศผู้พัฒนาเกมชั้นนำของโลก

โอกาสนี้ ผศ.ดร.ณัฐพล ได้เปิดเผยบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของดีป้า ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นหลัก คือ 1) พัฒนาความรู้และประสบการณ์แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญมากขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงการส่งเสริมให้นักพัฒนาเกมมีศักยภาพด้านการออกแบบ เพิ่มขีดความสามารถให้ทัดเทียมกับนักพัฒนาระดับโลก และผลิตเกมออกมาได้อย่างมีคุณภาพ

ประเด็นที่ 2) คือการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดในระดับสากล โดยเปิดโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ผ่านรูปแบบการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

สำหรับประเด็นที่ 3) คือการเร่งเดินหน้าวางรากฐานความเป็นมืออาชีพแก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม ด้วยหลักสูตรฝึกอบรมคุณภาพ ไล่เรียงตั้งแต่ การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตและผู้พัฒนาเกมสัญชาติไทยใน 4 หมวดเกมยอดนิยม คือ เกมแอ็คชั่น, ผจญภัย ( Adventure), วางแผนกลยุทธ์ (Strategy) และ กีฬา (Sport) ซึ่งครอบคลุมถึง แคชชวล เกม (Casual game) ให้มีศักยภาพและได้มาตรฐานเทียบเคียงกับผู้ประกอบการระดับโลก

ในส่วนของประเด็นที่ 4) คือจัดอบรมให้กับบริษัทดิจิทัลสตาร์ทอัพ หรือผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการประกอบธุรกิจ เพราะมีผู้ประกอบการหลายรายที่เปิดบริษัทมาแล้ว แต่ยังขาดความเข้าใจในด้านการบริหารจัดการภายใน เช่น พนักงานขายหรือพนักงานการตลาดที่มีความสามารถในการหาผู้ลงทุนหรือผู้ซื้อที่มีความต้องการตรงกัน

ด้านประเด็นที่ 5) คือเป็นตัวกลางสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสู่สังคมไทยที่นำไปสู่การขยายตัวด้านเศรษฐกิจดิจิทัลคอนเทนต์โดยรวม รวมถึงช่วยพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลบนแพลตฟอร์มโซเชียลในการต่อยอดและขยายตลาดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจทุกขนาดในประเทศไทย

ขณะที่ประเด็นสุดท้ายหรือประเด็นที่ 6) คือการส่งเสริมสนับสนุนและมุ่งสร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในอาชีพอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์และเสริมสร้างทักษะความรู้ด้านการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ที่จะทำให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนสังคมออนไลน์ให้มีคุณภาพผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลต่อไป 

สำหรับทิศทางการเติบโตของตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ไทยในช่วง 3 ปีข้างหน้า ดีป้าคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องโดยจะมีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 49,649 ในปีนี้ และ 59,136 ล้านบาท ในปีหน้า ก่อนมีแนวโน้มพุ่งทะยานแตะ 72,703 ล้านบาทในปี 2566 เพราะมีปัจจัยหนุนมาจากตลาดเกมที่มีการประเมินว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นมากจากสถานการ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ส่วนอุตสาหกรรมแอนิเมชันคาดว่าจะฟื้นตัวและกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากที่รัฐบาลไทยประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์เปิดทางให้โรงภาพยนตร์สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยดันให้มูลค่าการบริโภคภาพยนตร์แอนิเมชันผ่านโรงภาพยนตร์ปรับตัวขึ้นมากจากปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดคาแรคเตอร์ที่จะมีการปรับตัว โดยเปลี่ยนจากการผลิตของเล่น และของสะสม เป็นการผลิตสินค้าในกลุ่มอุปโภคและบริโภคมากขึ้น

การเปิดเผยข้อมูลการสำรวจครั้งนี้ยังมีการจัดเสวนาที่ทางดีป้า ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ได้มีการพูดถึงประเด็น การนำแนวคิดเรื่อง Soft Power มาปรับใช้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย โดยดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และบริหารของดีป้า เปิดเผยว่า ทางสำนักงานฯ ได้มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้เกิด IP Owner หรือคอนเทนต์ที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ประกอบการ ผ่านโครงการของสำนักงานฯ เช่น DEPA Game Accelerator Program และ DEPA Game Online Academy เป็นต้น

“ดีป้า และหน่วยร่วมดำเนินการทั้งหมดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมดิจิทัล ปี 2563 และคาดการณ์แนวโน้ม 3 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อการใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจวางแผนธุรกิจ รับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่เห็นบทสรุป อีกทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลของรัฐบาลในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ต่อไป” 

ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานฯ ยังมุ่งให้การสนับสนุนในการพัฒนาทักษะให้กับความต้องการในตลาดเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น รวมถึงปรับปรุงนโยบายที่จะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของไทยโดยรวม 

ด้าน เนนิน อนันต์บัญชาชัย นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (Thai Game Software Industry Association : TGA) กล่าวว่าในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอุตสาหกรรมเกมมานาน รู้สึกยินดีกับแรงสนับสนุนที่ได้รับจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะดีป้า กระนั้น อีกประเด็นหนึ่งที่อยากให้ช่วยก็คือการพยายามสร้างความตระหนักและการยอมรับในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกม ที่สังคมส่วนใหญ่ยังมองในแง่ลบ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายหลักของการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย เพราะการยอมรับจากสังคมจะช่วยให้เกิดแรงงานรุ่นใหม่ เข้ามาทำอาชีพในอุตสาหกรรมเกม แอนิเมชัน และคาแรคเตอร์มากขึ้น

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ก.พลังงาน เตรียมจัดงาน Future Mobility Asia 2022 ปูทางไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในเอเชีย

งานนิทรรศการครั้งแรกที่จัดแสดงแนวคิด นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันด้านยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างครอบคลุม

ซิปโซ่ท้อปปิคอลดริ๊ง เปิดตัว ‘ซิปโซ่’ ข้าวต้มข้าวกล้องหอมมะลิ พร้อมจำหน่ายใน 7-11

ชูจุดขายใช้นวัตกรรม ช่วยคงความหอมและคุณประโยชน์ทางโภชนาการ

เสือลำบาก “เศรษฐกิจแย่-การเมืองยุ่ง”

ขณะที่เรากำลังเผชิญภาวะราคาสินค้าหลายๆตัวขยับเพิ่มสูงขึ้นพร้อม ๆ กันอย่างต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกพุ่งกระฉูด

MG เปิดเกมรุก สร้างระบบนิเวศ EV ครบวงจร พร้อมดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยทัดเทียมตลาดโลก

เอ็มจี ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำสัญชาติจีนเปิดเกมรุกเตรียมสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ไทยแบบครบวงจร ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบตเตอร์รี ไปจนถึงปลายน้ำ

แอร์บัส – NTT DOCOMO – SKY Perfect JSAT ร่วมกันศึกษาบริการการเชื่อมต่อไร้สายทั่วโลกบนอวกาศ

ความร่วมมือในการเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของการร่วมใช้งานบริการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี High-Altitude Platform Stations (HAPS) แห่งอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเชื่อมต่อไร้สายบนอวกาศในอนาคต

วีโร่ ลงนามปฏิญญา Clean Creatives

ประกาศจุดยืนร่วมต่อต้านการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

Amazon Global Selling หนุน SME ไทยโตตลาดโลก

งานประชุม Amazon Global Selling Thailand Seller Conference ในรูปแบบสัมมนาออนไลน์ของ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ผ่านไปด้วยความสำเร็จ โดยมี SME ไทยกว่า 5,000 รายให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน

foodpanda เปิดตัวหมี “เปาเปา” ส่งแคมเปญออนไลน์ เจาะกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ฟู้ดแพนด้า ฉลองครบรอบ 10 ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เปิดตัว “เปาเปา”

แชฟฟ์เลอร์ – ม.บูรพา ขับเคลื่อน EEC Automation Park ผ่านศูนย์การเรียนรู้/ฝึกอบรมอุตสาหกรรม 4.0 และ 5G

แชฟฟ์เลอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาคธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมระดับโลก ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยบูรพา ขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ อีอีซี ออโตเมชั่น พาร์ค (EEC Automation Park)

เมื่อขาใหญ่ Binance จับมือ GULF บุกตลาดคริปโทฯ ในไทย

ข่าวการประกาศความร่วมมือระหว่าง GULF กับ Binance บริษัทซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างแรงกระเพื่อมอีกครั้งสำหรับวงการการเงินดิจิทัลของไทย

MUST READ

Blockdit เผยสถิติและพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มที่เข้าใจคนเสพคอนเทนต์อย่างแท้จริง ปี 2564

แม้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการระบาดสูงขึ้น ทำให้เกิดผลกระทบในด้านต่าง ๆ มากมาย รวมถึงพฤติกรรมของคนไทยที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรความต้องการในการเสพข้อมูลของคนไทยผ่านช่องทางโซเชียลกลับสวนทางกัน

คาดการณ์ 10 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีพุ่งแรง จาก Alibaba DAMO Academy

Alibaba DAMO Academy (DAMO) สถาบันเพื่อการวิจัยด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ระดับโลกของอาลีบาบา กรุ๊ป นำเสนอการคาดการณ์แนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

เทรนด์ที่อยู่อาศัยยุค Now Normal คนหาบ้าน 2022 ต้องการอะไรเมื่อคิดมีบ้าน?

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) อัปเดตแนวโน้มที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ที่น่าจับตามอง

7 เทรนด์ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนในปี 2565

วิกฤตห่วงโซ่อุปทาน ความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและความต้องการของลูกค้า

เมตาเวิร์ส และ NFT ขุมทรัพย์แหล่งใหม่จากโลกเสมือนสู่โลกจริง

loomberg Intelligence ระบุว่าจะมีมูลค่าตลาดทั่วโลกเพิ่มเป็น 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2567 จากมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2563
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น