TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้ว่าแบงก์ชาติเผยเสถียรภาพราคายังโอเค

ชาวบ้านบ่นหมูแพง ผู้ว่าแบงก์ชาติเผยเสถียรภาพราคายังโอเค

การรับรู้ถึงปัญหาปากท้องหรือค่าครองชีพ ระหว่างชาวบ้านที่อยู่ปลาย ๆ ทางของระบบเศรษฐกิจกับแบงก์ชาติซึ่งมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพเศรษฐปกิจที่อยู่ต้นทางมักต่างมุมกันเสมอ ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ชาวบ้านบ่นเรื่องข้าวของในตลาดที่แพงขึ้นพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่ราคาไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปีที่แล้วจากประมาณ 150 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ 200-240 บาทต่อกิโลกกรัม ในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ราคาครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ชาวบ้านยากจะยอมรับ ด้วยเหตุนี้หมูแพงจึงเป็นประเด็นร้อนตั้งแต่ในครัวไปจนถึงทำเนียบรัฐบาล

อีกด้านหนึ่ง ดร.เศรษฐพุฒิ  สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ได้กล่าวถึง “เงินเฟ้อ” หรือสภาวะที่ระดับราคาสินค้าขึ้นเรื่อยระหว่างมีทเดอะเพรส  เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ไว้ตอนหนึ่งว่า  

“ตัวเงินเฟ้อน่ากลัวหรือไม่ ในเชิงมหภาคไม่เป็นเช่นนั้นไม่ได้ขึ้นสูงเหมือนต่างประเทศทั้งประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา เงินเฟ้อ ของเราค่อย ๆ ขึ้นตัวเลขเงินเฟ้อที่เราน่าจะอยู่ที่ 1.7% ซึ่งสะท้อนในเชิงมหภาคเสถียรภาพราคายังโอเคอยู่ดูจากราคาไม่ได้ขึ้นในวงกว้างขึ้นเป็นจุด ๆ พลังงานราคาหมู” ส่วนผลกระทบระลอกสองหรือส่งผลให้ค่าแรงขึ้น “ภาพนี้ยังไม่เห็น” ผู้ว่าแบงก์ชาติย้ำพร้อมขยายความว่า สาเหตุที่เงินเฟ้อยังไม่ส่งผ่านไปถึงค่าแรง ส่วนหนึ่งมาจากภาพเศรษฐกิจไทยที่ค่าแรงไม่ค่อยขึ้นเพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแหล่งจ้างงานใหญ่หายไปจากวิกฤติโควิด  

วันเดียวกับที่ ผู้ว่าแบงก์ชาติพบสื่อ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ได้ตอบคำถามสื่อ ถึงการเตรียมการแก้ไขราคาสินค้าแพงว่า รัฐบาลมีนโยบายและได้หารือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย  เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อ ตัวเลขจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และการพยากรณ์จากหลายสถาบัน เชื่อได้ว่าอัตราเงินของประเทศไทยจะอยู่ในระดับ 1-3% 

รองนายกฯ ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจยังกล่าวด้วยว่า ไม่สามารถดูเฉพาะเจาะจงในรายการสินค้าได้ ต้องดูภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อแทน เป็นเป้าหมายที่จะต้องควบคุมให้ได้ จะแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เช่นสหรัฐฯที่อัตราเงินเฟ้อขึ้นไปถึง 7% อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้ ส่วนไหนที่ตรึงได้ก็จะพยายามทำ ส่วนไหนที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับกลไกตลาดก็จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตให้มากขึ้น ไม่อยากให้ประชาชนไปเฝ้ามองเพียงแต่การขาดสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง เพราะอยากให้ดูภาพรวมดีกว่า (มติชน 14 ม.ค. 65 ) 

สรุปว่าระดับนโยบายที่กำกับดูแลเศรษฐกิจภาพรวม มองว่า “เงินเฟ้อ” ตอนนี้ แม้จะเฟ้อมากขึ้นจากช่วงก่อนหน้าแต่ยังเชื่อว่ายังอยู่ในกรอบที่รับมือได้  

ก่อนที่สถานการณ์ “เงินเฟ้อ”รวมทั้ง ข่าวราคาสินค้าจะพาเหรดขึ้นหน้าจอ และหน้าหนึ่งของสื่อแขนงต่าง ๆ รณงค์พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) ครั้งแรกของปี เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระบุว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนธันวาคม 64 ว่า เท่ากับ 101.86 เพิ่มขึ้น 2.17% เทียบกับเดือนธันวาคม 2563 แต่ลดลง 0.38% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2564 

ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 1.23%  ใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้ที่ 0.8-1.2% และเงินเฟ้อพื้นฐานที่หักอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก จากการคำนวณดัชนีอยู่ที่ 100.73 เพิ่มขึ้น 0.29% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 63 และเฉลี่ยทั้งปี 2564 เพิ่มขึ้น 0.23% 

สาเหตุที่เงินเฟ้อเพิ่มมาจากสินค้าแพงขึ้นหลายรายการโดยน้ำมันเพิ่มขึ้น 26.26% แม้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลแต่ราคาขายปลีกยังสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เนื้อหมูเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการเลี้ยงทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าดูแลและป้องกันโรคระบาด ฯลฯ เช่นเดียวกับไข่และผลิตภัณฑ์นม อาหารบริโภคในบ้าน และนอกบ้าน น้ำมันปาล์ม ขณะที่สบู่ แชมพู ครีมนวดผม สูงขึ้นหลังสิ้นสุดโปรโมชัน บุหรี่สูงขึ้นตามการขึ้นภาษีสรรพสามิต รวมถึงผักสด เช่น มะเขือ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ก็สูงขึ้นส่วนสินค้าที่ราคาลดลงเช่น ข้าวสารจ้าว ข้าวสารเหนียว ผลไม้ เสื้อผ้า” ผู้อำนวยการสนค.สรุปสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อขยับ

สำหรับปีนี้ สนค.คาดการณ์เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ 0.7–2.4% และมีค่ากลางอยู่ที่ 1% ปัจจัยที่กระทบต่อเงินเฟ้อมาจากต้นทุนด้านแรงงาน หากโอมิครอนแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง  แม้ไม่รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็ทำให้คนงานต้องหยุดพักรักษาตัว ทำให้ภาคการผลิตชะลอตัวส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น แม้หน่วยงานที่ดูแลราคาสินค้าในระดับมหภาคมั่นใจว่า”เงินเฟ้อ” ปีนี้ถึงจะเฟ้อขึ้นแต่ยังอยู่ในกรอบ นัยหนึ่งคือจะไม่สร้างแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจ แต่เงินเฟ้อที่เปรียบเหมือนความดันของระบบเศรษฐกิจ แม้การขยับขึ้นเล็กน้อยไม่ส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมอึดอัดจนเกิดการสะดุด แต่สำหรับชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เผชิญกับรายได้ที่หายไปจากพิษโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาย่อมอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อระดับของสินค้า กรณีเสียงบ่นราคาเนื้อหมูของชาวบ้านคือตัวอย่างหนึ่ง และมีสินค้าอีกหลายรายการที่ขยับจะปรับราคาขึ้นตาม 

สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเริ่มเปิดสงครามกับราคาสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศขึงขังว่า “ในเรื่องสินค้าราคาแพงได้เน้นย้ำกับจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ไปแล้วไม่ใช่เรื่องหมูอย่างเดียวอย่าให้เกิดภาวะฉวยโอกาส“”

ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ เริ่มลำเลียงมาตรการออกมาปลอบขวัญชาวบ้านที่ ผวากับการเปลี่ยนเปลี่ยนของราคาสินค้าโดยเฉพาะเนื้อหมู ด้วยการเปิดโครงการขายหมูถูกกว่าราคาตลาด 150 บาทต่อกิโลกรัม จำนวน 667 จุดทั่วประเทศ (โปรนี้ถึงสิ้นเดือนมกราคม)  ตามด้วยโครงการพาณิชย์ลดราคาเพื่อประชนปี 2565 ที่จำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อค่าครองชีพผ่านช่องทางต่างไม่น้อยก่วา 3,000 จุด นาน 3 เดือน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบให้ 1,480 ล้านบาทเพื่อการนี้

        ด้านคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติห้ามส่งออกหมูเป็นนาน 3 เดือนให้ไก่ และไก่เนื้อเป็นสินค้าควบคุม และที่ประชุมวอร์รูมราคาสินค้าให้จับตาสินค้า 6 รายการ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว เป็ด ปลา รวมทั้งมะละกอ พร้อม ๆ กับการออกตรวจห้องเย็นเพื่อหา “คนกักตุนหมู “ มาออกสื่อ

การแทรกแซงตลาดวิธีดังกล่าว ซึ่งคงสร้างผลทางจิตวิทยาและตรึงระดับราคาได้ระยะหนึ่ง แต่คงไม่สามารถดีงราคาเนื้อหมูให้ปรับลงในจุดที่ชาวบ้าน คิดว่าควรจะเป็นได้ในเร็ววัน เพราะสาเหตุหมูแพงที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปเอาไว้ประมาณว่า นอกจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นแบบฉับพลันหลังรัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ และเข้าช่วงเทศกาลปลายปีพอดี ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นจากต้นทุนอาหาร และค่าขนส่ง รวมทั้งปริมาณหมูในระบบที่ได้รับผลกระทบจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)  ฯลฯ อนึ่ง กระทรวงพาณิชย์คาดว่ามีหมูหายไปจากระบบประมาณ 30% 

แม้กระทรวงเกษตรฯ ดึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มาปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ผู้เลี้ยงรายย่อยกลับเข้าระบบ และเร่งผลิตหมูป้อนตลาดเพื่อชดเชยกับส่วนที่หายไป แต่กว่าหมูใหม่จะเข้าสู่ระบบจนอยู่ในจุดสมดุลที่ผู้บริโภคเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 8-12 เดือน ตามที่ที่นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เคยให้ข้อมูลกับสื่อไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายความว่า หมูแพงยังอยู่คู่ครัวเรือนไทยไปจนตลอดปีนี้

ส่วนเงินเฟ้อ ณ ตอนนี้คงไม่เพิ่ม ความดันให้เศรษฐกิจจนแบงก์ชาติต้องเพิ่มยา งัดมาตรการดอกเบี้ยขึ้นมาดูแล ตราบใดที่ราคาน้ำมันไม่พุ่งกระฉูดมากไปกว่านี้

คอลัมน์ “รีวิวเศรษฐกิจ” โดย “ชญานิน ศาลายา”

ผู้เขียน: ชญานิน ศาลายา” เป็นนามปากกาของ “คนข่าว” ที่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของวัฎจักรเศรษฐกิจตลอดช่วง 4 ทศวรรษเศษ

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

อนาคตหนี้ประเทศไทย

เศรษฐกิจแบบตัว “เค” และ “โอไมครอน”

โจรโรบอต ปล้นเงียบ 130 ล้าน

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

โซนี่เปิดตัวหูฟังไร้สาย WH-1000XM5 และ LinkBuds S จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีเสียงครบครัน และระบบตัดเสียงรบกวน

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ยกระดับประสบการณ์ใหม่ของการฟังเพลงคุณภาพสูง เปิดตัว WH-1000XM5 หูฟัง hi-res audio ไร้สายแบบครอบหูเจนเนอเรชัน 5 ในตระกูล 1000X Series ที่ได้รับรางวัลและการยอมรับว่าเป็นหูฟังที่ตัดเสียงรบกวนที่ดีที่สุด

Traveloka จัดมหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มอบส่วนลดสูงสุด 60% เมื่อจองบริการผ่านแอปฯ 25-31 พฤษภาคมนี้

ทราเวลโลก้า เปิดตัวมหกรรมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ - International Travel Fair แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดประเทศ ด้วยการมอบข้อเสนอและส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 60%

WHAUP คว้าดีลติดตั้ง Solar Rooftop ศูนย์การค้าเมกาบางนา ขนาด 10 MW จ่อเซ็นสัญญาเพิ่ม 3 โครงการ 15 MW ภายใน Q2/65

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ประกาศเดินเกมรุกตามแผน เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนผ่านการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าดีลติดตั้ง Solar Rooftop โครงการ Megabangna จำนวน 13 อาคาร พื้นที่หลังคารวม 62,000 ตารางเมตร

SAPPE เปิดแผนยุทธศาสตร์ ย้ำภาพ Global Brand ตั้งเป้าเติบโต 3 เท่า ทำรายได้แตะ 10,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE เปิดแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญย้ำภาพ Global Brand ตั้งเป้ารายได้ Triple Growth แตะ 10,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากธุรกิจ 4 ส่วน ได้แก่ ตลาดต่างประเทศ ตลาดในประเทศ ออลโคโค่ และการทำ M&A

แฟลช ผลิตถุงคลุมกระเป๋าระบุตัวเลขจำกัดความเร็วรถแจกโรงเรียน หวังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้แก่เด็กและเยาวชน

แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมส่งเสริมความปลอดภัยรอบรั้วโรงเรียน ริเริ่มโครงการ “Flash Safety Bag, Safety Zone” ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างความปลอดภัย ส่งต่อความห่วงใยสู่เยาวชน” ผลิตถุงคลุมกระเป๋านักเรียนระบุตัวเลขจำกัดความเร็วรถวิ่ง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บำรุงราษฎร์ขึ้นแท่น รพ.ที่ดีที่สุดในไทย 2 ปีซ้อน – ติดอันดับ 146 รพ.ที่ดีที่สุดในโลก ย้ำศักยภาพการแพทย์ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับการจัดอันดับเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย (World's Best Hospitals 2022 - Thailand) ด้วยคะแนน 94.79% ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน รวมถึงยังได้รับการจัดอันดับว่าเป็นโรงพยาบาลเพียงแห่งเดียวในไทยที่ติดอันดับ 146 จาก 150 ของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลกปี 2565

ทีเอพี กรุ๊ป จับมือ Blueleaf Energy นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการผลิตเครื่องดื่มไฮเนเก้น

ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ (ทีเอพี กรุ๊ป) เดินหน้าสู่เป้าหมายแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืน ติดตั้งโซลาร์ฟาร์ม พร้อมเปิดใช้งาน ภายใต้โครงการ “TAP’s Brewed by the Sun” มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ เพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทน

แฟนคลับออเจ้าพร้อม! Kubix เปิดจองซื้อ ‘DESTINY TOKEN’ แล้ววันนี้ ชูจุดเด่นราคาไม่ผันผวน พร้อมผลตอบแทนเริ่มต้น 2.99% ต่อปี

Kubix เปิดจองซื้อ DESTINY TOKEN จากภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส ๒ ตั้งแต่วันนี้ (23 พฤษภาคม) ถึงวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ผ่านแอปฯ Kubix โดยเสนอขายจำนวนจำกัดเพียง 16,087 โทเคน ผ่านการจัดสรรแบบ First Come First Served

เสียวหมี่ ใช้สมาร์ทโฟน Xiaomi 12 Series ร่วมถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาคนทั่วโลกผ่านภาพยนตร์สั้น “The Warrior”

เสียวหมี่ สานต่อความสำเร็จ Xiaomi Studios ผ่านโปรเจกต์พิเศษ PrimeTime Mini Series ที่ในปีนี้ได้รวบรวมครีเอเตอร์มือดีจาก 6 ประเทศมาสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ PrimeTime Mini Series นี้ด้วย

บิทคับ จับมือ DITP สนับสนุนผู้ประกอบการ สู่การเป็นผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) เสริมสร้างศักยภาพ สนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคล และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

MUST READ

Mitsubishi Electric ร่วมกับ อีอีซี ปลดล็อกอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบการผลิตอัตโนมัติ

Mitsubishi Electric ร่วมกับ อีอีซี พร้อมทั้งพันธมิตรเครือข่ายระบบนิเวศไทย-ญี่ปุ่น เดินหน้าพัฒนาสู่โรงงานอัจฉริยะกว่า 10,000 แห่ง

การ์ทเนอร์เผย 10 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญ ที่จะช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาครัฐ

การ์ทเนอร์ เผย 10 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญ ที่ผู้บริหารไอทีหน่วยงานรัฐควรพิจารณาใช้เป็นแนวทางลงทุนดิจิทัล คาดการณ์การหยุดชะงัก และปรับขนาดโครงการดิจิทัลใหม่ ๆ อย่างเหมาะสม

วิสัยทัศน์ “ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” พันธกิจ “จิตตะ” กับบทบาท “เข็มทิศ” ของการลงทุน

เขาเป็นคนไทยที่ลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน เรียนรู้จากการศึกษาและลงมือจริงอย่างโชกโชน จนกล้าพูดได้ว่ารู้จักหุ้นเกือบทุกตัวของตลาดหุ้นอเมริกาแบบลึกซึ้ง เขานำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาก่อตั้งเว็บไซต์ jitta.com

ส่องนิสัยการทำความสะอาดคนไทย Dyson เผยคนไทยกว่า 40% จะทำความสะอาดบ้านแค่ตอนเห็นฝุ่น

Dyson เผยผลการสำรวจและวิจัย Global Dust Study ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย โดยสำรวจนิสัยการทำความสะอาดและความเข้าใจเกี่ยวกับฝุ่นในครัวเรือน รวมถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในบ้าน

PEA ENCOM ผนึก SHARGE ตั้งบริษัทร่วมทุน เดินหน้าขายและติดตั้ง EV Charger ตามบ้าน-คอนโดทุกภูมิภาค

PEA ENCOM ในเครือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จับมือ SHARGE ผู้นำตลาด EV Charger ตั้งบริษัทร่วมทุน “เอ็นคอม ชาร์จ” ผนึกกำลังขายเครื่อง EV Charger พร้อมให้บริการติดตั้งตามที่อยู่อาศัยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น