TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist "ฆ่า" (ค่า) เงินบาท

“ฆ่า” (ค่า) เงินบาท

อย่างที่ทราบสถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา “อ่อนค่าที่สุด” ในรอบเกือบ 16 ปี โดยเงินบาทอ่อนค่า 37.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 เป็นต้นมา ปัจจัยสำคัญอันหนึ่ง มาจาก “เงินดอลลาร์แข็งค่า” อย่างมาก ตามการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด

อย่างไรก็ตาม ในรอบปีนี้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างเร็วและแรงหลายครั้งและยังคาดว่าจะปรับขึ้นอีก ผลพวงจากมาตรการขึ้นดอกเบี้ยแบบแข็งกร้าวของเฟด ทำให้เงินบาทไทยมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ และอาจเข้าใกล้แดน 40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น 

แต่ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวเร่งให้เงินบาทของไทยอ่อนค่า นั่นคือ การที่ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดหลายไตรมาสติดต่อกัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น 

ด้วยปัจจัยที่รุมเร้าในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” รักษาการนายกรัฐมนตรีที่นั่งหัวโต๊ะ จึงกำชับกลางที่ประชุมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เพื่อประคองค่าเงินบาทไว้ที่ 35 บาทต่อ 1 ดอลลาร์

ต่อมา พลเอกประวิตร ก็ยอมรับว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนเอง กล่าวถึงค่าเงินบาทว่าควรจะอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ การออกมายอมรับเช่นนี้เสมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศไทยกลับไปใช้ระบบ “ฟิกค่าเงินบาท” ให้มีอัตราคงที่เหมือนเมื่อครั้งก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 40 นั่นเอง

จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม คำพูดดังกล่าวได้ส่งผลลบอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจไทย เพราะนั่นเท่ากับเป็นการบอกเป็นนัยว่า รัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงการดูแลค่าเงินบาท ทำให้ถูกตีความว่ารัฐบาลกำลังเข้าไปแทรกแซงความเป็น “อิสระ”” ของแบงก์ชาติอย่างมิอาจปฏิเสธได้

จึงไม่แปลกใจที่ความเห็นของ พลเอกประวิตร ได้รับการตอบโต้จากนักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจเอกชน ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นการฝืนกลไกตลาด และอาจทำให้เงินสำรองระหว่างประเทศร่อยหรออย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกันการตรึงค่าเงินตามแนวคิดพลเอกประวิตรต่างหากที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดวิกฤติการเงินซ้ำรอยวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 หากยังจำได้ในปีนั้น ค่าเงินบาทเคยถูกตรึงไว้ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่แบงก์ชาติจะปล่อยลอยตัวขึ้นไปในระดับ 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหากใช้เงินสำรองระหว่างประเทศไปเพื่อการปกป้องค่าเงินดังที่แบงก์ชาติเคยทำ จนนำไปสู่การลอยตัวเงินบาท เมื่อ 2 ก.ค. 2540 ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอยเดิมได้

เหนือสิ่งใด รัฐบาลก็ควรจะต้องรู้ตัวว่าบทบาทในการบริหารนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติในการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท รัฐบาลเพียงมีหน้าที่กำกับ ประสานงานกันในการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ เสถียรภาพการเงิน ดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินให้อยู่ระดับที่เหมาะสมเท่านั้น

ฉะนั้น การที่พลเอกประวิตร เปรยออกมาอยากเห็นค่าเงินบาทอยู่ที่ 35บาทต่อดอลลาร์ อาจถูกตีความว่าเป็นการ “สั่งการ” จะทำให้แบงก์ชาติถูกมองว่าขาดความเป็นอิสระและขาดความน่าเชื่อถือของการดำเนินนโยบายการเงินได้

อย่าลืมว่าปัจจุบันที่ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่วนหนึ่ง เนื่องมาจากนักท่องเที่ยวลดลง ราคาน้ำมันแพงขึ้น และการขาดดุล ทั้งดุลการค้าและดุลบริการ ส่งผลให้มีเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าเงินที่ไหลเข้ามาในประเทศ สิ่งที่ควรทำเพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุดหรือ “เกาให้ถูกที่คัน” คือ ต้องทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุล อย่างรวดเร็วจะช่วยให้เงินบาทไม่อ่อนค่ามากเกินไป 

นั่นหมายความว่า รัฐบาลจะต้องหามาตรการจูงใจนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทยให้มากขึ้นกว่าเดิมที่ตั้งเป้าแค่ 1.5-1.8 ล้านคนต่อเดือน ด้านกระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งหาตลาดเพื่อระบายสินค้าส่งออกของไทยไปตลาดต่างประเทศ เพื่อนำรายได้เข้าประเทศมากขึ้น

อีกทั้งเมื่อดอลลาร์แข็งค่าและส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐกว้างขึ้น โดยเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.75% แต่ไทยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ทำให้กระแสเงินทุนไหลออกไปยังสกุลเงินที่มีมูลค่ามากกว่า และการที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของไทย จึงควรต้องปรับให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด

ถ้าเทียบค่าเงินบาทกับเงินสกุลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เช่น ค่าเงินเยนของญี่ปุ่น หรือค่าเงินยูโรปของสหภาพยุโรป (EU) ค่าเงินบาทยังแข็งค่ากว่าสกุลเงินเหล่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินริงกิตของเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เงินบาทแข็งค่ากว่าถึง 18.5%เลยทีเดียว

อันที่จริงค่าเงินบาทอ่อนน่าจะเป็นผลดีมากกว่าค่าเงินบาทแข็ง แต่ต้อง “อ่อนค่า” อย่างสมเหตุสมผล เพราะค่าเงินบาทอ่อนทำให้เราขายของได้มากขึ้น คนอยากมาเที่ยวมากขึ้นเพราะเท่ากับได้ของราคาถูกลง และเมื่อนำเงินดอลลาร์สหรัฐมาแลกเป็นเงินบาทก็ได้มากขึ้น ทำให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ประชาชนก็จะมีงานทำ จีดีพีก็โตขึ้นตาม

ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการพึ่งพาการส่งออกและท่องเที่ยว ค่าเงินจึงมีส่วนสำคัญ แต่ต้องบริหารจัดการให้เป็น ที่สำคัญเรื่องค่าเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การส่งสัญญาณอะไรหากไม่รู้ไม่เข้าใจจะเสียมากกว่าได้ 

ผู้เขียน: ทวี มีเงิน

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

“งบสร้างภาพ” หน่วยงานรัฐ … ขุมทรัพย์ของใคร

“รู้น้อย-อยากรวยเร็ว” บทเรียนวัยรุ่นเล่นคริปโท

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เหลาคมแนวคิด “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” จากต้นตำรับ Silicon Valley

ปิดโครงการปีที่ 3 ของ KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี “Project EV” สตาร์ทอัพที่มีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน สร้างผลกกระทบต่ออุตสาหกรรม เป็นผู้ชนะการประกวดแนวคิดและแผนธุรกิจ

AWS แนะวิธียกระดับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล

นับตั้งแต่ปี 2560 ผู้คนกว่าห้าล้านคนจากทั่วทั้งภูมิภาคได้รับการฝึกอบรมทักษะด้านระบบคลาวด์จาก AWS การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เกิดขึ้นและน่าสนับสนุนในเวลาเดียวกัน

‘เมล่อน เมดิคอล’ คลีนิคออนไลน์จากทีมหมอที่เข้าใจกระบวนการรักษาทั้งระบบ

เมล่อน เมดิคอล แพลตฟอร์มแพทย์ทางไกล ตรวจรักษาคนไข้ทางออนไลน์พัฒนาโดยทีมแพทย์คนไทย ที่เข้าใจเรื่องการกระบวนการรักษาทั้งระบบ ต่อยอดการช่วยเหลือคนไทยในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

เตือนภัยรถ 6 แสนคัน เปลี่ยนด่วน ‘ถุงลมนิรภัย’ ชี้เสี่ยงระเบิดรุนแรงจากสารแอมโมเนียมไนเตรท

ผู้เชี่ยวชาญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เตือนภัยจากเหตุไม่คาดฝัน หนุ่มวัย 46 ปี บาดเจ็บสาหัสเฉียดตาย ถูกแอร์แบค หรือถุงลมนิรภัยรถยนต์ระเบิดใส่ ชิ้นส่วนฝังเข้าบริเวณอกและท้อง

เปิดตัว ‘Motorist’ แอปจัดการรถยนต์ครบวงจร สำหรับเจ้าของรถ

Motorist เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ที่ให้บริการผู้ขับขี่รถยนต์ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อ-ขายเท่านั้น แต่รวมทุกอย่างที่เจ้าของรถต้องการ

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับที่มา และ ตลาดคาร์บอนเครดิต

คาร์บอนเครดิต เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เห็นว่า ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศได้กำหนดให้มีการใช้กลไกทางตลาดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รถยนต์ไฮโดรเจน FCEV อีกทางเลือกของยุคพลังงานสะอาด

หนึ่งในแนวทางที่จะช่วยชะลอไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นก็คือ การพัฒนายานยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า EV หรือ Electric Vehicle

การทางพิเศษฯ จับมือ หัวเว่ย วางโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมมือในโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะ (Smart Expressway) ของประเทศไทย

5 ประโยชน์และความคุ้มค่า เมื่อปรับบ้านให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า ด้วยหลังคา SCG SOLAR ROOF

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลกและในประเทศไทย ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา

เปิดใจไรเดอร์พิการ สู้ชีวิตส่งเสียตัวเองจบปริญญา ก้าวสู่เสาหลักครอบครัว

3 ธันวาคมของทุกปี คือ “วันคนพิการสากล” ซึ่งถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้คนทั่วโลกสนับสนุนศักยภาพและเปิดโอกาสให้คนพิการได้ประกอบอาชีพด้วยการพึ่งพาตัวเองได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป

MUST READ

ม.หอการค้า นำร่องหลักสูตร Sandbox จับมือ Harbour.Space สร้างผู้ประกอบการที่มีทักษะทางเทคโนโลยีขั้นสูง

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผุดหลักสูตรการผลิตบุคลากร High–Tech Entrepreneur โดย International School of Management (ISM) ร่วมกับ Harbour.Space University ประเทศสเปน

เปิดใจ “ยอด ชินสุภัคกุล” แห่ง LINE MAN Wongnai กับความฝันสู่ “แพลตฟอร์มบริการแห่งชาติ”

จากสตาร์ตอัพเล็ก ๆ สู่ยูนิคอร์นรายที่ 3 ของไทย เริ่มต้นด้วยธุรกิจสื่อออนไลน์ด้านอาหาร พัฒนาเติบใหญ่กลายเป็นผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่อันดับหนึ่งที่มีทีมงานเกี่ยวข้องนับแสนคน มีข้อมูลร้านอาหารในระบบหลายแสนร้านครอบคลุมทั่วประเทศ และผู้ใช้บริการกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน

KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เหลาคมแนวคิด “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” จากต้นตำรับ Silicon Valley

ปิดโครงการปีที่ 3 ของ KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี “Project EV” สตาร์ทอัพที่มีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน สร้างผลกกระทบต่ออุตสาหกรรม เป็นผู้ชนะการประกวดแนวคิดและแผนธุรกิจ

การฟื้นตัวของ “ท่องเที่ยว” และ “บทเรียนที่ถูกลืม”​

คาดหมายกันว่า ผลจากการประชุมเอเปค ที่ปิดฉากไปหมาด ๆ จะส่งผลแรงต่อ ภาคท่องเที่ยว จากข่าวสารที่สื่อนานาประเทศเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทั้งผลการประชุมจากเวทีผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค

ชไนเดอร์ เปิดตัว EVlink อุปกรณ์ชาร์จไฟสำหรับบ้าน ติดตามค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และการปล่อยคาร์บอนได้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัว EVlink อุปกรณ์ชาร์จไฟอัจฉริยะสำหรับบ้าน ในงาน IFA 2022 โดยจะเป็นอุปกรณ์ชาร์จ ตัวแรกของโลกที่สามารถบริหารจัดการโหลดพลังงาน EV จำนวนมาก
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น