Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

นพ.ศุภชัย เผยบทสรุป เมื่อเจ้าพ่อการเงินโลกคุยกับเจ้าพ่อเทคโนโลยีแห่งจักรวาล

นพ.ศุภชัย เผยบทสรุป เมื่อเจ้าพ่อการเงินโลกคุยกับเจ้าพ่อเทคโนโลยีแห่งจักรวาล

ในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ประจำปี 2026 มีประเด็นสำคัญ ที่น่าสนใจจากการขึ้นเวทีร่วมกันครั้งแรกระหว่าง Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SpaceX และ Tesla กับ Larry Fink ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BlackRock เพื่อหารือถึงทิศทางการลงทุนและเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมหน้ามนุษยชาติในทศวรรษหน้า

โดย นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder ของ RISE หนึ่งใน #TeamThailand ที่เข้าร่วมงาม WEF 2026 ได้สรุปเรื่องราว “เมื่อเจ้าพ่อการเงินโลก คุยกับเจ้าพ่อเทคโนโลยีแห่งจักรวาล” พร้อมชี้ให้เห็นว่า นี่คือ “แผนผังอนาคตของมนุษยชาติ”

นพ.ศุภชัย เผยอินไซต์ดาวอส ชี้ไทยเหมาะเป็น ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่งสุขภาพ’

1. การลงทุนใน Growth Tech คือคำตอบ

Fink เปิดหัวด้วยตัวเลขที่น่าตื่นเต้น Tesla ทำผลตอบแทนทบต้นได้ถึง 43% นับตั้งแต่ IPO ชนะ BlackRock ที่ทำได้ 21% ขาดลอย

Fink ส่งสัญญาณถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญ (Pension Funds) ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปว่า “เลิกกลัวความเสี่ยง แล้วหันมาลงทุนใน Growth Company ได้แล้ว” ไม่งั้นคนแก่ในประเทศจะไม่มีเงินพอใช้

2. อนาคตของมวลมนุษย์

    เทียนไขในความมืด: Musk มองว่า “สติสัมปชัญญะ” ของมนุษย์เปรียบเหมือนเทียนเล่มน้อยในจักรวาลที่มืดมิด เขาเชื่อว่าเราอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเดียวในตอนนี้ เพราะ SpaceX ปล่อยดาวเทียมไป 9,000 ดวง ไม่เคยเจอ UFO เลย

    ต้องทำให้มนุษย์เป็น Multi-planetary species อยู่หลายดาวเคราะห์ เพื่อกันความเสี่ยงหากโลกแตก

    3. ยุคแห่งความมั่งคั่งที่แท้จริง (Abundance)

      AI + Robotics: สมการใหม่ของ GDP โลกคือ ค่าเฉลี่ย Productivity ต่อหุ่นยนต์ x จำนวนหุ่นยนต์

      Musk ฟันธงว่าในอนาคต “ประชากรหุ่นยนต์จะมากกว่ามนุษย์” ทุกคนจะมีหุ่นยนต์ส่วนตัว ช่วยทำงาน ดูแลพ่อแม่ เลี้ยงลูก

      Timeline:

      2026: หุ่น Optimus เริ่มทำงานซับซ้อนในโรงงานได้จริง
      2027: เริ่มขายให้คนทั่วไป
      2030-2031: AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกรวมกัน (Superintelligence)

      4. คอขวดคือ “พลังงาน” ไม่ใช่ชิป

        Musk บอกว่าตอนนี้เราผลิตชิป AI ได้เยอะแล้ว แต่ “ไฟฟ้า” คือปัญหา ทางออกคือ Solar + Battery: แค่พื้นที่โซลาร์ขนาด 100×100 ไมล์ ก็พอเลี้ยงไฟทั้งอเมริกาได้แล้ว

        ไอเดียสุดล้ำคือการเอา Data Center ไปลอยในอวกาศ เพราะ 1) แดดส่องตลอด 24 ชม. พลังงานเหลือเฟือ แบะ 2) อากาศเย็นจัด (3 Kelvin) ประหยัดค่าแอร์มหาศาล

        ผลกระทบต่อไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

        สิ่งที่ Elon พูด ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือกำลังจะมา Disrupt โครงสร้างเศรษฐกิจของบ้านเราอย่างจัง

        1. วิกฤติแรงงานราคาถูก (Labor Crisis 2.0)
          • ผลกระทบ: ไทยและเวียดนามที่เคยเป็นฐานการผลิตเพราะ “ค่าแรงสมเหตุสมผล” กำลังจะหมดความหมาย เมื่อ Musk บอกว่าหุ่นยนต์ Optimus จะราคาถูกลงและทำงานได้ 24 ชม.
          • สิ่งที่ต้องทำ: ภาคอุตสาหกรรมไทย (EEC) ต้องรีบปรับตัวจากการเป็น “ผู้ประกอบ” (Assembler) มาเป็น “ผู้ควบคุมและซ่อมบำรุงหุ่นยนต์” หรือ Automation Hub ไม่งั้นโรงงานจะย้ายกลับไปตั้งในอเมริกาหรือยุโรปแทน เพราะค่าขนส่งแพงกว่าค่าหุ่นยนต์
        2. โอกาสทองของ “พลังงานสะอาด” (Green Energy Hub)
          • ผลกระทบ: Musk ย้ำว่า AI ต้องการพลังงานมหาศาล และ Solar คือคำตอบ SEA และไทยตั้งอยู่ในโซนเส้นศูนย์สูตร แดดแรงตลอดปี นี่คือ Unfair Advantage ของเรา
          • สิ่งที่ต้องทำ: รัฐบาลต้องปลดล็อกกฎหมาย (Deregulation) เรื่องการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนและการขายไฟคืน (Net Metering) แบบเสรี ถ้าเราทำค่าไฟให้ถูกและสะอาดได้ Data Center ระดับโลกจะแห่มาตั้งที่นี่ แทนที่จะไปสิงคโปร์ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่
        3. กองทุนประกันสังคม/กบข. ต้องตื่นตัว
          • ผลกระทบ: คำพูดของ Larry Fink ชัดเจนว่า การถือแต่พันธบัตรหรือหุ้นกู้ yield ต่ำ ไม่ตอบโจทย์โลกอนาคต
          • สิ่งที่ต้องทำ: กองทุนบ้านเราต้องกล้าจัดสรรเงินลงทุน ไปใน Global Growth Tech มากขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ชนะเงินเฟ้อและรองรับสังคมสูงวัย ไม่งั้นเราจะ “แก่ก่อนรวย” ของจริง
        4. ช่องว่างทางดิจิทัลที่ลดลงด้วย Space Tech
          • ผลกระทบ: การที่ Starship จะลดต้นทุนขนส่งอวกาศเหลือต่ำกว่า $100/ปอนด์ และมี Internet ดาวเทียม (Starlink) จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลของไทยและเพื่อนบ้าน (ลาว, พม่า, อินโดฯ ที่เป็นเกาะ) ได้มาก
          • สิ่งที่ต้องทำ: เปิดรับเทคโนโลยี Satellite Internet เข้ามาเสริมโครงสร้างพื้นฐาน 5G/6G เพื่อให้ SMEs ในชนบทเข้าถึงตลาดโลกได้

        Elon ทิ้งท้ายไว้ว่า “ยอมเป็นคนมองโลกในแง่ดีที่ผิด ดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายที่ถูก”

        สำหรับประเทศไทย นพ.ศุภชัยให้ความเห็นว่า มัวแต่มองโลกในแง่ร้ายและกลัวการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ คลื่น AI และ Robotics ลูกนี้ใหญ่กว่าสึนามิ ถ้าไทยไม่ขี่คลื่นนี้ไป จะจมน้ำตาย การลงทุนในความรู้และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ คือทางรอด

        ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

        Google Cloud เปิด Cloud Region ไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล 1.4 ล้านล้าน

        ทิศทางอีคอมเมิร์ซอาเซียน 2569: เติบโตระลอกใหม่และกฎกติกาเปลี่ยนเกม

        ×

        Share

        ผู้เขียน

        The Story Thailand Avatar