NerdOptimize.com เปิดเผยทิศทางตลาดอีคอมเมิร์ซในอนาคตผ่านหัวข้อ “eCommerce SEO 2026: The Playbook for Success in the AI Era” ชี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังยกระดับสู่การเป็น “AI Agent” ที่มีบทบาทตัดสินใจและทำธุรกรรมสั่งซื้อสินค้าแทนมนุษย์ ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการค้นหาข้อมูลด้วยตนเองไปสู่การใช้ระบบอัตโนมัติ พร้อมแนะภาคธุรกิจเร่งปรับโครงสร้างฐานข้อมูลและกลยุทธ์ SEO รูปแบบใหม่เพื่อเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AI โดยตรง เตรียมความพร้อมก่อนสูญเสียโอกาสทางการค้าในอนาคต
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนสู่ยุค AI Agent
ศิริพงษ์ กลิ่นขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง NerdOptimize.com กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันแม้จะยังคงเข้าเว็บไซต์เพื่อซื้อสินค้า แต่กระบวนการระหว่างทางได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ผู้ซื้อจะค้นหาข้อมูล อ่านรีวิว และเปรียบเทียบราคาด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก่อนกลับมาสั่งซื้อที่เว็บไซต์ แต่ในยุค AI ผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้แพลตฟอร์ม AI ในการสรุปข้อมูลและเปรียบเทียบความคุ้มค่า ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ล่าสุดของ Google ที่ประกาศให้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เป็น “AI Agent for eCommerce” ซึ่งหมายความว่าในอนาคต ระบบคอมพิวเตอร์จะสามารถดึงข้อมูลจากเว็บไซต์และทำการสั่งซื้อสินค้าแทนผู้ใช้งานได้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ที่อาจลดลง เนื่องจากการจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ CRM แบบเดิมอาจไม่ได้ผลเมื่อ AI เข้ามาเป็นตัวกลางในการเลือกสินค้า โดย AI มีแนวโน้มที่จะคัดเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์ที่สุดในแง่ราคาและคุณสมบัติมานำเสนอ โดยไม่ยึดติดกับร้านค้าเดิม
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก StatCounter ยังชี้ให้เห็นว่า แม้ Google จะยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในการค้นหาและทำธุรกรรม แต่ ChatGPT กำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญ โดยเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาจากคำหลัก (Keyword) เป็นการตั้งคำถามและออกคำสั่งแทน ทาง McKinsey ยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 การซื้อขายผ่านระบบ AI จะมีบทบาทสำคัญในตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยทั้ง Google และ ChatGPT ต่างกำลังพัฒนาฟีเจอร์โฆษณาแบบ Direct Offer เพื่อนำเสนอสินค้าทันทีขณะผู้ใช้งานสนทนากับระบบ
ปูพรมฐานข้อมูลด้วย Programmatic SEO

สำหรับการปรับตัวของภาคธุรกิจ คุณศิริพงษ์ได้นำเสนอแผนงาน 3 ขั้นตอนเพื่อเตรียมความพร้อมปี 2026 โดยเริ่มจากการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง (Foundation) ด้วยการทำ SEO แบบดั้งเดิมควบคู่กับ Programmatic SEO ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีสร้างหน้าเว็บไซต์จำนวนมากเพื่อรองรับคำค้นหาที่เฉพาะเจาะจง ( Long-tail Keywords) โดยได้ยกกรณีศึกษาของ Decathlon ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างหน้าเพจสินค้านับหมื่นหน้า ซึ่งสามารถสร้างการมองเห็นได้ถึง 25 ล้านครั้ง และมีผู้เข้าชมกว่า 7 แสนครั้งภายในระยะเวลา 3 เดือน ผ่านการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ความต้องการ ซึ่งแก้ปัญหาเดิมที่การค้นหาสินค้าเจาะจง เช่น เสื้อมาราธอนผู้ชายสีส้ม มักไม่พบผลลัพธ์ที่ตรงกับหน้าสินค้า โดยกระบวนการนี้ใช้การนำคุณลักษณะสินค้ามาจับคู่กับปริมาณการค้นหาจริง แล้วใช้ระบบอัตโนมัติสร้างเนื้อหาและแจ้งเตือนบอทของ Google ให้เข้ามาเก็บข้อมูลทันที
ช่วงชิงพื้นที่การแสดงผลในสมรภูมิAI
ขั้นตอนต่อมา คือ การช่วงชิงพื้นที่การแสดงผลใน AI หรือ AIO และ GEO ซึ่งเป้าหมายคือการทำให้ AI รู้จักและนำข้อมูลแบรนด์ไปอ้างอิง ข้อมูลจาก Ahrefs ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ AI ใช้พิจารณา ได้แก่ การถูกพูดถึงใน YouTube หรือ YouTube Mention ยอดการมองเห็น และการประชาสัมพันธ์แบรนด์ หรือ Brand Mention ในเชิงเทคนิค เว็บไซต์จำเป็นต้องเปิดให้บอทของ AI ทุกค่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ (Allow All Bots) รวมถึงการจัดทำโครงสร้างข้อมูล Structured Data และไฟล์มาตรฐานเพื่อให้ระบบเข้าใจบริบทของเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง โดยใช้กลยุทธ์การทำเนื้อหาแบบเติมคำในช่องว่างที่วิเคราะห์บริบทของคำค้นหาให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ AI ประเมินว่าเนื้อหานั้นมีความสมบูรณ์ที่สุด
เชื่อมต่อระบบปิดการขายด้วยโปรโตคอลสากล
ขั้นตอนสุดท้าย คือ การเชื่อมต่อระบบเพื่อปิดการขาย (Real-time Integration) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ AI Commerce แบรนด์จำเป็นต้องเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับแพลตฟอร์ม AI ผ่านโปรโตคอลมาตรฐาน เช่น Universal Commercial Protocol หรือ UCP ที่ Google พัฒนาร่วมกับ Shopify โดยเปรียบเสมือนการเตรียมตัวแปลงสัญญาณ หรือ Adapter ให้เข้ากับระบบของแต่ละแพลตฟอร์ม กระบวนการนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ การระบุตัวตนของร้านค้าให้ชัดเจน (Identity) การเชื่อมต่อข้อมูลสต็อกสินค้าแบบเรียลไทม์ (Inventory) เพื่อให้ AI ทราบสถานะพร้อมส่ง และการรองรับระบบการสั่งซื้ออัตโนมัติ (Transaction) เพื่อให้ AI สามารถดำเนินการสั่งซื้อแทนผู้ใช้งานได้ทันที
คุณศิริพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำ SEO สำหรับอีคอมเมิร์ซในปี 2026 ไม่ใช่เพียงการจัดอันดับบนหน้าค้นหา แต่เป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูลเพื่อให้ AI สามารถเข้าถึง เรียนรู้ และทำธุรกรรมได้ ซึ่งผู้ประกอบการที่เริ่มปรับตัวตามแนวทาง Best Practice ของ Google Search Central และเตรียมระบบให้พร้อมสำหรับการทำงานร่วมกับ AI จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ในอนาคต
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ZUS COFFEE บุกไทยเต็มสูบ ตั้งเป้า 50 สาขาสิ้นปี ชูจุดขาย ‘Specialty เริ่ม 65 บาท’
SAMART กางแผนปี 69 ปลดล็อกปมธุรกิจ รุก M&A พลังงาน-การบิน
The NEXT Real ผนึก 3 บิ๊กเอเจนท์ ชี้เป้าอสังหาฯ ปี 69 พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ ‘ReDev’
เจาะปม AI ไทย ‘รู้แต่ไม่ใช้’ กูรูแนะสร้าง ‘ความไว้ใจ’ ฝ่าด่านวัฒนธรรม



