กรุงศรี (BAY) กางแผนธุรกิจกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ปี 2569 ชูยุทธศาสตร์ “Solution Finance” ผนึกกำลัง Microsoft และเครือข่าย MUFG หนุนภาคธุรกิจไทยฝ่าความท้าทายสู่เวทีโลก พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน ESG และนวัตกรรมดิจิทัลเต็มรูปแบบ มุ่งปั้นไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ทั้งด้าน Data Center และพลังงานสะอาด
ประกอบ เพียรเจริญ ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “Sustainable Future” เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถก้าวผ่านความท้าทายจากปัจจัยความผันผวนรอบด้าน ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้ำท่วม รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา โดยในปีนี้ธนาคารให้ความสำคัญสูงสุดกับการบูรณาการความยั่งยืน (ESG) ควบคู่ไปกับนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ยกระดับสู่ “Solution Finance” ผสานพลังพันธมิตรโลก
สำหรับยุทธศาสตร์หลักในปีนี้ ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนนิยามและรูปแบบการให้บริการจากอดีตที่เน้นเพียงการปล่อยสินเชื่อ (Loan) ทั่วไป สู่การเป็น “Solution Finance” ที่มีความลึกซึ้งและครบวงจรยิ่งขึ้น โดยนายประกอบขยายความว่า เป็นการเข้าไปเติมเต็มในส่วนที่ตลาดต้องการ เช่น การเข้าไปมีบทบาทในตลาดพลังงาน (Power Market) และการเข้าไปช่วยลูกค้าจัดทำกรอบการดำเนินงาน (Framework Setup) ที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ามีเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพและการดำเนินงานที่สามารถพิสูจน์ได้ และเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ในด้านความร่วมมือกับพันธมิตร นายประกอบเปรียบเปรยถึงการทำงานร่วมกันระหว่าง “โลกเทคโนโลยี” และ “โลกการเงิน” ที่ต้องมาบรรจบและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยธนาคารยืนหยัดที่จะเป็นพันธมิตรกับ Microsoft เพื่อนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความรู้และความเชี่ยวชาญภายในประเทศ (Local Knowledge) ของกรุงศรี เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังได้ใช้จุดแข็งจากการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย MUFG (Mitsubishi UFJ Financial Group) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินระดับโลกที่มีเครือข่ายและการลงทุนครอบคลุมทั่วภูมิภาคอาเซียน มาช่วยเสริมศักยภาพให้กับลูกค้าในหลายมิติ
- ด้านองค์ความรู้ (Know-how): นำข้อมูลเชิงลึกและทิศทางอุตสาหกรรมในระดับโลกและระดับภูมิภาคมาถ่ายทอดให้ลูกค้าเข้าใจทิศทางตลาด
- ด้านการขยายโอกาส: เชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อสนับสนุนลูกค้าไทยที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศ (Outbound) และดูแลลูกค้าต่างชาติรวมถึงลูกค้าญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย (Inbound) ให้ประสบความสำเร็จ
- ด้าน ESG เชิงลึก: ขยับจากการให้สินเชื่อโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ไปสู่บริการทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การทำเรื่องหุ้น (Equity) และการควบรวมกิจการ (M&A) ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน
โชว์ผลงานเด่นด้าน ESG และวาณิชธนกิจ
คุณประกอบ กล่าวว่า ธนาคารได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในดีลธุรกิจขนาดใหญ่หลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน อาทิ ความร่วมมือกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ในโครงการสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และการร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการออกพันธบัตรสีเขียว (Green Bond)
ในมิติของวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ธนาคารประสบความสำเร็จในการเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนดีลที่มีความซับซ้อน เช่น การเป็นตัวกลางเจรจาให้กองทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนซื้อหน่วยลงทุนใน Solar Power Opportunity Fund ของ บริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (Thai Solar Energy) ซึ่งนับเป็นการสร้าง Green Impact และช่วยปรับโครงสร้างทุน (Equity Solution) ให้กับธุรกิจพลังงานสะอาด นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการมิกซ์ยูส “เซ็นทรัล พาร์ค” และกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและการแพทย์ (Healthcare) อีกด้วย
โชว์ผลงานเด่นด้าน ESG และวาณิชธนกิจพร้อมเปิดพอร์ตดีลยักษ์ใหญ่
คุณประกอบ ได้กล่าวถึงความสำเร็จที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนผ่านการสนับสนุนดีลธุรกิจขนาดใหญ่ในหลากหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งพลังงาน สาธารณูปโภค อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการสุขภาพ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
- ด้านความยั่งยืนและพลังงาน (ESG & Power): ธนาคารยังคงเป็นพันธมิตรหลักที่ทำงานร่วมกับ บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (Thai Union) อย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยเฉพาะด้านการเงินเพื่อความยั่งยืน และความสำเร็จในการร่วมมือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการออกพันธบัตรสีเขียว (Green Bond) ที่เชื่อมโยงกับสินเชื่อ (Facility Link)
- ด้านโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม: การสนับสนุนทางการเงินในโครงการทางด่วนและเส้นทางคมนาคมสำคัญ เช่น เส้นทางราชพฤกษ์ รวมถึงการสนับสนุนโครงการรถไฟ (Railway) ที่อยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ
- ด้านอสังหาริมทรัพย์และนิคมอุตสาหกรรม: การให้การสนับสนุนทางการเงิน (Facility) แก่โครงการ “เซ็นทรัล พาร์ค” (Central Park) ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 และโครงการนิคมอุตสาหกรรมดิจิทัล
- ด้านธุรกิจบริการสุขภาพ (Healthcare): สนับสนุนสินเชื่อสำหรับการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่, การขยายหอผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) และการขยายการลงทุนธุรกิจโรงพยาบาลในจังหวัดชลบุรี รวมถึงบทบาทที่ปรึกษาในการจัดตั้ง Venture Division ให้กับกลุ่มธุรกิจ Healthcare
ในมิติของวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ธนาคารประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการดีลที่มีความซับซ้อน (Complex Deals) โดยเฉพาะการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Inbound Investment) ตัวอย่างความสำเร็จที่สำคัญคือ การเป็นตัวกลางเจรจาให้กองทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนซื้อหน่วยลงทุนใน Solar Power Opportunity Fund ของ บมจ.ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ซึ่งนับเป็นการสร้าง Green Impact และช่วยปรับโครงสร้างทุน (Equity Solution) ให้กับธุรกิจพลังงานสะอาดของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลใน Real Sector และ Sandbox อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการนำนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเชื่อมต่อและยกระดับภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยนายประกอบได้ขยายความถึงการดำเนินการใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่
- การยกระดับ Supply Chain ภาคเกษตรอุตสาหกรรม: ธนาคารได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานใน อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศระหว่างเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลเข้าด้วยกัน ซึ่งระบบนี้ช่วยให้การบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมีความโปร่งใส และช่วยให้กระบวนการทางด้านการเงิน (Payment & Financing) ถึงมือชาวไร่และคู่ค้าได้อย่างรวดเร็วและตรวจสอบได้
- โครงการ Sandbox ด้านตลาดทุนดิจิทัล: ธนาคารได้ร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลหลักอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน (Sandbox) โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ามา จำลอง (Simulate) ระบบการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน รูปแบบต่างๆ ได้แก่ ตราสารหนี้ หุ้น และกองทุน
เป้าหมายสำคัญของความพยายามในด้านนี้ คือการผลักดันให้ระบบนิเวศทางการเงินของไทยมีความทันสมัย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ในระดับภูมิภาคภายในปี 2026
หนุนเศรษฐกิจยุคใหม่: พลังงานสะอาดและ Data Center
สำหรับทิศทางในระยะข้างหน้า คุณประกอบ กล่าวเน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นในสองประเด็นหลักที่มีความสำคัญต่อทิศทางของประเทศและโลก
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด: ธนาคารจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ต่อเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมา และในปีนี้จะขยายขอบเขตความสนใจเจาะลึกไปสู่ธุรกิจ พลังงานจากขยะ (Waste-to-Energy) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยบริหารจัดการของเสียควบคู่ไปกับการผลิตไฟฟ้า เพื่อเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emission) ของประเทศให้ได้ตามเป้าหมาย
การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Data Center): ธนาคารพร้อมขานรับและสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ (BOI) ในกิจการ Data Center ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก โดยนายประกอบมองว่า การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ในส่วนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การใช้พื้นที่หรือสร้างรายได้เข้าประเทศเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการ สร้างศักยภาพและยกระดับทักษะ (Upskill) ให้กับบุคลากรในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีชั้นสูงและระบบเศรษฐกิจใหม่
“ภายใต้ความท้าทายทั้งหมด เราเชื่อมั่นว่าด้วยความเข้าใจลูกค้าที่ลึกซึ้งทั้งกลุ่มลูกค้าไทย ลูกค้าญี่ปุ่น ลูกค้าบริษัทข้ามชาติ รวมถึง SME ประกอบกับความพร้อมด้านเครือข่ายและเทคโนโลยี กรุงศรีพร้อมที่จะเป็น พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจ (Trusted Partner) ที่ช่วยขับเคลื่อนลูกค้าและประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน (Sustainable Future) ร่วมกัน” คุณประกอบ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กรุงศรีโชว์กำไร 3.17 หมื่นล้าน ปักธงปี 69 ลุย ‘One Krungsri’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
แอสเซทไวส์เปิดแผนปี 69 ผุด 11 โครงการ 1.75 หมื่นล้าน ตั้งเป้ารายได้ 1.25 หมื่นล้าน
วิศวะจุฬาฯ ชูแผนสู้น้ำท่วม-Rain Bomb ถล่มกรุงเทพฯ ลดเสี่ยงเสียหาย 10 ล้าน/นาที



