Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ออริจิ้น ยกระดับพอร์ตกระจายความเสี่ยง วางเป้าดันกำไรพุ่ง 2 ใน 3

ออริจิ้น ยกระดับพอร์ตกระจายความเสี่ยง วางเป้าดันกำไรพุ่ง 2 ใน 3

ในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุค “Never Normal” ยุคที่ความไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ ทั้งจากปัจจัยสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง สงครามการค้า การแย่งชิงอำนาจขั้วการเมืองโลก และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อที่ลดลง หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น หรืออัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ขยับตัวตาม

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประกาศขับเคลื่อนกลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพอร์ตธุรกิจที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่คือการกระจายพอร์ตให้ครอบคลุมทุกมิติเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ

จาก 1 สู่ 6 แกนหลักแห่งความยั่งยืน

คุณพีระพงศ์ เล่าถึงการเดินทางของออริจิ้นว่า ในช่วง 6 ปีแรกก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทมีเพียงธุรกิจคอนโดมิเนียมเป็นแกนหลักเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 17 ออริจิ้นได้เปลี่ยนผ่านตัวเองจนมีธุรกิจครอบคลุม 6 แกนหลัก ซึ่งได้รับการปรับตัวจนสมบูรณ์แบบ ทั้งธุรกิจที่อยู่อาศัย บ้านจัดสรร (บริทาเนีย) ธุรกิจบริการ (พรีโม) ธุรกิจโรงแรม (ออริจิ้น โฮเทล) อาคารสำนักงาน คลังสินค้า (แอลฟา) ไปจนถึงธุรกิจเวลเนส

“เราใช้เวลาประมาณ 10 ปีในการ Diversify (กระจายความเสี่ยง) วันนี้กำไรกว่า 45% ของเรามาจากธุรกิจที่ไม่ใช่บ้านและคอนโดมิเนียม และเป้าหมายต่อไปคือการผลักดันให้ธุรกิจใหม่เหล่านี้สร้างกำไรได้ถึง 2 ใน 3 ของกลุ่ม” คุณพีระพงศ์กล่าวถึงความสำเร็จของการปรับตัวที่รวดเร็ว

โอกาสทองของไทยจากแรงขับเคลื่อนโลก

เขาประเมินภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ว่ายังเป็นปีที่เติบโตเล็กน้อย เนื่องจากยังเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับที่ต่ำ ถึงแม้จะเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงวิกฤตการณ์ระดับโลก สร้าง Never Normalที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คน แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายการรวมหนี้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น 

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังได้รับโอกาสสำคัญจากการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองและการมีหัวใจในการบริการที่ยอดเยี่ยม ทำให้ไทยกลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย (Global Safe Zone) และบ้านหลังที่ 2 (Second Home) ของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันสู่ความต้องการด้านที่อยู่อาศัย

คุณพีระพงศ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันคือโอกาสสำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งในพื้นที่ภูเก็ต พัทยา และย่านศูนย์กลางธุรกิจในกรุงเทพฯ สามารถสร้างยอดขายจากลูกค้าต่างชาติกว่า 6,300 ล้านบาทในปี 2568 หรือเติบโต 30%  โดยมีกลุ่มรัสเซียที่หนีความหนาวระดับ -40 องศาเซลเซียสมาพำนักในไทยนานขึ้น จนกลายเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งหรือ 20% หรือกลุ่มไต้หวันและพม่าที่หนีความขัดแย้งภายในประเทศ

นอกจากนี้ เทรนด์ของกลุ่มคนที่ทำงานทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ และเดินทางท่องเที่ยวหรือเปลี่ยนที่อยู่อาศัยไปเรื่อย ๆ หรือ Digital Nomad หลังยุคโควิด ทำให้ต่างชาติมาพักที่ไทยนานขึ้นจาก 2 เดือน เป็น 4-6 เดือน

นโยบายการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาก็ทำให้ไทยได้รับอานิสงส์ด้วย เพราะมีการย้ายฐานการผลิตมาที่ไทยมากขึ้น

ขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก

ภายใต้ยุทธศาสตร์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 ออริจิ้นตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 25,000 ล้านบาท และรายได้รวม 10,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่รวมมูลค่า 19,400 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน และคลังสินค้า คือ

  1. คอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่ 3 แห่ง มูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ในทำเล กทม. พัทยา และภูเก็ต โดยปัจจุบันมี Backlog รอโอนในปีนี้สะสมอยู่แล้วกว่า 10,000 ล้านบาท
  2. บ้านจัดสรร ภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท และยอดโอน 4,000 ล้านบาท โดยมีไฮไลท์สำคัญคือโปรเจกต์ “Brilliant Business Park” พื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะแบบมัลติฟังก์ชั่น มูลค่า 1,200 ล้านบาท ใน 5 ทำเลยุทธศาสตร์ (พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง) ที่ผสมผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัยไว้ในพื้นที่เดียวกัน
  3. ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรสมัยใหม่ ภายใต้ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือPRI ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท ภายใต้ยุค “PRIMO Transformation Era” ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ระดับพรีเมียม และนำเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน “Primo Plus” มาสร้าง Ecosystem เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
  4. ธุรกิจรายได้ประจำ ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTEL เตรียมเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 แห่ง และพื้นที่เชิงพาณิชย์อีก 4 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ “Build–Operate–Exit–Reinvest” ซึ่งในปีนี้มีแผนจะขายสินทรัพย์ 4 โรงแรม มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสดพิเศษกว่า 1,300 ล้านบาท สำหรับหมุนเวียนกลับมาสร้างการเติบโตในรอบถัดไป
  5. ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงาน ภายใต้ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA เดินหน้าสู่เป้าหมายผู้พัฒนาอินดัสเทรียลพร็อพเพอร์ตี้ชั้นนำ โดยปีนี้มีแผนเปิดดำเนินการเพิ่มอีก 5 โครงการ พื้นที่กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่า 3,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมนำสินทรัพย์ 4 โครงการ เข้าสู่กองทรัสต์ในชื่อ “ALPHA REIT” เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

OR กางแผน 5 ปี ทุ่ม 6.7 หมื่นล้านปรับพอร์ต ‘ถอยต่างแดน-รุกโรงแรม’ ดันกำไร Lifestyle

แอลจี เปิดเกมรุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ชูแนวคิด ‘Zero Labor Home’ ตั้งเป้าส่วนแบ่ง 22%

×

Share

ผู้เขียน

Jintana Panyaarvudh Avatar