Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

พลิกเกมโลกรวนด้วย ‘พลังคน’ ขับเคลื่อน ESG สู่ความยั่งยืน

พลิกเกมโลกรวนด้วย 'พลังคน' ขับเคลื่อน ESG สู่ความยั่งยืน

โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ กติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน อุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงเกิน 1.5°C ได้ส่งผลให้ความรุนแรง และความถี่ของภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และพายุรุนแรง เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงทั้งการกระบวนการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการดำเนินงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน คำถามที่ท้าทายภาคธุรกิจในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การตั้งรับ แต่คือการอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้อย่างไร

“คน” จิ๊กซอว์ชิ้นแรกแห่งการเปลี่ยนโลก

เอสซีจี (SCG) มีมุมมองต่อเรื่อง ESG ที่น่าสนใจ องค์กรไม่ได้มองเพียงแค่การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ แต่มองทะลุไปถึงแนวคิดหลักขององค์กรคือ Inclusive Green Growth เพื่อมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) อย่างแท้จริง พร้อมกำหนดเส้นทางสู่ Net Zero ภายในปี 2050 เป็นหมุดหมายสำคัญ

ในมุมมองของเอสซีจี “Green” ไม่ได้เป็นเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังหมายรวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับสังคมคาร์บอนต่ำ ขณะที่ “Growth” ไม่ใช่เพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่คือการสร้างคุณค่าร่วมให้กับลูกค้า คู่ค้า ชุมชน สังคม และคนรุ่นต่อไป แต่สิ่งที่ท้าทายใครจะเป็นผู้พาองค์กรก้าวไปถึงจุดนั้น คำตอบของเอสซีจีกลับเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นก็คือ “คน”

องค์กรเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อน ESG เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน (ESG for Competitiveness) จะเกิดขึ้นได้จริง ก็ต่อเมื่อทรัพยากรที่สำคัญที่สุดอย่างบุคลากร มีความเข้าใจ ESG อย่างลึกซึ้ง เห็นบทบาทของตนเอง และสามารถนำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจและการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

4 โปรเจกต์เจียระไนผู้นำแห่งอนาคต

เมื่อคนคือฟันเฟืองแรกของการเปลี่ยนแปลง เอสซีจีจึงมีวิธีพัฒนาคนซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุด ผ่านโครงการเพิ่มศักยภาพ หรือ Flagship Programs ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและครอบคลุม การบ่มเพาะเริ่มต้นที่กลุ่มคนที่มีศักยภาพ หรือ Key Talent ผ่านโครงการ ESG Leadership Program ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเข็มทิศถ่ายทอดแนวคิด ESG in Action เพื่อให้บุคลากรกลุ่มนี้สามารถนำภาพใหญ่เรื่องความยั่งยืนไปบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจในเนื้องานจริงได้อย่างไร้รอยต่อ

ควบคู่ไปกับการติดอาวุธทางความรู้ที่เจาะลึกยิ่งขึ้นผ่าน Net Zero Accelerator Program (NZP) โครงการที่เข้ามาเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องที่ซับซ้อนอย่างกลไกคาร์บอนและกติกาการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างพลิกผัน พร้อมทั้งตอกย้ำให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างแท้จริง

นอกจากการสร้างความแข็งแกร่งภายในแล้ว องค์กรยังเชื่อว่าผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงได้พาดวงตาของผู้นำให้มองเห็นโลกผ่าน WBCSD Leadership Program โครงการที่เปิดมุมมองสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล และเชื่อมโยงผู้นำเข้ากับเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ไปจนถึงการสร้างพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ระดับบนสุดอย่าง Climate Action Leaders Forum (CALF) ซึ่งเป็นเวทีเฉพาะสำหรับผู้บริหารระดับ C-level ได้มาหารือและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกและ Climate Action เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางที่แม่นยำที่สุดให้กับองค์กร

Climate Mitigation: ขับเคลื่อนนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Climate Mitigation: ขับเคลื่อนนวัตกรรมคาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การบ่มเพาะทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Climate Mitigation มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้นำที่เข้าใจเป้าหมาย Net Zero จะสามารถขับเคลื่อน Green Process และ Green Product ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างคือปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cement) ที่ได้รับการพัฒนาสูตรการผลิตอย่างต่อเนื่องจนถึงรุ่นที่ 3 และได้รับการรับรองสิ่งแวดล้อมด้วยฉลาก Environmental Product Declaration (EPD) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่น้อยกว่า 30% ผ่านการใช้ Calcined Clay การใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น เชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) และเชื้อเพลิงจากวัสดุเหลือทิ้ง (RDF) รวมถึงการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น Waste Heat Recovery และโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบต่าง ๆ (Solar Solutions) ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI และ Digital Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

อีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการลดคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม คือ Digital Reliability Solutions by REPCO NEX (DRS by REPCO NEX) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI-Driven Digital Twin ที่สามารถติดตามและคาดการณ์การทำงานได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time Monitoring & Forecasting) พร้อมสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance) ช่วยยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุน (High ROI) ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Lower Carbon) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Climate Adaptation: การปรับตัวเพื่อเสริมความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ

ในอีกฟากฝั่งหนึ่งของการพลิกเกมจากเชิงรับสู่เชิงรุก Climate Adaptation หรือการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีบทบาทสำคัญในการเสริมความยืดหยุ่นขององค์กรและสังคม ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านน้ำจากทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและความมั่นคงของประเทศ

เอสซีจีจึงมุ่งยกระดับความยืดหยุ่นด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Resilience) เพื่อให้ทั้งธุรกิจและประเทศสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มจากการพัฒนาความรู้ด้านความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศในระดับผู้บริหาร ควบคู่กับการใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความพร้อม ลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจในระยะยาว

ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เอสซีจียังสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำผ่านความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” (Water Resilience Center) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และการสื่อสารสาธารณะด้านการรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันแนวคิด Dual-Use Infrastructure หรือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภาวะปกติและในยามเกิดภัยพิบัติ เพื่อเสริมความพร้อมและความยืดหยุ่นของประเทศในอนาคต

ในบริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคเกษตรกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เอสซีจียังสนับสนุนการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำ ผ่านความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการจัดตั้งศูนย์ “กันก่อนท่วม” (Water Resilience Center) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และการสื่อสารสาธารณะด้านการรับมือน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันแนวคิด Dual-Use Infrastructure หรือการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในภาวะปกติและในยามเกิดภัยพิบัติ เพื่อเสริมความพร้อมและความยืดหยุ่นของประเทศในอนาคต

ไม่เพียงมุ่งรับมือความเสี่ยงด้านน้ำ เอสซีจียังขยายมุมมองสู่มิติด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาฝุ่น ผ่านการติดตั้งระบบกรองอากาศและระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ด้วยนวัตกรรม SCG Active Airflow ภายใต้โครงการ “ประโยชน์สุข – ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง

On Green, On Goal: วงสวิงขับเคลื่อนโลก

On Green, On Goal: วงสวิงขับเคลื่อนโลก

ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การลงมือทำภายในองค์กรเท่านั้น แต่เอสซีจียังมุ่งเดินหน้าสื่อสารวิสัยทัศน์นี้กับกลุ่มเป้าหมายทั้งภาคธุรกิจรวมถึงเครือข่าย (Business Sector & Networking) โดยสื่อสารผ่านแคมเปญที่สะท้อนภาพความมุ่งมั่นในการก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด “On Green, On Goal – ร่วม เร่ง เปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน” โดยได้ 4 โปรกอล์ฟระดับโลก (The World-Class Female Golfers) มาเป็นตัวแทนถ่ายทอดเรื่องราว กีฬากอล์ฟถูกนำมาเปรียบเปรยอย่างแยบยล เพราะในทุกหลุมของการแข่งขันต้องอาศัยการคิดเชิงกลยุทธ์ การตัดสินใจที่แม่นยำ และการปรับตัวในทุกจังหวะ ซึ่งสะท้อนถึงเส้นทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี ท่ามกลางความท้าทายของโลกในปัจจุบัน

พลิกเกมโลกรวนด้วย 'พลังคน' ขับเคลื่อน ESG สู่ความยั่งยืน

เป้าหมายของกอล์ฟคือการตีให้น้อยครั้งที่สุดและขึ้นกรีนให้เร็วที่สุดเพื่อคว้าแชมป์ เช่นเดียวกับเป้าหมาย Net Zero ที่ทุกภาคส่วนทั่วโลกต้องร่วมกันเร่งลดคาร์บอนให้เร็วที่สุด หัวใจสำคัญของเกมนี้คือ Green Innovation นวัตกรรมรักษ์โลกและเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เพราะเป้าหมายนี้คือหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ไม่มีใครหรือองค์กรใดจะไปถึงเส้นชัยได้เพียงลำพัง เอสซีจีจึงเชื่อในพลังของ ความร่วมมือ (Collaboration) เชื่อมโยงความร่วมมือในทุกระดับ ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ชุมชน ไปจนถึงพันธมิตรในระดับประเทศและระดับโลก

“คน” คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด

เอสซีจีขอเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนที่ชวนทุกภาคส่วนมา “ร่วม” กันคิด ลงมือทำ และ “เร่ง” การเปลี่ยนผ่าน เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน บทเรียนจากการเดินทางขององค์กรแห่งนี้ ทำให้เราตกผลึกได้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนในคน คือรากฐานของ ESG ที่ยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีและ AI จะสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด เมื่ออยู่ในมือของผู้นำและทีมงานที่เข้าใจความเสี่ยง และพร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจัง โลกอาจหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่หากองค์กรมีบุคลากรที่มีวิสัยทัศน์และมีหัวใจที่มีพลัง การก้าวข้ามผ่านวิกฤติและเติบโตอย่างยั่งยืนก็คือความจริงที่สร้างได้ในทุกวัน

ชมคลิป “ESG On Green, On Goal” ได้แล้วทาง : https://youtu.be/GW-0tLZWENU

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยพัฒน์เปิดกรอบ M-A-T พลิกวิกฤติ ESG เป็นกำไร ชูผลตอบแทนสะสม 271%

กทม. รับมือฝุ่น PM 2.5 และขยะเมือง ด้วยข้อมูลและกลไกเศรษฐศาสตร์

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar