Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Super Solutions Platform คอมมูนิตี้ธุรกิจยุคใหม่ หวังสร้างดีล 500 ล้าน

เปิดตัว 'Super Solutions Platform' คอมมูนิตี้ธุรกิจยุคใหม่ ตั้งเป้าสร้างดีล 500 ล้านบาท

บริษัท ซุปเปอร์ โซลูชั่น แพล็ตฟอร์ม จำกัด เปิดตัว “Super Solutions Platform” แพลตฟอร์มธุรกิจในรูปแบบคอมมูนิตี้ของนักธุรกิจยุคใหม่ เพื่อสร้าง ecosystem เชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME นักลงทุน ผู้บริหารองค์กร และบริษัทจดทะเบียน โดยมีเป้าหมายสนับสนุนสมาชิกกลุ่มธุรกิจ SME จำนวนกว่า 300 ราย และผลักดันให้เกิดการต่อยอดธุรกิจกว่า 50 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทในปีแรก พร้อมรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI การเงิน การตลาด และการขยายตลาดต่างประเทศไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจไทยในยุค AI Economy

เปลี่ยนสมการธุรกิจจาก “บวก” เป็น “คูณ” มุ่งสร้างทางลัดทวีมูลค่า

กระทรวง จารุศิระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ โซลูชั่น แพล็ตฟอร์ม จำกัด กล่าวว่า Super Solutions Platform ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “ทางลัด” ในการทวีคูณมูลค่าธุรกิจ โดยไม่ใช้สมการการเติบโตแบบบวกที่จำกัดด้วยขีดจำกัดของตำแหน่งและรายได้ แต่ใช้หลักการ “คูณ” ที่สะท้อนจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขาที่สามารถปั้นบริษัทจากทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และขายกิจการไปในมูลค่ากว่าพันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 100 เท่า

“คนส่วนใหญ่เวลาหารายได้จะใช้สมการการบวก แต่ Super Solutions เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาเพื่อการคูณ” คุณกระทรวงกล่าว พร้อมระบุว่าแพลตฟอร์มจะรวบรวมคนเก่ง เงินทุน และโอกาสให้อยู่ในที่เดียวกัน โดยมีเป้าหมายให้สมาชิกเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน แสวงหาจุดร่วมและสงวนจุดต่าง เพื่อสนับสนุนการเติบโตร่วมกัน

กฎเหล็กบริหารความเสี่ยง “ทุนจดทะเบียนคือจุดตัดขาดทุน”

แนวคิดการทำธุรกิจของคุณกระทรวงไม่ต่างจากการเทรดหุ้น นั่นคือต้องมีจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) โดย “ทุนจดทะเบียน” คือเส้นแบ่งที่ชัดเจน หากธุรกิจไปไม่รอดควรยอมตัดใจ ไม่ควรใส่เงินทุนเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ จนตัวเองลำบาก เขายังระบุด้วยว่าควรหลีกเลี่ยงธุรกิจที่อัตรากำไร (Margin) ต่ำและไม่สามารถขยายสเกลได้ เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างบางประเภทที่เสี่ยงต่อต้นทุนผันผวน และแนะนำให้เลือกลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์และสเกลได้ เช่น ธุรกิจความงามและสุขภาพ (Aesthetics & Wellness) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

บทบาท Super Connector เชื่อมโยง SME สู่ดีลจริงกับบริษัทมหาชน

ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศ ปุณภณ วิสิฐเตชกุล ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ซุปเปอร์ โซลูชั่น แพล็ตฟอร์ม จำกัด กล่าวว่า เครือข่ายทางธุรกิจคือกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสและการเติบโต ด้วยบทบาทของ Super Connector แพลตฟอร์มจึงพัฒนาให้เป็นคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ “ดีลจริง” ผ่านการทำ Business Matching ทั้งในรูปแบบ SME กับ SME และ SME กับบริษัทมหาชน การสนับสนุนสมาชิกครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การเชื่อมต่อกับที่ปรึกษาระดับซีอีโอของบริษัทมหาชน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และกำลังการผลิตจากโรงงานในเงื่อนไขพิเศษ พร้อมให้ความรู้ด้านการทำดีล และมี session พิเศษแบบ Private Consult เพื่อช่วยวางกลยุทธ์เชิงลึก

ล่าสุด เกิดความร่วมมือ (MOU) ระหว่างบริษัทผู้ผลิตน้ำยาฟอกไตในตลาด LiveX และบริษัทผู้พัฒนาแถบตรวจโรคไต จากการเชื่อมโยงของแพลตฟอร์ม รวมถึงดีล Cross-Selling ในหลายอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจรวมแล้วหลายสิบล้านบาท

กุญแจสำคัญ 4 ประการสู่การทวีมูลค่า 100 เท่า IFA ชี้ “ความเชื่อมั่น” คือกลไกสำคัญสุด

วรวัสส์ วัสสานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน กล่าวว่า การประเมินมูลค่าบริษัทที่เติบโตจาก 10 ล้านบาทเป็นกว่า 1,000 ล้านบาท ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขทุนจดทะเบียน แต่ต้องพิจารณาจากผลประกอบการในอดีตเพื่อยืนยันว่าธุรกิจมีอยู่จริงและทำกำไรได้ รวมถึงประเมินทิศทางในอนาคต ความสามารถในการขยายฐานลูกค้า และความยั่งยืนของกำไร คุณวรวัสส์ระบุว่า การนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) มักใช้ตัวเลข P/E เป็นเกณฑ์สำคัญในการกำหนดราคา โดยพิจารณาจาก “ผลกำไร” ที่มาจากผลการประกอบธุรกิจหลักจริง ๆ ไม่นับรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เช่น การได้คืนภาษีหรือชนะคดี

คุณวรวัสส์ยังสรุปปัจจัย 4 ประการที่สำคัญต่อการทวีคูณมูลค่าธุรกิจ ได้แก่

  1. สินค้าหรือบริการต้องมีคุณภาพและมีอนาคตที่แข็งแกร่ง
  2. ตัวเลขในอดีตต้องพิสูจน์ได้ว่าธุรกิจมีความเข้มแข็ง
  3. การมีแผนเติบโตแบบก้าวกระโดด เช่น การควบรวมกิจการ (M&A) ไม่ใช่เพียงการเติบโตตามปกติ
  4. และที่สำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการสร้างความเชื่อและความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าอย่างมหาศาล

AI คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจ ซีอีโอต้องมีวิสัยทัศน์นำการเปลี่ยนแปลง

ดร.เอกลักษณ์ ยิ้มวิไล ผู้ก่อตั้ง Mandala AI กล่าวว่า AI คือเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดย AI จะไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของธุรกิจ” ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และโมเดลธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในหลายด้าน อาทิ AI Solutions for Business ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการในการเพิ่มยอดขาย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน หรือยกระดับประสบการณ์ลูกค้า รวมถึง Data and AI Insights for Business ที่ทำหน้าที่เป็น “คลังข้อมูลเชิงลึก” ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารโดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และแปลงเป็นอินไซต์ที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยให้ธุรกิจมองเห็นโอกาสใหม่ ลดความเสี่ยง และวางกลยุทธ์ได้แม่นยำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักของการนำ AI มาใช้ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือบุคลากรและวิสัยทัศน์ของซีอีโอ การจะนำ AI ไปใช้ให้สำเร็จขึ้นอยู่กับ Mindset, Workflow และการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าธุรกิจต้องการอะไร โดยธุรกิจควรเริ่มต้นจากข้อมูลภายในที่มีอยู่ เช่น ข้อมูลใน Excel, PowerPoint, ระบบ CRM, ยอดขาย หรือสต็อกสินค้า แล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกับเทรนด์ภายนอก ซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

“ต้นทุนของการไม่รู้” สูงกว่าค่าแรง AI ลดเวลาทำงานวันเหลือชั่วโมง

ดร.สุวัจพงษ์ อัศวทิพย์ไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ในอดีตนักการตลาดมักใช้ความรู้สึกหรือการเดาพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งมักคลาดเคลื่อนเพราะอยู่คนละเจเนอเรชัน แต่ปัจจุบันเครื่องมือ Social Listening อย่าง Mandala AI สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ได้ ลดระยะเวลาการทำงานจาก 2-3 วัน เหลือไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

“ต้นทุนของการไม่รู้คือสิ่งที่แพงที่สุด” ดร.สุวัจพงษ์กล่าว พร้อมระบุว่าหากองค์กรไม่ยอมปรับตัวใช้ AI จะเกิดต้นทุนเสียโอกาสมหาศาล ในขณะที่บริษัทอื่นใช้ AI ช่วยประมวลผลและสรุปเทรนด์ตลาดรายวันได้ตั้งแต่ 8 โมงเช้า บริษัทที่ไม่ใช้ยังต้องให้พนักงานนั่งเช็กข่าวด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ก้าวตามเทรนด์ที่เปลี่ยนไปแบบรายชั่วโมงไม่ทัน

ผู้ช่วยเชิงกลยุทธ์และเครือข่ายธุรกิจลดความเสี่ยงในยุคเศรษฐกิจผันผวน

ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรมเจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP กล่าวว่า แม้ตลาดธุรกิจสุขภาพและความงามยังเติบโตสูง แต่การแข่งขันก็สูงและมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้น ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน “ผู้ช่วยเชิงกลยุทธ์” หรือที่ปรึกษาที่สามารถช่วยวิเคราะห์ปัญหา วางแผน และสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเทรนด์ของผู้ประกอบการปัจจุบันที่ต้องการขยายกิจการเข้าตลาดหลักทรัพย์

การมีเครือข่ายผู้บริหาร นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา สามารถร่วมกันสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่ตลาดผ่านกลยุทธ์ M&A (Mergers & Acquisitions) แบบเจาะจง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจศักยภาพสูง เช่น ธุรกิจสุขภาพ (Healthcare) กลุ่ม Wellness อาหารเสริมและยา การมีทีมที่ปรึกษาและพันธมิตรที่มีประสบการณ์จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บุกตลาดโลก 3 ภูมิภาค ลาตินอเมริกา–สหรัฐฯ–CLMV โอกาสขยายธุรกิจข้ามพรมแดน

จักรพันธ์ ยุวรี ผู้อำนวยการกองลาตินอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ลาตินอเมริกามีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน และมี GDP สูงเกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภูมิภาคนี้มีความยืดหยุ่นด้าน Supply Chain สูงเพราะเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญ เช่น ลิเธียมและทองแดง รวมถึงมีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในบราซิล ทำให้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก

สินค้าไทยที่มีศักยภาพสูงในตลาดนี้คือกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ (OEM) และสินค้าสปา รวมถึงยาดม นอกจากนี้ ซีรีส์วาย (Y-Series) ของไทยกำลังได้รับความนิยมในลาตินอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่เป็น Soft Power ในการเบิกทางให้วัฒนธรรม อาหาร และสินค้าไทยอื่นๆ เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น

พงษ์พันธุ์ สายวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท คาลบี้ธนาวัธน์ จำกัด (Calbee Thailand) กล่าวถึงตลาดสหรัฐอเมริกาว่า การนำแบรนด์ไทยไปสู่ระดับสากลต้องเริ่มจากการจับเทรนด์ให้ถูกต้อง เช่น เทรนด์สุขภาพ คีโต หรือโปรตีน และต้องเข้าใจความชอบของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่มฮิสแปนิกในอเมริกาที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจ้านเหมือนคนไทย ในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงอย่างสหรัฐอเมริกา ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ผู้บริโภคไม่ได้สนใจการดัมป์ราคา แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” ความน่าเชื่อถือ และฉลากสินค้า เช่น Green Label, Non-GMO รวมถึงมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องไร้ที่ติ

ตลาดอเมริกามีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ซับซ้อนและมีกฎหมายข้อบังคับด้านอาหารและยา (FDA) ของแต่ละรัฐที่แตกต่างกัน การมีพันธมิตรหรือพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญในพื้นที่ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องกฎหมายและการกระจายสินค้า ป้องกันไม่ให้สินค้าถูกตีกลับหรือถูกยึด

กานต์ การกุศล ที่ปรึกษาทีมขายและการตลาด CLMV กล่าวถึงตลาดเพื่อนบ้านว่า สปป.ลาวเป็นประเทศที่น่าสนใจเพราะการมาถึงของรถไฟความเร็วสูงทำให้มีกำลังซื้อจากประเทศจีนตอนใต้ไหลลงมาด้วย ผู้บริโภคในลาว เมียนมา และกัมพูชามองสินค้าไทยว่าเป็นของพรีเมียม คล้ายกับที่คนไทยมองสินค้าญี่ปุ่นหรือเกาหลี ดังนั้นการจ้างผลิต (OEM) แล้วทำแบรนด์ไทยเข้าไปขายจึงมีโอกาสสำเร็จสูง

สำหรับฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในภูมิภาคเนื่องจากมีประชากรเกือบ 200 ล้านคน และคนส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้สื่อสารการตลาดได้ง่าย ส่วนเวียดนามแม้การแข่งขันจะสูง แต่พฤติกรรมผู้บริโภควัยรุ่นเปิดรับแบรนด์ต่างชาติมากขึ้น สินค้ากลุ่มอาหาร อาหารเสริม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ยังมีโอกาสเติบโตสูง โดยสามารถกระจายสินค้าผ่านทาง e-Commerce หรือผ่านเชนร้านขายยารายใหญ่ในประเทศ รวมถึงการใช้อินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นช่วยทำการตลาด ส่วนเมียนมาปัจจุบันยังไม่แนะนำให้เข้าไปลงทุนโดยตรง เนื่องจากข้อจำกัดทางการเมือง

ทางลัดในการสเกลธุรกิจ SME หลีกเลี่ยงสงครามราคาด้วยเครือข่ายและ IPO

คุณกระทรวงกล่าวว่า การแข่งขันด้วยการลดราคาจะนำไปสู่สงครามราคา (Price War) ที่เจ็บตัวกันทุกฝ่าย ทางออกที่ดีกว่าคือการสร้างเครือข่าย (Connection/Ecosystem) เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกันบนพื้นฐานของความเชื่อใจและคุณภาพ นอกจากนี้ SME ยังสามารถรวมตัวกัน นำกำไรมารวมเป็นก้อนใหญ่ในบริษัทเดียว เพื่อเตรียมผลักดันเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสเกลธุรกิจแบบก้าวกระโดด

สมาชิกรายเดือน 2 ระดับ ครอบคลุมทั้งองค์ความรู้–สุขภาพ–เครือข่ายระดับพรีเมียม

Super Solutions Platform ให้บริการในรูปแบบการสมัครสมาชิก 2 ระดับ คือ 15,000 บาทต่อเดือน และ 150,000 บาทต่อเดือน โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์ใน 3 แกนหลัก

  • แกนแรกคือ Academy การเรียนรู้แบบบุฟเฟต์ตลอดปีจากกรณีศึกษาจริง ครอบคลุม 8 โมดูลด้านการเงิน การตลาดและบัญชี โดยพนักงานสามารถเข้ามาเรียนได้โดยไม่มีข้อจำกัด
  • แกนที่สองคือ Longevity การตรวจสุขภาพเชิงลึกด้วย DNA และโครโมโซมเพื่อพยากรณ์โรค พร้อมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เน้นการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างแข็งแรง
  • แกนที่สามคือ Lifestyle การจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ (Networking) ทุกเดือน เช่น Wine Party และเสวนาธุรกิจ รวมถึงทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เช่น ทริปเจาะลึกตลาดอเมริกาและลาตินอเมริกา หรือทริปพาครอบครัวไปดูงานมหาวิทยาลัย Ivy League สำหรับวางแผนอนาคตให้บุตรหลาน

คุณกระทรวงกล่าวสรุปว่า ในปี 2569 แพลตฟอร์มตั้งเป้าสนับสนุนสมาชิกกลุ่ม SME จำนวนกว่า 200-300 ราย และผลักดันบริษัทองค์กรขนาดใหญ่กว่า 50 บริษัท ให้เกิดมูลค่าทางธุรกิจรวมกว่า 500 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างมูลค่าและก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดทุนอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เต็ดตรา แพ้ค ทุ่ม 17 ล้านยูโร เปิดศูนย์ PDC ระยอง ดันไทย ‘ครัวของโลก’

จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง: ปั้น AI การแพทย์ไทยบุกตลาดโลก

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar