Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

AI เปลี่ยนโลกสาธารณสุข: โอกาสไทยสู่ฮับสุขภาพโลก

AI เปลี่ยนโลกสาธารณสุข: โอกาสไทยสู่ฮับสุขภาพโลก

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ก้าวข้ามขีดจำกัด จากการใช้งานในองค์กรธุรกิจทั่วไป สู่พรมแดนใหม่ที่ท้าทาย และมีความหมายต่อชีวิตมนุษย์มากที่สุดอย่างระบบสาธารณสุข เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือเพื่อธุรกิจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นความหวังในการต่อลมหายใจ ลดภาระอันหนักอึ้งของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับการดูแลผู้ป่วย

เรืองโรจน์ พูนผล (กระทิง) ประธานกลุ่มบริษัท KBTG และประธานกองทุน Disrupt Health Impact Fund เปลี่ยนความเจ็บปวดจากปัญหาสุขภาพของคนในครอบครัว ให้กลายเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ พร้อมวิเคราะห์ก้าวต่อไปของระบบเอไอ นวัตกรรมแห่งอนาคต และโอกาสทองของปะเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก

เปลี่ยนวิกฤติสุขภาพ สู่พลัง Health Tech

เรื่องราวของเทคโนโลยีมักเริ่มต้นจากตัวเลขและโค้ดคอมพิวเตอร์ แต่สำหรับคุณกระทิง จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้บริหารสายเทคโนโลยีที่ทำงานในวงการมาถึง 20 ปี หันมาทุ่มเทให้กับเทคโนโลยีด้านสุขภาพ กลับเป็นเรื่องราวของครอบครัวและชีวิต

คุณกระทิงเล่าว่า ตนเองเคยเกือบเผชิญความเจ็บป่วยด้วยภาวะก่อนเบาหวาน จนต้องลดน้ำหนักถึง 22 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่คุณพ่อต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับ และที่กระทบกระเทือนจิตใจที่สุดคือ หลานสาววัย 9 ขวบที่ต้องเข้าห้องไอซียูด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 แบบเฉียบพลัน ซึ่งต้องเจาะเลือดเพื่อวัดน้ำตาลและฉีดอินซูลินอยู่ตลอดเวลา

ความเจ็บปวดเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดัน ให้คุณกระทิงมุ่งมั่นทำงานด้านสาธารณสุขอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการลงทุนในสตาร์ตอัปที่พัฒนาอุปกรณ์วัดน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะผิวหนัง

“จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมหันมาทำงานด้านการสาธารณสุขอย่างจริงจัง คือประสบการณ์ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตัวเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะหลานสาววัย 9 ขวบที่ต้องเข้าห้องไอซียูด้วยโรคเบาหวานเฉียบพลัน”

Agentic AI ทางการแพทย์

AI เปลี่ยนโลกสาธารณสุข: โอกาสไทยสู่ฮับสุขภาพโลก

จากการพูดคุยกับผู้นำระดับโลกในเวที World Economic Forum ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า พรมแดนต่อไปของปัญญาประดิษฐ์ คือการนำไปประยุกต์ใช้ในวงการสุขภาพ ในขณะที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่เริ่มกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ทั่วไป

สิ่งที่วงการเทคโนโลยีกำลังมุ่งไปในปีนี้คือ Agentic AI หรือระบบการทำงานแบบเป็นตัวแทนที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การสร้างโมเดลขนาดใหญ่ แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีไปใช้ให้ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดในทางการแพทย์ ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่มีคุณภาพสูงและไม่มีใครเหมือน

“พรมแดนต่อไปของปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กรทั่วไป แต่คือการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในวงการสุขภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอนาคต”

คืนเวลาให้แพทย์แก้ปัญหาบุคลากรหมดไฟ

ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งของระบบสาธารณสุข คือ ภาวะหมดไฟของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งพบได้ถึง 1 ใน 2 คน การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลงานด้านเอกสาร เช่น การจดบันทึกบทสนทนาระหว่างแพทย์และผู้ป่วย จึงเป็นทางออกสำคัญที่ช่วยลดภาระงานได้อย่างมาก

ผลลัพธ์เบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า สามารถช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะหมดไฟของบุคลากรลงได้ถึง 74% เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การลดต้นทุน แต่เป็นการคืนเวลาของแพทย์และพยาบาลให้กลับไปดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ และเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการรับบริการ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ของการนำเทคโนโลยีมาใช้

“บุคลากรทางการแพทย์ที่คอยดูแลชีวิตพวกเรากำลังเผชิญกับภาวะหมดไฟ การนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยลดภาระงานด้านเอกสาร จึงเปรียบเสมือนการคืนเวลาอันมีค่าของแพทย์ให้กลับไปดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่”

นวัตกรรมอนาคตและ Large Human Model

เทคโนโลยีในอนาคตที่กำลังก่อตัวขึ้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น การตรวจหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วยการเจาะเลือดเพื่อหาร่องรอยระดับโมเลกุล ก่อนที่จะเกิดอาการป่วย หรือการผสานนาโนเทคโนโลยีเข้ากับเทคโนโลยีสุขภาพ ผ่านการกลืนแคปซูลที่ย่อยสลายได้เองและมีไมโครเซนเซอร์เพื่อวัดค่าต่าง ๆ ในร่างกายแบบเรียลไทม์ในระดับ 100,000 หรือ 1,000,000 จุด ไปจนถึงแนวคิดล้ำยุคอย่าง Large Human Model ที่จำลองข้อมูลร่างกายมนุษย์เพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก แม้สิ่งเหล่านี้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล

ความท้าทายด้านข้อมูลและการเปิดรับ

การใช้งานเทคโนโลยีในโรงพยาบาลยังมีความท้าทายที่ต้องระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพที่มีความอ่อนไหวสูงมาก หากเกิดการรั่วไหลจะสร้างความเสียหายอย่างหนัก

นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคจากระบบคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ยังคงใช้งานอยู่ในหลายโรงพยาบาล รวมถึงความกังวลของบุคลากรบางส่วนที่กลัวว่าจะถูกแย่งงานหรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ดังนั้นการจัดการความเปลี่ยนแปลง การสร้างความเข้าใจร่วมกัน และการกำหนดให้มนุษย์ต้องเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจเสมอโดยไม่ออกมาจากระบบที่ไม่สามารถอธิบายได้ จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ในการใช้งานจริง

โอกาสไทยผสานเทคโนโลยีกับบริการ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ชนะในอุตสาหกรรมนี้ได้ ด้วยฐานะการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับโลกและเป็นพื้นที่ที่เป็นกลาง ผนวกกับความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์และการบริการที่ใส่ใจในแบบไทย

“หากเราสามารถผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการสัมผัสที่อบอุ่นของมนุษย์ได้ วงการสาธารณสุขก็จะเป็นอนาคตที่แข็งแกร่งของประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างแน่นอน” คุณกระทิงกล่าว และทิ้งท้ายว่า ระบบสาธารณสุขของไทยมีความล้ำสมัย เมื่อผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการบริการที่ใส่ใจแบบไทย ประเทศไทยจึงมีศักยภาพในการก้าวไปข้างหน้า และเทคโนโลยีสุขภาพคืออนาคตของประเทศ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จากผู้ใช้สู่ผู้สร้าง: ปั้น AI การแพทย์ไทยบุกตลาดโลก

นวัตกรรมลงจากหิ้ง: เทคโนโลยีเพื่อกลุ่มเปราะบาง

Posts

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar