Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Priceza พลิกเกมสู่ Commerce Tech สู้ศึกอีคอมเมิร์ซ 1.2 ล้านล้าน

Priceza พลิกเกมสู่ Commerce Tech สู้ศึกอีคอมเมิร์ซ 1.2 ล้านล้าน

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.1 – 1.2 ล้านล้านบาท ทว่าพื้นที่กว่า 90% ของตลาดกลับดำเนินการโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยรูปแบบมาร์เก็ตเพลสและวิดีโอคอมเมิร์ซครองส่วนแบ่งรวมกันไปแล้วประมาณ 70-80% ท่ามกลางสมรภูมิดังกล่าว บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด (Priceza) ได้ปรับตัวครั้งสำคัญจากการเป็นเพียงเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาสินค้า สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการพาณิชย์ หรือ “Commerce Tech Company” เพื่อหาจุดยืนใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder) บริษัท ไพรซ์ซ่าจำกัด (Priceza) เผยทิศทางธุรกิจว่า การค้าออนไลน์ยุคปัจจุบันไม่ได้จำกัดกลไกอยู่เพียง “ผู้ซื้อ” และ “ผู้ขาย” แต่ตัวแปรสำคัญที่เพิ่มเข้ามาคือ “ผู้แนะนำ” (Recommender) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สร้างความต้องการซื้อ (Demand)

“บทบาทภาพใหญ่ของเราในวันนี้ เราไม่ได้มองว่า Priceza เป็นเพียงเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาอีกต่อไปแล้ว แต่เราคือ ‘Commerce Tech Company’ ที่มีหน้าที่เชื่อมโยงผู้เล่นทั้ง 3 ส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้การค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี”

เชื่อม “ผู้ซื้อ-ขาย-แนะนำ”

เป้าหมายหลักของ Priceza คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงทั้ง 3 ส่วนนี้เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่ตรงใจ ผู้ขายสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้แนะนำสามารถสร้างรายได้จากการบอกต่ออย่างโปร่งใส โดยบริษัทได้ปรับโครงสร้างและขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ดังนี้ “Shopfluencer” สะพาน Affiliate ค้าปลีกไทย บุกตลาดประกันและสินเชื่อ และติดอาวุธด้วย E-commerce Insight

“Shopfluencer” สะพาน Affiliate ค้าปลีกไทย

กลุ่มธุรกิจค้าปลีกของไทยมีข้อได้เปรียบด้านจำนวนสาขาออฟไลน์ แต่ยังมีสัดส่วนรายได้บนโลกออนไลน์น้อยกว่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มต่างชาติ Priceza จึงพัฒนาแพลตฟอร์ม “Shopfluencer” เพื่อทำหน้าที่เป็น “สะพานดิจิทัล” แพลตฟอร์มนี้ทำงานด้วยระบบการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) ทำหน้าที่เชื่อมต่อแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของกลุ่มค้าปลีกกว่า 10 ราย เช่น 7-Eleven, Lotus’s, Makro, True, Big C, Homepro, บุญถาวร, Banana รวมถึงธุรกิจในเครือเซ็นทรัล (Power Buy, Super Sports, Office Mate) เข้ากับกองทัพผู้สร้างคอนเทนต์หรือนักแนะนำสินค้า

“สิ่งที่เราพยายามขับเคลื่อน คือการสร้าง ‘สะพานดิจิทัล’ เพื่อเชื่อมผู้ค้าอีคอมเมิร์ซไทย ให้เข้าถึงผู้แนะนำสินค้าหลากหลายประเภท ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราทำงานอย่างหนักร่วมกับค้าปลีกไทยรายใหญ่เพื่อผลักดันสิ่งนี้จนยอดขายเขาเติบโตขึ้นมาก”

กลไกคือ ผู้แนะนำสามารถเข้ามาหยิบสินค้า สร้างลิงก์เฉพาะบุคคล และนำไปแชร์ต่อ หากเกิดยอดขาย ผู้แนะนำจะได้รับค่าคอมมิชชันเป็นผลตอบแทน โดย Priceza จะสร้างรายได้จากการเก็บ “ค่าธรรมเนียมธุรกรรม” (Transaction Fee) หรือเปรียบเสมือนการเก็บค่าผ่านทางเมื่อเกิดการซื้อขายผ่านสะพานแห่งนี้

  • ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเป็นผู้แนะนำสินค้าผ่านระบบดังกล่าวมากกว่า 100,000 ราย
  • แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างยอดขายให้กับพันธมิตรกลุ่มค้าปลีกได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน
  • รายได้จากแพลตฟอร์มนี้ กลายเป็นแหล่งรายได้หลักในปัจจุบัน โดยคิดเป็น 60% ของรายได้รวมบริษัท

“Priceza Money” บุกตลาดประกันและสินเชื่อ

บริษัทได้ขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มสินค้าทางการเงินและประกันภัย ซึ่งดำเนินการคู่ขนานมาแล้ว 6-7 ปี เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งแพลตฟอร์มต่างชาติยังไม่สามารถเข้ามาครอบครองส่วนแบ่งตลาดได้ Priceza ดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์ม “Priceza Money” เพื่อให้บริการเปรียบเทียบข้อมูลและผลิตคอนเทนต์ให้ความรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น YouTube และ TikTok ครอบคลุมทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ประกันการเดินทาง สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต

ในส่วนนี้ Priceza มีพันธมิตรเป็นบริษัทประกันภัยรายใหญ่ระดับประเทศครอบคลุมเกือบทั้งหมด โดยใช้โมเดลธุรกิจแบบการส่งต่อรายชื่อผู้สนใจ (Lead Generation) ให้กับโบรคเกอร์ ซึ่งบริษัทจะได้รับรายได้เป็น “ค่า Lead” ทันทีตามที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าโบรคเกอร์จะสามารถปิดการขายได้หรือไม่ รายได้จากโมเดลนี้ เมื่อนำไปรวมกับ Priceza Shopping (เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาสินค้าทั่วไป) จะคิดเป็น 40% ของรายได้บริษัท

เป้าหมายปี 2569: ดันรายได้โต 20%

ความน่าสนใจคือ Priceza เลือกรักษาสมดุลทางธุรกิจด้วยการไม่เปิดระบบ Affiliate บนเว็บไซต์ Priceza Shopping ของตนเอง เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) และไม่แข่งขันแย่งยอดขายกับพันธมิตรที่เป็นแบรนด์หรือร้านค้าปลีก

จากการปรับโครงสร้างที่หันมาขับเคลื่อนด้วย Shopfluencer และ Priceza Money เป็นแกนหลัก ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 30 ล้านบาท และสำหรับปี 2569 Priceza ได้กำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโตขึ้น 20%

ติดอาวุธด้วย E-commerce Insight

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นโมเดลสร้างรายได้ Priceza ยังคงบทบาทในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกด้านอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Insight) ผ่านการสร้างชุมชน (Community) และการจัดงานสัมมนาขนาดใหญ่ เช่น Ecom Talk และ InsureX เป้าหมายคือการแบ่งปันองค์ความรู้ ถกประเด็นวิเคราะห์ตลาด ข้อมูลคู่แข่ง และอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย

“การแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันเป็นเกมของต่างชาติ และเป็นเกมของสเกล (Scale) ที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล สิ่งที่เราทำในทุกวันนี้คือการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับค้าปลีกไทย เพื่อให้ส่วนแบ่งของอีคอมเมิร์ซไทยมีสัดส่วนที่มากขึ้นอย่างยั่งยืน”

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ Priceza ภายใต้ภาพของการเป็น “Commerce Tech” สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันโดยตรงในตลาดมาร์เก็ตเพลสซึ่งต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล โดยบริษัทเลือกที่จะปรับบทบาทมาเป็นผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มเชื่อมโยง เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจค้าปลีกของไทยสามารถปรับตัว รักษาส่วนแบ่ง และขยายฐานลูกค้าในตลาดการค้าออนไลน์ต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

NIA-MASCI-TNI ดันธุรกิจไทยติดปีก ISO 56001 สู่การเติบโตระดับโลก

ทลายกำแพงทุนและวัฒนธรรม: ปลดล็อกเสียงผู้หญิงในธุรกิจไทย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar