สิ่งที่เกือบทำให้ธุรกิจรีไซเคิลของพูนทองไฟเบอร์ไปไม่รอด ไม่ใช่ปัญหาตลาดหรือการแข่งขัน แต่เป็นความมั่นใจเกินไปของ พลธร พัฒนพูนทอง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท พูนทองไฟเบอร์ จำกัด ที่มองว่าธุรกิจรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ไม่น่ายาก เพียงซื้อขวดพลาสติกใช้แล้วมาบด สับ ล้าง แพ็ก และขายต่อ ก็น่าจะเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินได้
แต่เมื่อลงมือทำจริง ความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ต้นทุนค่อย ๆ ซึมหาย ความสูญเสียในระบบการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ตัวเลขบัญชียังไม่ถูกมองอย่างจริงจัง บทเรียนราคาแพงครั้งนั้นทำให้เขาเห็นว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในการทำธุรกิจ อาจไม่ใช่คู่แข่งหรือภาวะตลาด แต่อยู่ที่การมองไม่เห็นปัญหาที่อยู่ตรงหน้า
จากร้านฮาร์ดแวร์ สู่ธุรกิจรีไซเคิล
ก่อนเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิล คุณพลธรเคยเป็นเถ้าแก่ร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในจังหวัดสุรินทร์ ชีวิตแต่ละวันวนอยู่กับการเปิดร้าน ขายของ และปิดร้าน ซ้ำไปซ้ำมา จนเริ่มรู้สึกเบื่อและอยากหาธุรกิจใหม่ทำ
จุดเริ่มต้นมาจากวันที่เขาเห็นขวดน้ำพลาสติก PET เต็มตู้เย็นในร้านสะดวกซื้อ และคิดต่อว่า หากมีขวดน้ำจำนวนมากขนาดนี้ ขยะพลาสติกก็น่าจะมีจำนวนมากเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจวัดดวง เปิดโรงงานรีไซเคิลขวด PET เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน
เจ๊งเพราะคิดว่าง่าย
ในช่วงเริ่มต้น คุณพลธรคิดว่า ธุรกิจรีไซเคิลขวดพลาสติกเป็นเรื่องง่ายและน่าจะทำกำไรได้ดี ในหัวมีแต่คำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” และมั่นใจว่างานนี้ “กินหมู” แน่นอน แต่เมื่อทำไปสักพัก โลกความจริงกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้นทุนที่ลงไปค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ จนมารู้ตัวอีกที คำว่าเจ๊งก็มายืนอยู่ตรงหน้า
ปัญหาไม่ได้มาจากตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการไม่รู้ตัวเลขบัญชีที่แท้จริง และการขาดความรู้เชิงลึกในระบบการผลิต จนเกิดความสูญเสียในระบบจำนวนมาก ช่วงเวลานั้นคุณพลธรยอมรับว่าอยากเลิก อยากหนี และไม่อยากทำธุรกิจนี้ต่อ แต่กำลังใจจากครอบครัวทำให้เขากลับมาตั้งสติ และเริ่มทบทวนอย่างจริงจังว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง
ซื้อความฉลาด เพื่อกลับมาเรียนรู้ธุรกิจใหม่
เมื่อเริ่มตั้งหลักได้ คุณพลธรได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการทุ่มสุดตัวของผู้ประกอบการสตาร์ตอัปชื่อดัง เขาจึงตัดสินใจกลับมาสู้ต่อ แต่การสู้ครั้งนี้ต้องไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน และต้องจำกัดความเสี่ยงให้มากกว่าเดิม ปัญหาใหญ่ในตอนนั้นคือ ธุรกิจเจ๊งไปแล้ว เงินทุนรอบใหม่จะมาจากไหน แหล่งเงินทุนที่เขาคิดว่าเร็วที่สุด ง่ายที่สุด และอนุมัติไวที่สุด คือภรรยา
คุณพลธรจึงตัดสินใจสารภาพกับภรรยาอย่างตรงไปตรงมาว่า “ที่ผ่านมาเราเสียเงินซื้อความโง่ไปแล้ว วันนี้จะขอเงินซื้อความฉลาดจะได้ไหม”
ภายในเวลาเพียง 3 วินาที ภรรยาก็ตอบตกลง เงินก้อนนั้นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งหลักใหม่ เขานำเงินไปเข้าอบรม เข้าสัมมนา และศึกษาดูงานในโรงงานต่าง ๆ เพื่อดูดซับความรู้กลับมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ยิ่งเรียนรู้มากขึ้น เขายิ่งพบว่าตัวเองรู้น้อยกว่าที่คิดไว้มาก ขณะเดียวกัน สายการผลิตเดิมก็มีความสูญเสียสูง เขาจึงนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงระบบการผลิตให้ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อความเจ๊ง กลายเป็นอาวุธสำคัญที่สุด
หลังจากกางความผิดพลาดทั้งหมดลงบนโต๊ะ คุณพลธรเริ่มเห็นชัดขึ้นว่าธุรกิจต้องอุดรอยรั่วตรงไหน ต้องวางแผนอย่างไร และต้องแก้ปัญหาอะไรบ้าง เขายอมรับว่า ความเจ๊งครั้งก่อนกลายเป็นอาวุธสำคัญที่สุด เพราะทำให้รู้ว่าต้องวางแผนให้รอบคอบขึ้น อุดช่องว่างของธุรกิจให้ดีขึ้น และเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะกับธุรกิจท้องถิ่นเพื่อแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่
กลยุทธ์ที่เขาเลือกใช้คือการเข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และเข้าใจกัน เพื่อพัฒนาธุรกิจท้องถิ่นไปด้วยกัน ธุรกิจจึงค่อย ๆ ดีขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ระหว่างทางยังต้องประคองตัวแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ และไม่ได้เห็นผลภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
เงินทุนช่วยเร่งการเติบโต
แม้ธุรกิจเริ่มเข้าเป้ามากขึ้น แต่งบประมาณที่จำกัดยังทำให้พูนทองไฟเบอร์ต้องประคองตัวแบบเมตรต่อเมตร เอาชีวิตรอดไปวันต่อวัน คุณพลธรเปรียบช่วงเวลานั้นเหมือนคนกำลังว่ายน้ำไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ต้องใช้แรงทีละเฮือกเพื่อให้ไปถึงฝั่ง เขาจึงวิ่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อเติมเต็มธุรกิจและขยายให้ได้ตามเป้าหมาย ก่อนจะได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank
เงินทุนจาก KBank ทำให้พูนทองไฟเบอร์ขยายธุรกิจได้มากขึ้น เพิ่มศักยภาพได้มากขึ้น และเดินกำลังการผลิตได้มากขึ้น ผลที่ตามมาคือยอดขายจากหลักสิบล้านบาทต่อปี ขยับขึ้นสู่หลักร้อยล้านบาทต่อปี ภายในเวลาเพียงปีเดียว
จากสุรินทร์ สู่มาตรฐานสากล

การขยายกำลังผลิตและการปรับปรุงระบบ ทำให้พูนทองไฟเบอร์พัฒนาสินค้าจนได้รับมาตรฐานระดับสากล ทั้ง GRS หรือ Global Recycled Standard และ FDA ของสหรัฐอเมริกา คุณพลธรมองว่าสินค้าของพูนทองไฟเบอร์เป็นเหมือน OTOP ระดับพรีเมียมของจังหวัดสุรินทร์และของประเทศไทย ที่สามารถออกไปโลดแล่นในเวทีสากลได้อย่างภาคภูมิใจ
จากธุรกิจที่เคยเกือบล้มเหลว พูนทองไฟเบอร์จึงค่อย ๆ พลิกจากโรงงานรีไซเคิลท้องถิ่น ไปสู่ธุรกิจที่สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย หากจัดการได้ถูกทาง
ตลอดเส้นทางกว่า 13 ปีในธุรกิจรีไซเคิล มุมมองของคุณพลธรต่อขยะพลาสติกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สำหรับพูนทองไฟเบอร์ ขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้วไม่ใช่ขยะไร้ค่า แต่เป็นวัตถุดิบอันล้ำค่าที่สามารถชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ได้
ธุรกิจรีไซเคิลสอนให้เขาเห็นว่า ไม่มีอะไรไร้ค่า หากใส่ความใส่ใจ นวัตกรรม และความรู้ลงไป ขวดพลาสติกที่หลายคนมองว่าเป็นขยะ อาจแปรเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม หมอน ที่นอน ผ้าห่ม หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่สร้างมูลค่าหมุนเวียนได้ไม่รู้จบ
สำหรับคุณพลธร พลาสติกจะเป็นผู้ร้ายที่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือจะเป็นพระเอกของความยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่ตัวพลาสติก แต่อยู่ที่การจัดการของทุกคน บทเรียนของพูนทองไฟเบอร์จึงไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนขวดพลาสติกให้กลับมามีมูลค่าเท่านั้น แต่อยู่ที่การกล้ายอมรับความจริง และเปลี่ยนสิ่งที่เคยผิดพลาดให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
“เศรษฐกิจหมุนเวียน” ทางรอด ธุรกิจยุค Climate Change
Net Zero: อาวุธลับเศรษฐกิจไทยบนมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก





