Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

มินีแบ ทุ่ม 2,600 ล้าน เปิดโรงงานใหม่ ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานป้อน Airbus-Boeing

มินีแบ ทุ่ม 2,600 ล้าน เปิดโรงงานใหม่ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานป้อน Airbus-Boeing

บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในเครือ “มินีแบมิตซูมิ” จากประเทศญี่ปุ่น ขยายการลงทุนมูลค่ากว่า 2,600 ล้านบาท โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการเปิดอาคารโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดลพบุรี เพื่อผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงส่งออกให้แก่บริษัท Airbus และ Boeing ท่ามกลางแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินโลก

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารโรงงานแห่งใหม่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ว่า โครงการนี้เป็นกิจกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูง ครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนในระบบขับเคลื่อนการบิน อาทิ Ball, Race Bush และ Spherical Bearing รวมถึงชิ้นส่วนโครงสร้างเครื่องบินและการยึดประกอบ ได้แก่ Bolt, Sleeve และ Fitting ตัวอาคารโรงงานมีพื้นที่รวม 16,500 ตารางเมตร ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องจักรความแม่นยำสูงและระบบออโตเมชั่นในกระบวนการผลิต

บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2525 เพื่อผลิตตลับลูกปืนขนาดเล็ก และได้ขยายการลงทุนไปยังกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน โดยข้อมูลจากบีโอไอบ่งชี้ว่า บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวมทั้งสิ้น 65 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 115,000 ล้านบาท มีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 31,000 คน และมีโรงงานผลิตรวม 10 แห่งใน 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ลพบุรี ชลบุรี และระยอง ซึ่งปัจจุบันถือเป็นฐานการผลิตตลับลูกปืนขนาดเล็ก (Miniature Ball Bearings) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกลุ่มเพื่อส่งออกไปยังตลาดหลัก อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป

สำหรับการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทย เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินจากผู้ผลิตระดับโลกทั้ง Airbus และ Boeing โดยส่งมอบชิ้นส่วนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมจำนวน 2,600 ล้านบาทในครั้งนี้ มีเป้าหมายยกระดับฐานการผลิตในไทยสู่การเป็นฐานการผลิตหลักระดับโลก (Global Core Factory) ของกลุ่มธุรกิจการบินในเครือมินีแบมิตซูมิ ควบคู่ไปกับการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในระยะยาว

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวเสริมว่า การขยายการลงทุนในกิจการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีมาตรฐานความปลอดภัยเข้มงวด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ตลอดจนเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่บุคลากรในประเทศ

ด้าน คัตสึฮิโกะ โยชิดะ President, COO & CFO กลุ่มบริษัท มินีแบมิตซูมิ ระบุว่า จากประสบการณ์การผลิตชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทยตลอด 23 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในการเป็นฐานการผลิตระดับโลก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ห่วงโซ่อุปทานอากาศยานทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขาดแคลนแรงงานในต่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังคงสามารถรักษาเสถียรภาพในกระบวนการผลิตไว้ได้ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่สำคัญ ทางกลุ่มบริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะรักษาและขยายการลงทุนในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักต่อไป

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

จาก 3 ตันสู่ 5 ตันต่อไร่: โจทย์ใหม่ของมันสำปะหลังไทย

ยูนิลีเวอร์กับเกมใหม่ FMCG ใช้ Data อ่านใจผู้บริโภค ปั้นไทยเป็นฮับนวัตกรรมโลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar