Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

On Earth We’re Briefly Gorgeous เรางดงามเพียงช่วงเวลาหนึ่งบนโลกใบนี้ [Book Review] 

On Earth We're Briefly Gorgeous เรางดงามเพียงช่วงเวลาหนึ่งบนโลกใบนี้

จะมีคนซักกี่คนบนโลกนี้ที่จะกล้าบอกคนอื่นถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจอย่างหมดเปลือก แม้แต่กับคนใกล้ชิด 

หมาน้อย ‘Little Dog’ ตัวละครหลักในนวนิยายเรื่อง On Earth We’re Briefly Gorgeous ก็เหมือนคนเหล่านั้น เขาเลือกใช้การเขียนจดหมายถึงแม่ เล่าทุกอย่างให้เธอฟัง ตั้งแต่วันที่เขาจำความได้ จนถึงวันที่เขาโตพอที่จะเข้าใจผลของสงครามที่ส่งผลต่อการกระทำของแม่และยายต่อเขา 

ในนวนิยายเรื่องแรกของเขา Ocean Vuong เล่าเรื่องโดยไม่ได้ใช้คำว่าสุขหรือทุกข์มาจำกัดความ แต่อธิบายด้วยความรู้สึกของหมาน้อยต่อเหตุการณ์ต่างๆ สำหรับผู้อ่าน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการตีความของตนเองว่าจะสุขหรือเศร้าไปตอนไหนกับหมาน้อย

แน่นอนว่าผู้อ่านไม่ใช่แม่ของเขา เพราะโรส (Rose) อ่านหนังสือไม่ออก แม่ของเธอชื่อ (Lan) สาวเวียดนามที่พบรักกับทหารอเมริกันที่ปลดประจำการและไม่ได้กลับไปหาที่เวียดนาม ปล่อยให้เธอหนีตายจากไซ่ง่อนและอพยพมาอยู่สหรัฐอเมริกาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย 

สไตล์การเขียนของ Ocean Vuong ลอกเลียนการทำงานของความทรงจำของมนุษย์ที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ช่วงหนึ่งเขาจะพาเราไปอยู่ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆที่หมาน้อยอยู่ตอนเด็ก ตอนที่เขากำลังถอนผมหงอกให้ยาย ช่วงนั้นอาจจะตามมาด้วยภาพในบาร์ในประเทศเวียดนามตอนที่ลานตกหลุมรักกับทหารคนนั้น จดหมายของหมาน้อยดูไม่ปะติดปะต่อ แต่อ่านต่อๆไปจะรู้ว่ามันคือเรื่องเดียวกัน สไตล์การเขียนนี้อาจจะทำให้หนังสือดูเหมือนไม่มีพล็อต และความงุนงงอาจทำให้หนังสือดูน่าเบื่อ แต่เมื่อร้อยเรียงเนื้อหาเข้าด้วยกันมันก็กลายเป็นเรื่องราวเดียวกันที่วุ่นวายเหมือนชีวิตคน

นวนิยายเล่มบางๆนี้นำเสนอมุมมองใน 3 เรื่องหลักๆ – ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก เพศสภาพ และชีวิตของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเวียดนาม

หมาน้อย (ชื่อนี้คือหลักฐานว่าไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยที่เรียกลูกหลานว่าหมาน้อยด้วยความเอ็นดู) เกิดมาแบบไม่ตั้งใจ ทั้งแม่และยายรักเขา แต่ด้วยความที่ต้องปากกัดตีนถีบสู้ชีวิต ทำให้ทั้งคู่บางครั้งก็ลงไม้ลงมือกับเด็กตัวเล็กๆ เขาไม่มีขนมกินบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ไม่มีเพื่อน

แม่และยายดำรงชีพด้วยการทำงานในร้านทำเล็บเพื่อแลกกับค่าจ้างรายวัน ทุกวันจะกลับบ้านมาพร้อมกับกลิ่นสารเคมีที่ฉุนกึก และความเหนื่อยอ่อนจนไม่มีเวลาคุยกับลูก ทั้งคู่ยังถูกหลอกหลอนด้วยความอดหยากในช่วงสงคราม ระเบิดที่ต้องวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุน

เมื่ออพยพมาอเมริกา พวกเขาเรียนรู้ว่า

ช่องว่างระหว่างคนมีและคนไม่มีช่างกว้างใหญ่ และกว้างมากขึ้นสำหรับเหล่าผู้อพยพที่จากบ้านเกิดเพื่อหนีจากอดีตหรือเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น 

หมาน้อยแอบไปทำงานที่โรงงานผลิตใบยาสูบเมื่ออายุ 14 ได้พบกับเทรเวอร์ (Trevor) ที่อายุมากกว่าไม่กี่ปี เทรเวอร์เป็นรักแรกของเขา เส้นทางของพวกเขาแยกออกจากกันเมื่อหมาน้อยไปเรียนต่อที่นิวยอร์ค และเมื่อเขาเรียนจบก็ได้ข่าวการเสียชีวิตของเทรเวอร์จากการเสพยา

สำหรับหมาน้อย ความเจ็บปวดมักจะมาพร้อมกับความรัก เขาเจ็บเมื่อถูกแม่ตี แต่ก็ยังรู้ว่าแม่รักเขา สำหรับเขาอดีตและปัจจุบันมักจะพันกันจนแยกไม่ออก “เมื่อไหร่นะที่ผมจะเรียกชื่อแม่ได้เฉยๆ แบบที่ไม่ได้หมายความถึงอะไรที่นอกจากชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่แม่ทิ้งไว้ข้างหลัง” 

ความเจ็บปวดแทรกอยู่แทบจะทุกอณูของหนังสือ สะท้อนถึงชีวิตที่ยากลำบากของผู้อพยพ และอนาคตที่ดูมืดมน แทบไม่มีช่องว่างให้ออกจากหลุมดำได้ เหมือนความเจ็บปวดของหมาน้อยที่ยังอยู่ตรงนั้นแม้ว่าจะมีความรักของแม่และยายมาปลอบประโลม

Ocean Vuong เป็นนักกวี จึงไม่แปลกที่จดหมายของเขาจะสอดแทรกแนวคิดบทกวีเพื่อชีวิตแทบจะทุกหน้า 

“แม่เคยบอกผมว่าตาของมนุษย์เป็นอวัยวะที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาให้โดดเดี่ยวที่สุด ลูกตามองเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายบนโลกนี้ แต่ลูกตาเก็บอะไรไว้ไม่ได้ ดวงตาในเบ้าตาอันนึงไม่สามารถแม้แต่จะรับรู้ว่ามีดวงตาอีกข้าง อยู่ห่างไปแค่หนึ่งนิ้ว ที่กำลังหิวและว่างเปล่าคล้ายๆกัน”

“พระอาทิตย์ตกก็เหมือนการอยู่รอด มันคงอยู่แค่ตอนที่มันกำลังจะหายตัวไป การที่เราจะดูดีสวยงามได้ ก็ต้องมีคนมองเห็นเรา แต่การที่มีคนมองเห็นก็ทำให้เราตกเป็นเป้าของนักล่า” 

“ผมกำลังคิดถึงความสวยงาม ทำไมคนต้องล่าบางอย่างเพียงเพราะเราคิดว่ามันสวย”

“เทียบกับช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของดวงดาวของเรา ชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งถือว่าสั้นมากๆ เหมือนเรากะพริบตาแค่ 1 ครั้ง ถ้างั้นช่วงเวลาที่สวยงามของเราตั้งแต่เราเกิดจนตายก็คงสั้นมากๆ” 

ผลงานของ Ocean Vuong เล่มนี้ติดอันดับขายดีจาก The New York Times เมื่อตีพิมพ์ในปี 2019 และได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในสิบของนวนิยายที่ดีที่สุดในปีนั้น หนังสือได้รับการแปลไปแล้ว 37 ภาษา ได้รับรางวัล New England Book Awards ปี 2019 รวมถึงถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล National Book Awards, Center for Fiction First Novel Prize และ Best Fiction จาก Goodreads ในปีเดียวกัน 

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

The Wedding People – งานแต่งสุดป่วน [Book Review]

เคียวไคชิ ผู้กล้าแห่งแดนประหาร [Book Review] 

Tuesdays with Morrie – บทเรียนก่อนตายของมอรี่ [Book Review]

×

Share

ผู้เขียน

Achara Deboonme Avatar