มนุษย์ต่างดาวหรือเอเลียนคืออะไรที่หลาย ๆ คนอยากพบพาน เพราะพวกเขาไม่น่าจะมีอะไร ๆ ที่เหมือนคนบนโลก ตั้งแต่สภาพความเป็นอยู่ ถึงสภาพแวดล้อมทั่ว ๆ ไปบนดวงดาวที่เขาอยู่อาศัย
แลัวตัวมนุษย์บนโลกนี้ล่ะ พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน จากคนเจ็ดพันล้านคน พวกเขามีอะไรที่เหมือนกัน ทำไมในแต่ละพื้นที่ถึงมีความแตกต่างมากมายไปหมด อยากรู้ไหมว่าเอเลียนมองเรายังไง
ชวนอ่านนิยายเรื่อง The Humans ของ Matt Haig ที่เป็นคนละเรื่องกับภาพยนตร์ดราม่าชื่อเดียวกัน
เปิดเรื่องด้วยความขบขัน กับศาสตราจารย์แอนดรูว์ นิวตัน (Andrew Newton) ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ที่เดินท่องไปตามถนนโดยไม่ใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว เขาคือมนุษย์ต่างดาวมาจากดาว Vannadorian ที่อยู่ห่างจากดาวโลก 8653178431 ปีแสง เขาถูกโคลนจากแอนดรูว์ที่ถูกลักพาตัว และจากโลกนี้ไปแล้ว
แอนดรูว์ (มนุษย์ต่างดาว) ไม่มีชื่อ เพราะบนดาวของเขา ชื่อคือการให้ค่าของคน ๆ หนึ่งมากกว่าคนอื่น ๆ
เขาเพิ่งมาถึงบนโลก พร้อมกับหน้าที่ในการสังหารทุกคนที่รู้เรื่องทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ที่แอนดรูว์ (มนุษย์) ค้นพบ ทฤษฎีที่จะทำให้มนุษย์พิชิตทุกอย่างรวมถึงมนุษยชาติทั้งหมด และเป็นภัยกับจักรวาล เป็นภัยที่ต้องกำจัด เขามีพลังพิเศษติดตัวมา และติดต่อกับดาวทางโทรจิต
แอนดรูว์ (มนุษย์ต่างดาว) บอกตัวเอง นี่สินะมนุษย์ ที่ยังคงต้องพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลในการพาตัวเองไปในที่ต่าง ๆ ไม่เหมือนชาว Vannadorian ที่เดินทางด้วยการกำหนดจิตคิดถึงสถานที่ที่จะไป
เมื่อเขาเข้าร้านหนังสือในปั๊มน้ำมัน เขาก็ตระหนักได้ว่า มนุษย์ยังคงต้องใช้สายตาในการอ่านหนังสือ ไม่เหมือนชาว Vannadorian ที่อยากรู้เรื่องอะไร ก็กดแคปซูลออกมากิน ในร้านมีหนังสือเกี่ยวกับทุกอย่างให้อ่าน ตั้งแต่เรื่องหนัก ๆ อย่างการเมือง จนถึงเรื่องเบา ๆ อย่างวิธีการแต่งตัวให้ดูดี
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนบนรถ เมื่อขับผ่านเขาต้องลดกระจกลงแล้วตะโกน เมื่อถูกตำรวจจับกุมและถามว่าทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า เขาบอกว่าใส่แล้วไม่สบาย มันเสียดสีกับอวัยวะเพศ เขาจำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน เขาจึงถูกส่งเข้าสถานพยาบาลด้านจิตเวชก่อนที่หมอจะลงความเห็นว่าเขามีสภาวะความจำเสื่อม อาจจะเนื่องมาจากการทำงานหนัก เพราะเขาหมกตัวอยู่ที่ทำงานเป็นอาทิตย์โดยไม่กลับบ้าน
ช่วงแปดปีก่อนหน้า แอนดรูว์ (มนุษย์) หมกมุ่นมากในการพิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนชะตาของมนุษย์บนโลกได้ ด้วยทฤษฎีนี้ เขาอาจจะได้รับรางวัลโนเบลและเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ทำให้เขาห่างเหินจากภรรยา (Isobel – อิโซเบล) และลูกชาย (Gulliver – กัลลิเวอร์) นอกจากนั้นยังมีความสัมพันธ์กับนักศึกษา คนล่าสุดคือแม็กกี้
เมื่อถูกปล่อยตัวกลับบ้าน เขาอึดอัดกับการใส่เสื้อผ้าที่สำหรับเขาเป็นแค่การปกปิดอวัยวะที่น่าเกลียดของมนุษย์ เขาอึดอัดกับการนอนร่วมเตียงกับภรรยา กับสุนัชชื่อนิวตันที่คอยแต่คำรามใส่ และอาหารที่ดูแล้วไม่จรรโลงใจเพราะสำหรับเขาที่เคยกินไนโตรเจนเหลวเป็นอาหาร เนื้อสัตว์คือสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว ผักบางชนิดก็รสชาติแย่ เขาอยู่ได้ด้วยน้ำผลไม้ เมื่ออิโซเบลกำลังจะทอดอกไก่ เขาบอกเธอเลยว่าไม่กิน และถามเธอว่ามีคนกินอกสุนัขด้วยไหม ไม่กินเพราะสุนัขฉลาดกว่าไก่เหรอ… เธอคิดว่าเขาแกล้งถาม
แอนดรูว์จัดการกับทุกคนที่รู้เรื่องการค้นพบ เมื่อใช้ชีวิตอยู่บ้าน ด้วยการปฏิบัติตัวที่ต่างออกไปของเขา เช่นการเอาจานอาหารเข้าเครื่องล้างจาน การคุยกับกัลลิเวอร์หลังลูกคิดจะกระโดดจากหลังคาบ้านเพื่อฆ่าตัวตาย เขาฟื้นความสัมพันธ์ของสามีกับภรรยา และ พ่อกับลูก และแปลกใจว่าทำไมเขาถึงภาวนาอย่าให้อิโซเบลและกัลลิเวอร์รู้เรื่องทฤษฎีนั้น
เมื่อถึงเวลาต้องกลับดาว แอนดรูว์ตัดสินใจคืนพลังพิเศษและอยู่บนโลกในฐานะมนุษย์ แม้รู้ว่าจะต้องเจอกับวัฏจักรเกิดแก่เจ็บตาย แต่เขาสนุกกับการอ่านบทกวี ซาบซึ้งกับการดูพระอาทิตย์ตก วิเคราะห์ทุกความรู้สึกที่ได้รับ และซาบซึ้งกับความรัก ท้ายสุดก็จบแบบแฮปปี้ แม้จะรู้ว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว แต่ทั้งภรรยาและลูกชอบเขามากกว่าตอนที่เป็นมนุษย์จริง ๆ
ความน่าสนใจจริง ๆ ของนวนิยายเรื่องนี้ อยู่ที่มุมมองแปลก ๆ เหมือนไม่ได้มาจากมนุษย์บนโลก เช่นตอนที่แอนดรูว์ลองกินไวน์
จิบแรก – ผมลิ้มรสการหมัก รสชาติของสิ่งมีชีวิตบนโลก เพราะทุกอย่างที่มีชีวิตที่นี่ ล้วนแต่แก่เฒ่าและตาย แต่รู้แล้วล่ะว่ารสชาติของบางอย่างที่พอสุกแล้วแก่ก็อร่อยดี
ก่อนจิบที่สอง – ผมพิจารณาแก้วไวน์ แก้วทำมาจากหิน ทำให้ผมรู้อายุของจักรวาลเพราะหินคือจักรวาล
จิบที่สาม – ผมเริ่มรู้ว่าทำไมมนุษย์ดื่มไวน์ มันส่งสัญญาณบางอย่างที่รื่นรมย์ไปที่สมอง ทำให้ผมลืมอาการเจ็บทั่วร่างกาย และความกังวลในใจ
หรือตอนที่แอนดรูว์พิจารณามองอิโซเบล เขามีแต่ความประหลาดใจ – ต้องเข้าใจนะว่ามีบรรพบุรุษ 150,000 รุ่นก่อนที่เธอจะมาอยู่ตรงนี้ นั่นหมายความว่ามีการผสมพันธุ์ที่สำเร็จมา 150,000 ครั้ง นั่นคือมีโอกาสแค่พันล้านล้านครั้งคูณด้วยพันล้านล้านครั้งในแต่ละรุ่นที่จะทำให้อิโซเบลเกิดขึ้นมา และได้มานั่งอยู่ตรงนี้
แต่ที่น่าสนใจที่สุด คือตอนที่เขาบอกว่าที่ดาวของเขาไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีการตาย เมื่อร่างหมดอายุก็เปลี่ยนร่าง ไม่มีพ่อ-ลูก ไม่มีคำว่าครอบครัว ไม่มีความเกลียดชัง สำหรับทุกชีวิตคณิตศาสตร์คือศาสนา ความสนใจบนดาวนั้นมีแค่สองอย่างคือความก้าวหน้าทางคณิตศาสตร์และความปลอดภัยในจักรวาล ชีววิทยาและเทคโนโลยีคือสิ่งเดียวกัน และทุกอย่างบนดาวมีสีม่วง
‘มันน่าเบื่อ เป็นชีวิตที่น่าเบื่อที่สุด แต่บนโลกเราเผชิญกับความเจ็บปวด การสูญเสีย นั่นคือสิ่งที่เราต้องจ่ายแต่สิ่งที่ได้รับก็มหัศจรรย์’
มนุษย์ต่างดาวยังอยากเป็นมนุษย์ เพราะเห็นค่าความสุขที่มาจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว แล้วมนุษย์ล่ะ
บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน
The Wedding People – งานแต่งสุดป่วน [Book Review]
เคียวไคชิ ผู้กล้าแห่งแดนประหาร [Book Review]
Tuesdays with Morrie – บทเรียนก่อนตายของมอรี่ [Book Review]
![The Humans - มนุษย์ในสายตาของเอเลียน [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/08/1786713723_641231-thestorythailand.avif)
![52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2025/12/imgi_9_Sound-waves-that-no-one-can-hear-Book-Review.avif)
![Lost Souls Meet Under a Moon – การพบปะครั้งสุดท้ายใต้แสงจันทร์ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/07/1784702184_568928-thestorythailand.avif)
![ความลับ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Book-Review-Secret-cover.avif)